ชีวิตมนุษย์ประดุจเทียนไข เหลือเวลาเท่าไรในการทำความดี

969075_10152096310422715_439610303_n

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าในโลกนี้มีสภาวะของธรรมและอธรรม ซึ่งสภาวะทั้งสองอย่างนี้ให้ผลต่างกัน อธรรมย่อมอำนวยผลไปในทางไม่เจริญหรือทางที่ชั่ว ส่วนธรรมย่อมอำนวยผลไปในทางวัฒนะเจริญก้าวหน้า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ผู้ประพฤติธรรมย่อมร่มเย็นเป็นสุข ธรรมจึงเป็นเครื่องส่งเสริมพัฒนาทั้งชีวิตคน สังคมและประเทศชาติ

การเจริญภาวนาเป็นหนึ่งในการปฏิบัติเพื่อเข้าใจในหลักของธรรม เข้าใจความเป็นไปของชีวิต เพื่อให้จิตใจผ่องใสเบิกบาน โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ การสวดมนต์ การทำสมาธิ และการเจริญวิปัสสนา ซึ่งล้วนแต่มีข้อดีที่แฝงไว้แตกต่างกันไป อธิบายว่าการสวดมนต์ เป็นการทำให้จิตมีสมาธิอยู่กับบทสวดมนต์และพระเบื้องหน้า(หากสวดมนต์ต่อพระพุทธรูปต่างๆ) นอกจากนี้ยังได้อานิสงค์จากพุทธคุณของพระคาถาต่างๆที่เราอ่านหรือเปล่งวาจาออกมา พระคาถาต่างๆล้วนเป็นถ้อยคำมงคลทำให้เกิดสิริมงคลแต่ตัวผู้เปล่งวาจาและผู้ที่ได้ยิน คนโบราณ เชื่อกันว่าหมู่เทวดาชอบฟังธรรมะและเสียงสวดมนต์ เทพเทวดาทั้งหลายจะอวยพรอันเป็นมงคลแก่ผู้เปล่งวาจานั้นๆ

การทำสมาธิ เป็นการฝึกปฏิบัติตนให้มั่นคงอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้บุคคลที่ทำสมาธินั้น พ้นจากกิเลสช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งยังเป็นการฝึกจิตใจให้นิ่งไม่อ่อนไหวง่ายมีมั่นคงมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้น ในขั้นตอนการทำสมาธิจะแนะนำวิธีการหายใจแบบสมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้ร่างกาย แข็งแรงและผ่อนคลายความเครียด

การเจริญวิปัสสนา เราๆท่านๆคงไม่มุ่งเน้นให้ทุกคนสำเร็จฌานขั้นสูง แต่หากผู้ใดไปถึง ก็ขออนุโมทนาด้วยใจจริง การเจริญวิปัสสนานั้นคือการต่อยอดจากการฝึกสมาธิขึ้นมาอีกขั้น แตกต่างจากการทำสมาธิที่ ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเปลี่ยนมาเป็นการพิจารณาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อความเข้าใจอย่างแท้จริง กล่าวคือทะลุแจ้งแทงตลอด มองเห็นความเป็นไปและทางออกโดยไม่ฟุ้งซ่าน สับสน เช่นการพิจารณาสังขาร มองเห็นความเป็นไปตามสัจธรรม ทำให้ไม่เกิดความยึดติด เป็นต้น

เราท่านทั้งหลายควรตระหนักว่า “อายุที่ยืนยาวนั้นหมายถึงชีวิตที่เหลือน้อยลง ดังนั้นจึงควรเจริญอัปมาทธรรมให้มาก เพื่อใช้เวลาที่เหลืออยู่น้อยนี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุดก่อนที่จะละจากโลกนี้ไป” ความจริงที่ต้องยอมรับคือ เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้…เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้…เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้…เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง จักทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจะเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

ท้ายที่สุดนี้ขอฝากว่า “ผู้ที่รักษาศีลให้บริสุทธิ์ย่อมเป็นผู้สมควรได้รับการชื่นชมและควรเคารพ”

ขอขอบคุณธรรมเทศนาจาก พระชวลิต ฉันทสีโล

พระชวลิต ฉันทสีโล 03

Related contents:

You may also like...