ทางที่ฉันเลือก “ว่างเป็นศัลยกรรม” ใครว่าอย่างไรไม่เคยแคร์

6

ในขณะที่ทีมงานได้ลงบทความนี้ใน Hi-class Society เธอกำลังจะพบหมอในบ่ายวันนี้เพื่อทำคางใหม่ ต่อให้มีของสองสิ่งอยู่ตรงหน้า สิ่งแรกคือ “BMW Series 7” กับ “ซิลิโคน” เธอเลือกซิลิโคน เพราะชีวิตของ คุณาธิป รวิวรรณ ลูกท่านหลานเธอที่ไม่ใข่จะต้องหน้าแบนนุ่งสไบเล่นกู่เจิงแต่อย่างใด “ว่างเป็นศัลย์ ทุกวันนี้มีความสุขมาก” ใบหน้าของเธอจะเปลี่ยนทุกๆครึ่งปีและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป จากเดิมที่มีคนทักว่าหน้าละม้ายคล้าย “นางสุมณี คุณะเกษม” และในขณะนี้เธอประหนึ่งเป็นฝาแฝดของ “พีทพล”

เคยมีคนกล่าวว่าทำบุญเยอะๆชาติหน้าจะได้สวยๆ แต่เนื่องจากเป็นการทำบุญที่หวังผลตอบแทนต่อตน ถ้าจะหวังผลจากการทำบุญ เพราะยังมีความยึดมั่นอยู่จะเกิดกุศลได้อย่างไร โดยส่วนตัวคงไม่หวังผลของชาติหน้าหรอก ถ้าทำบุญไปแล้วชาติหน้าจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของชาติหน้า เพราะฉะนั้นถ้าจะแล้วสวยชาติหน้า ถ้าทำหน้าก็จะสวยชาตินี้ 555

มูลเหตุที่ทำให้นึกถึงการศัลยกรรม
หลายคนมีทัศนะคติที่ไม่ดีต่อการศัลยกรรมและบางคนที่ไม่ชอบคนทำศัลยกรรมและคอยค่อนแขวะ ถึงคนที่ทำศัลยกรรมว่า พลาสติกบ้าง ของปลอมบ้างและอีกหลายๆประโยคที่ทำให้ทำที่ทำศัลยกรรมหลายๆคนรู้สึกแย่ว่าทำไมต้องว่ากันถึงขนาดนี้ด้วย ซึ่งแต่ละคนก็มีเหตุผลของตนเองที่ทำให้คนเราหันไปพึ่งการทำศัลยกรรม โดยทั่วไปจะมีสาเหตุหลักๆ คือแก้ปัญหาข้อบกพร่องในร่างกาย, โดนแฟนทิ้ง, อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นอีกคน, โดนล้อ, ใช้หน้าตาในการทำงาน, สังคมและความรู้สึกแตกต่าง, โหงวเฮ้ง กระแสและค่านิยม เหตุผลเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร การทำศัลยกรรมก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่การทำศัลยกรรมควรอยู่ในพื้นฐานความพอดี แต่ต้องไม่ทำให้ตัวเองและคนรอบข้างต้องเดือนร้อน

สำหรับตัวเองก็คิดว่าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองขี้เหร่ ไม่ดูดี ก็เกิดความคิดที่อยากปฏิวัติตัวเองใหม่ โดยอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นอีกคน อยากดูดีขึ้น อยากให้คนมองและสนใจมากขึ้น อยากได้รับการยอมรับจากคนทั่วไปว่า หน้าตาดีพอดีในช่วงนั้นเรียนจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีช่วงเวลาที่ว่างขณะรอเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จึงมีความคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรเริ่มที่จะปรับปรุงตัวเองสักที

เริ่มแรกทำอะไร แล้วผลตอบรับเป็นอย่างไรทั้งจากจิตใต้สำนึกของตัวเองและคนรอบข้าง
สิ่งแรกที่คิดจะทำเลยคือจมูก ตอนนั้นบอกหมอว่าเอาแบบธรรมชาติ ก็ได้ออกมาเป็นธรรมชาติจริงๆ ตอนนั้นก็ถือว่าพอใจนะ คนรอบข้าก็บอกว่าสวยดูเป็นธรรมชาติ (แต่ตอนนี้ไหนๆคนก็รู้ว่าทำแล้ว ก็ขอให้ออกมาสวยชัดเจน ไม่ต้องธรรมชาติมากไปก็ได้ 5555)

ครั้งแรกมีความกลัวและหรือความกังวลไหม มากน้อยเพียงไร
ถามว่าครั้งแรกเป็นอย่างไรก็มีกลัวๆบ้างนะ มีการหาข้อมูลเยอะแยะมากมาย หมอไหนดี ที่ไหนทำสวย จะเจ็บมากหรือไม่ ทำแล้วมีข้อห้ามอะไร กังวลไปหมด ครั้งแรกยอมรับว่ากลัวนะ แต่ทุกวันนี้ก็กลัว กลัวจะไม่ได้ทำมากกว่า 555

