พ่อแม่อุปการะ คุณนายอุ้มบุญ

adoption-network-law-center

เทคโนโลยีช่วยในการเจริญพันธุ์สามารถสนองความต้องการ ได้มากขึ้น มีทางเลือกหลายอย่างสำหรับคนที่ต้องการเป็นพ่อแม่ แต่มีบุตรยากเพราะอาจจะมีความบกพร่องได้หลายสาเหตุ ในพ.ศ.2556 นี้ ร่างกฎหมายอุ้มบุญ ได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานกฤษฎีกาแล้ว ยังมีขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการต่อไปอีกในรัฐสภาในขณะที่คู่สมรสบางคู่หรือคุณแม่บางคนตัดสินใจคุมกำเนิดหรือทำหมันเพราะไม่ต้องการมีบุตรหรือตัดสินใจทำแท้ง แต่ก็มีใครบางคนหรือคู่สมรสบางคู่กลับต้องการบุตรมากเหลือเกิน

ทางการแพทย์มีวิวัฒนาการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการมีบุตรได้หลายวิธี เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF : in Vitro Fertilization) การทำกิฟต์ (GIFT : Gamete Intra Fallopian Transfer) การทำซิฟต์ (ZIFT : Zygote Intra Fallopian Transfer) การทำอิ๊กซี่ (ICSI : Intra Cytoplasmic Sperm Injection) มีกรณีที่เหมาะสมอย่างอื่นอีก เช่น การตั้งครรภ์แทนหรือเรียกกันว่าอุ้มบุญมาใช้ให้ได้ผลตามที่ประสงค์

วิธีการตั้งครรภ์แทนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมและประเด็นทางกฎหมายค่อนข้างมาก ยังอาจจะพาดพิงไปถึงการนำไปสู่ประเด็นทางอาชญากรรมหรือขบวนการค้ามนุษย์ได้ด้วย การออกกฎหมายเพื่อรองรับต่อกรณีดังกล่าวจึงมีความสำคัญและให้สอดคล้องกับจริยธรรม ศีลธรรมและกฎหมายบ้านเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น การที่ประมวลกฎหมาย แพ่งได้บัญญัติไว้ว่าบุคคลที่คลอดจากหญิงคนใดก็จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงคนนั้น

อุ้มบุญเป็นการนำตัวอ่อนไปฝากให้หญิงคนนั้นอุ้มท้องแทน เมื่อคลอดแล้วจะถือว่าเป็นบุตรของคู่สมรสที่ต้องการมีบุตรย่อมเป็นไปไม่ได้ภายใต้กฎหมายเดิม จึงต้องมีการบัญญัติกฎหมายให้เป็นบุตรของคู่สมรสที่ต้องการมีบุตรแต่อาจจะ ไม่สามารถมีบุตรได้เองตามธรรมชาติหรือโดยวิธีอื่น จึงต้องให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน

การดำเนินการผสมเทียมต้องกระทำต่อหญิงที่มีสามีที่ชอบด้วยกฎหมาย บางครั้งก็อาจจะไม่สามารถให้ไข่และอสุจิของทั้งคู่ได้ อาจจะจำเป็นต้องรับบริจาคไข่หรืออสุจิของบุคคลอื่นอีก แต่อย่างไรก็ตามก็จะต้องมีอสุจิของสามีและไข่บริจาคหรืออสุจิบริจาคกับไข่ของภริยาอย่างน้อยอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการเชื่อมโยงของปัจจัยทางพันธุกรรม ไม่ใช่ทั้งไข่และอสุจิก็ไม่ใช่ของคู่สมรสทั้งคู่เลยแถมยังไปฝากให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทนอีกด้วย อย่างนี้น่าจะไปขอรับเด็กอื่นมาเป็นบุตรบุญธรรมจะดีกว่า ร่างกฎหมายนี้ก็ได้บัญญัติไว้เพื่อให้เป็นไปในแนวทางนี้แล้ว การผสมเทียมโดยใช้อสุจิของผู้บริจาคต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายที่ประสงค์ให้มีการผสมเทียม ทั้งผู้ขอรับบริการและผู้บริจาคไข่หรืออสุจิต้องผ่านการตรวจประเมินความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ

กฎหมายบัญญัติให้ชัดเจนว่าบุตรเป็นของใครเพราะหากภายหลังมีการแย่งบุตรกันเกิดขึ้นเพราะคนที่อุ้มท้องอาจจะรักเด็ก เพราะมีความผูกพันจากการตั้งครรภ์ที่มีระยะเวลายาวนานหรือคู่สมรสอาจปฏิเสธเด็กที่เกิดมาในภายหลังเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เด็กมีความไม่สมบูรณ์บางประการ เป็นต้น รวมถึงกรณีที่คู่สมรสได้เสียชีวิตก่อนทารกเกิดก็จะต้องให้หญิงที่ตั้งครรภ์แทนเป็นผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายไปก่อนจนกว่าจะมีการตั้งผู้ปกครองขึ้นใหม่แต่ผู้บริจาคไข่หรืออสุจิไม่มีสิทธิและหน้าที่ใดๆ

กฎหมายห้ามไม่ให้บุพการีเป็นผู้ตั้งครรภ์แทน เช่น คุณแม่หรือคุณยาย อาจจะมีปัญหาการนับญาติซึ่งจะมีผลกระทบต่อตัวเด็กเอง รวมทั้งกฎหมายที่ต้องให้มีการป้องกันไม่ให้เป็นการรับจ้างอุ้มบุญหรือทำเป็นการค้าเพราะขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ห้ามการโฆษณาความประสงค์ที่จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น ห้ามกระทำการเป็นนายหน้า ห้ามซื้อ-ขาย-เสนอซื้อเสนอขาย นำเข้าหรือส่งออก ห้ามสร้างตัวอ่อนเพื่อใช้ในกิจการอื่นนอกจากการรักษาภาวะมีบุตรยาก ห้ามสร้างมนุษย์โดยวิธีการอื่นนอกจากการปฏิสนธิระหว่างอสุจิกับไข่

ร่างกฎหมายนี้ยังต้องมีการเผยแพร่ระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมายต่อไป ความคิดเห็นที่หลากหลายในแง่มุมต่างๆจะนำมาซึ่งประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณความรู้จาก นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย

Thanks to mage from http://www.almightydad.com/wp-content/uploads/2010/12/adoption-network-law-center.jpg

Related contents:

You may also like...