ณรงค์ by Narong

N-12

การค้นพบความชอบของตัวเอง ในอาชีพ หน้าที่การงาน อาจเป็นความฝันของใครหลายๆคน หลายคนเจอแล้ว ในขณะที่หลายคนพยายามขวนขวายหาสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข สามารถหล่อเลี้ยงทั้งจิตวิญญาณและเลี้ยงปากท้องได้พร้อมๆกัน ชายหนุ่มคนนี้คงไม่ต่างจากหลายๆคน ที่เดินทาง ทดลองทำ หาความฝันและสิ่งที่ชอบไปเรื่อยๆ
แต่น่าจะแตกต่างจากอีกหลายๆคน ที่เค้ากำลังพยายามผลักดันสินค้าไทยให้ไปไกลทั่วโลกด้วยความภาคภูมิใจ เราเชื่อว่าไม่นาน ห้องเสื้อณรงค์ จะเป็นแบรนด์ที่คนทั่วโลกรู้จักได้ไม่ยากเย็นนัก

ปัจจุบันผมอายุ 33 ปี เป็นคนอำเภอบ้านโป่งจ.ราชบุรี ชีวิตวัยเด็กก็เหมือนกับเด็กต่างจังหวัดทั่วไปที่ชอบยิงนกตกปลาแต่มีหนึ่ง สิ่งที่ผมชอบทำมากเป็นพิเศษเสมอนั่นคือวาดรูปและงานศิลปะจนผลงานและความคิด สร้างสรรค์ของผมได้รับการสนับสนุนจากคุณครูและอาจารย์ให้ส่งเข้าประกวดและ ได้รับรางวัลตั้งแตสมัยเรียนชั้นประถมเนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวชนชั้น กลางครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยแต่เราก็ไม่ได้ลำบากอะไรคุณพ่อและคุณแม่ต้องทำงาน ด้วยกันทั้งคู่ ผมมีพี่สาวหนึ่งคนซึ่งเราก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และต้องหัดทำอะไรต่างๆด้วยตัวเองมาโดยตลอดผมเป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบความจำเจและ ชอบอยู่ในที่หรือไปในสถานที่ที่ทำให้ชีวิตตื่นเต้นและทำให้เราประหลาดใจได้ เสมอ
การศึกษาจบปวช.จากเทคนิคราชบุรี เอกวิชาช่างไฟฟ้า งงใช่มั้ยครับว่าไปยังไงมายังไงถึงได้มาเป็นดีไซเนอร์ได้ สมัยเรียนช่างไฟฟ้าก็เรียนได้เกรดดีมากเป็นอันดับต้นๆของห้องและพอเรียนจบใน ปี 1994 ผมก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าไม่ชอบงานด้านนี้แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าชอบทำอะไรกันแน่ ตอนนั้นรู้แค่ว่าชอบเรียนภาษาอังกฤษและชอบท่องเที่ยว เลยตัดสินใจเข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพที่สถาบันราชภัฏจันทรเกษมในสาขาวิชา ธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวเมื่อขึ้นมหาวิทยาลัยปี 3ผมสอบชิงทุนของมหาวิทยลัยและได้ไปเป็นนักเรียนแรกเปลี่ยนที่ประเทศแคนาดา จึงเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของผมและเป็นจุดเปลี่ยนครั้ง สำคัญในชีวิต การที่ได้ไปเปิดหูเปิดตาได้รู้จักวัฒนธรรมจริงของชาวตะวันตกและวิถีชีวิตที่ มีความแตกต่างกันอย่างโดยสิ้นเชิงกับของคนไทยนั้นทำให้เกิดแรงบัลดาลใจว่า อยากท่องเที่ยวและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในชีวิตในท่องเที่ยวและเดินมากยิ่ง ขึ้นหลังจากกลับมาจากแคนาดาก็ได้มาทำงานเป็นมัคคุเทศก์อยู่ประมาณปีครึ่งและ ได้ตัดสินใจไปทำงานต่อที่สหรัฐอเมริกา