4

ตัดสินใจเลือกแพทย์อย่างไร มีใครแนะนำ อะไรดลใจ
แม้จะหาข้อมูลมามากเพียงพอแล้วก็คงยังรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อยที่จะเลือกแพทย์ที่จะทำการศัลกรรมให้กับตัวเอง ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะว่าเรากำลังจะฝากความหวังเอาไว้ในมือคุณหมอคนนี้เลยทีเดียว สำหรับขั้นตอนเพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกแพทย์ศัลยกรรม คือ

  • เลือกแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เท่านั้น

การเลือกแพทย์ที่น่าเชือถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำศัลยกรรม คุณต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลหรือคลินิกที่คุณไปนั้น(ในกรณีที่ไม่ใช่โรงพยาบาล) มีใบอนุญาตประกอบการ รวมทั้งแพทย์ของคุณก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เช่นกัน ทั้งนี้ แพทย์ผู้ลงมือไม่ควรมีประวัติเสียหายเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์มาก่อนด้วย

  • เลือกแพทย์ที่เข้าใจความต้องการของคุณ

เมื่อแพทย์ที่คุณเลือกมา คือคนที่คุณวางใจฝากความงามของคุณไว้ในมือเขา เพราะฉะนั้นจงเลือกแพทย์ที่คุณมั่นใจว่าเข้าอกเข้าใจในความต้องการของคุณจริง ๆ ซึ่งคุณสามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่แพทย์มีต่อคุณ ผ่านทางการพูดคุยปรึกษา การให้คำแนะนำจากแพทย์ รวมทั้งได้จากการดูแฟ้มผลงาน และการพูดคุยกับคนไข้รายก่อนๆของแพทย์รายนี้ด้วย

  • เชื่อความรู้สึกแรกที่ได้พบหน้าแพทย์

แม้แต่แพทย์ศัลยกรรมเองก็แนะนำว่า ให้คนไข้เลือกแพทย์ที่ตัวเองรู้สึกถูกชะตาด้วยในครั้งแรกที่ได้พบ แม้สิ่งนี้จะไม่สามารถอ้างอิงได้จากเอกสารรับรอง หรือผลงานย้อนหลังใด ๆ แต่ก็เป็นความสบายใจทางความรู้สึก ที่เกิดขึ้นจากผู้ที่จะเข้ารับการศัลยกรรมต่อแพทย์ของตนนั่นเอง โดยความรู้สึกถูกชะตาจะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้เข้ารับการศัลยกรรมเป็นไปได้อย่างราบรื่น

จริงหรือไม่ที่ได้เริ่มแล้วหยุดไม่ได้ โดนหมอมาแล้วกี่ครั้ง
โดนหมอนี่คือโดนอะไร มีหมอประจำแหละที่ทำกันมาหลายอย่าง 555 ถามว่าหยุดได้ไม๊ หยุดได้นะ เพราะในวันหนึ่งเรารู้ว่าไม่สามารถฝืนธรรมชาติได้แล้ว เราก็ควรจะยอมรับ เมื่อมองเห็นความจริงอย่างประจักษ์ว่า ความเป็นไปตามกฎธรรมชาติที่ไหลเรื่อยไปนั้นไม่มีใครจะบังคับได้ก็เป็น อนิจจตา ทุกขตา อนัตตา ก็ประจักษ์ชัดต่อไปว่า ไม่มีอะไรน่ายึดถือเลย จับตรงไหนเจ็บตรงนั้น แบกตรงไหนหนักตรงนั้น สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยวางทุกอย่างลงดังพระพุทธวจนะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระมหาโมคคัลานะว่า สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ แปลว่า ธรรมหรือสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

0224

ศัลยกรมของคุณให้ความสุขกับคุณมากน้อยเพียงไร
ที่จริงแล้วสุขเป็นสิ่งสมมุติ สุขนั้นก็คือคำว่า”ดับทุกข์” มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป นอกจากทุกข์ที่เกิด นอกจากทุกข์ที่ดับ แล้วไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นในเมื่อเราทุกข์เนื่องจากที่เราไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาตัวเอง มีจุดบกพร่อง เราจึงดับทุกข์ด้วยการแก้ไขส่วนนั้น อาจเป็นวิธีที่ไม่ทำให้หลุดพ้น แต่ก็ไม่ทุกข์นะ สำหรับการทำศัลยกรรมนั้นเราไม่คาดหวังสูง ว่าผลที่ออกมาจะต้องสวยเหมือนดาราเหมือนที่หลายๆคนอยากได้ แต่เราต้องดูพื้นฐานที่เรามีและความเป็นไปได้ด้วย เพราะถ้าคาดหวังมากไปจะเป็นทุกข์เปล่าๆ(ที่จริง happy ตั้งแต่หมอเริ่มลงมีดละนะ 555)