ผมทำงานอยู่บนเรือสำราญแต่เป็นช่วงเวลาสั้นๆเนื่องจากไม่ชอบลักษณะงานที่ ทำจึงลาออกกลับมาเมืองไทยและได้ไปทำงานต่อที่มาเลเซียต่อประมาณปีครึ่ง ในระหว่างนั้นมีคนรู้จักโทรมาเสนองาน คือทำงานบนเรือยอร์ช ที่ประเทศคูเวต ซึ่งเป็นของครอบครัวมหาเศรษฐีอันดับสองของคูเวต เป็นงานที่ผมชอบมากอีกงานหนึ่ง ผมทำงานบนเรือนี่ ได้3ปี และได้เดินทางเกือบครึ่งโลก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง,กลุ่มทะเลแบลคซี,แถบทะเลเมดีเตอเร เนี่ยน,ทะเลบอลติค และอื่นๆอีกมาก การได้เห็นและสัมผัสกับความหรูหราไลฟ์สไตล์ของคนระดับไฮเอ็นด์ผมคิดเล่นๆว่า สักวันหนึ่งจะมีเรือยอร์ชเป็นของตัวเองบ้าง เมื่อปลายปี 2006 ผมกลับมาพักร้อนที่เมืองไทยและเกิดความรู้สึกว่าอยากทำงานอะไรสักอย่างที่ใจ รัก และชอบที่จะทำมัน จึงได้รวบรวมความคิดอยู่นานจนมาลงเอยที่ แฟชั่นเพราะโดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบแต่งตัวอยู่แล้วและชอบศึกษาเทรนของแฟชั่น อยู่เสมอ จึงตัดสินใจตามความฝันคือเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งๆที่ยังไม่เคยมี ประสบการณ์ เพราะผมเป็นคนที่กล้าคิดกล้าทำและไม่รอคอยโอกาสผมว่าเป็นคนชอบเสี่ยงกล้าได้ กล้าเสีย

หลังจากเปิดร้านมาได้ หนึ่งปีก็ตัดสินใจมาเรียนที่สถาบันออกแบบชนาพัฒน์(C.I.D.I-Chanapatana International Design Institute) ในสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์พอมาเรียนแล้วก็ยิ่งแน่ใจว่าเส้นทางนี้แหละที่ชอบและ เหมาะกับตัวผมที่สุดทุกวันนี้ตื่นขึ้นมามีความรู้สึกว่าอยากไปทำงาน มีไฟอยู่ตลอดเวลาเพราะเป็นงานที่ผมรักผมถือว่าเป็นคนโชคดีมากที่ค้นพบเองได้ เร็วกว่าคนอื่น มีคนกล่าวไว้ว่าคนเราเกิดมาบนโลกนี้เพื่อที่จะมาทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งผมคิดว่า แฟชั่นนี่แหละ คือสิ่งนั้น ที่ตอบโจทย์ในคำถามนี้ได้ ถ้าพูดถึงความสำเร็จทุกวันนี้ผมยอมรับว่าประสบความสำเร็จใจระดับหนึ่ง มีร้านห้องเสื้อ สองร้านในเวลาสามปี สามารถดูแลครอบครับและพี่น้องได้ ผมมีความสุขมากและผมจะไม่หยุดCreateเพียงแค่นี้

แรงบัลดาลใจในการทำงานและการออกแบบ
ส่วนใหญ่ได้มาจากสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา จากการได้เดินทางท่องเที่ยวทุกสิ่งที่ผมได้พบเจอก็สามารถเก็บมาเป็นแรงบัล ดาลใจได้ ผมจะเก็บข้อมูลผ่านทางการวาดรูป รูปถ่าย หรือจดบันทึก และไม่ว่าผมจะเดินทางไปที่ไหนผมจะมีสมุดสเก็ตบุคติดตัวไปด้วยตลอดเวลา ชอบอะไรก็วาดบันทึกหรือถ่ายรูปเก็บไว้ ซึ่งตรงนี้แหละที่ผมสามารถดึงข้อมูลมาเป็นข้ออ้างอิงในการออกแบบคอลเล๊คชั่น ต่อไปได้

ภาระกิจเร่งด่วนที่ต้องทำ
ในแต่ละวันมีภาระกิจเร่งด่วนมากมายที่ต้องแข็งกับเวลา แต่ถ้าพูดถึงภาระกิจที่เร่งด่วนที่สุด การออกคอลเลคชั่นชุดแต่งงานที่กำลังจะนำเสนอผลงานของห้องเสื้อผมในช่วงเดือน กันยายนและตุลาคมนี้ต้องคอยติดตามชมผลงานกันนะครับว่าคอลเล็คชั่นชุดแต่งงาน ของผมจะออกมาอลังการมากน้อยเพียงใด

จุดมุ่งหมายและแผนงานในอนาคต
-จุดมุ่งหมายหลักคือการได้เป็นดีไซเนอร์ชุดแต่งงานระดับแนวหน้าของเมืองไทยและเป็นที่ยอมรับในตลาดสากลอีกด้วย
และการได้ผลิตงานที่มีคุณภาพและพิถีพิถันในชิ้นงานให้มีประสิทธิภาพและให้ลูกค้ามีความพึงพอใจกับงานออกแบบนั้นๆให้มากที่สุด
-ผมต้องการเห็นองค์กรของผมเติบโตขึ้นเรื่อยๆและก้าวต่อไปได้ด้วยตัวของ มันเองและอาจจะมีสาขาเพิ่มมากขึ้นในอนาคตหรือขยายไปยังต่างประเทศอีกด้วย

Related contents:

You may also like...