จะปฏิเสธไหม ถ้ามีคนว่าคุณเสพย์ติดไปแล้ว

หยุดไม่ได้ขาดใจ (555) คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ในส่วนที่เราพอใจแล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไร แต่ในบางส่วนมันก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เราก็แค่พยายามดูแลรักษามันให้เหมือนเดิมเท่านั้นเอง

ประสบการณ์แห่งความประทับใจ

คำเดียวสั้นๆ “สวย” 555

ทุกวันนี้พอใจกับใบหน้าของตนเองแล้ว แล้วคนรอบข้างที่ไม่ได้พบคุณมาก 10 ปี จำคุณไม่ได้ คุณจะตอบเขาอย่างไรถ้าเขาบอกว่าคุณเปลี่ยนไปมาก
คนทักว่าเปลี่ยนไปเยอะนะ อย่างไม่นานมานี้เพื่อนแม่มาเยี่ยมคุณแม่ มาหลายคนมาก เราก็อยู่ด้วย คุยกันสักพัก เพื่อนแม่ถามแม่ว่าแล้วตอนนี้เราไปไหนไม่อยู่หรอ ทั้งที่เรานั่งอยู่นั่นแท้ๆ พอแม่บอกว่านี่ไง นั่งอยู่นี้ เท่านั้นแหละ พากันถามใหญ่เลย เราก็ได้แต่นั่งยิ้ม เกรงใจแม่ แต่ถ้าปกติใครถามเราจะตอบไปว่าทำหมดแหละยกเว้นตาขาวกับตาดำ อย่าถามว่าทำอะไรบ้างเพราะตอบยาก ให้ถามว่าตรงไหนไม่ทำดีกว่า 5555
สำหรับในวันนี้ก็ถือว่าพอใจนะ แต่ในวันข้างหน้าอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นนอน บางทีสูงวัยขึ้นอาจจะต้องมีการบูรณะกันใหม่อีกก็ได้

02220223

คุณคิดอย่างไรกับ “ศัลยกรรมเฉียดตาย และ ศัลยกรรมทำพิษ”
ขึ้นชื่อว่าศัลยกรรมมีความเสี่ยงทั้งหมด เนื่อง จากบางคนมีลักษณะกายภาพที่ไม่เป็นไปตามปกติของคนทั่วไป กรณีศัลยกรรมแบบผ่าตัดเปิดจะเห็นโครงสร้างและตำแหน่งของเส้นเลือด เส้นประสาทได้ชัดเจนกว่าการฉีด ซึ่งทำผ่านผิวหนังชั้นนอกทำให้หลีกเลี่ยงได้เฉพาะเส้นเลือดที่อยู่ตื้น ส่วนที่อยู่ลึกแพทย์เพียงทราบตำแหน่งจากลักษณะทางกายวิภาคปกติ ไม่สามารถเห็นจากตาเปล่า

ถ้าเริ่มคิดว่าจะทำศัลยกรรม สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงเป็นหลักคือเรื่องความปลอดภัย ก่อนอื่นควรต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมนั้นๆให้มากที่สุด เช่น ถ้าต้องการเสริมจมูกก็ควรรู้ว่าปัจจุบันการเสริมจมูกมีกี่วิธี แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร อะไรเป็นข้อห้ามและเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงรวมถึงการเลือกสถานพยาบาลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะปัจจุบันมีหมอเถื่อน หมอกระเป๋าหิ้วและคลินิกเถื่อนมากมาย ก่อนทำอะไรควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด อย่างน้อยการทำศัลยกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ไม่มีคำว่า “เสี่ยง” หรือ “เสียว” อย่างแน่นอน

ศัลยกรรมนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ไม่ควรจะมากเกินไปจนกลายเป็นการเสพติดหรืออีกประการหนึ่งก็คือในเมื่อคุณพร้อมหรือเลือกที่จะศัลยกรรมกายก็ไม่ควรจะทิ้งไว้แค่นั้น ควรหันกลับมาศัลยกรรมใจด้วยดังเช่นท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวไว้ว่า
” กิเลสชนิดไหนที่ทำให้คุณขาดจริยธรรมก็ควรจะศัลยกรรมกิเลสชนิดนั้นออกไป เช่น ความโลภควรศัลยกรรมด้วยการให้ ความโกรธควรศัลยกรรมด้วยเมตตา ความหลงควรศัลยกรรมด้วยปัญญา ศัลยกรรมนั้นเราสามารถทำได้ทั้งข้างนอกและข้างใน ถ้าทำศัลยกรรมทั้งข้างนอกทั้งข้างใน คุณก็จะสวยตลอดไปเพราะรู้จักศัลยกรรมใจด้วยธรรม”

Interviewer : Porsche Kittisak K

1

Related contents:

You may also like...