ดูจิตตน ด้วยตนเอง

644330_10151866537662715_35665688_n

คำพูดที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” เห็นทีจะไม่มีใครปฏิเสธกันพ้น แม้ในทางพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าทรงสอนเราด้วยว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างมีใจเป็นประธานโดยส่วนเดียว หากเราจะทำอะไร หากใจเราไปแล้วมันจะเป็นตัวดึงร่างกายเราตามไปด้วย” ในชีวิตประจำวันของคนเรานี้รายล้อมไปด้วยวัตถุที่มนุษย์ด้วยกันรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ด้วยกันเอง หมายรวมถึงการรักใคร่พอใจในตัวบุคคลด้วย ใจเราหรือ “จิต” เป็นตัวควบคุมว่าเป็นที่น่ารักใคร่พอใจ หากเราเข้าใจสภาวะวัตถุที่มาครอบงำจิตเราหรือที่เรียกว่า “กิเลส” ก็จะเบาบางลง

“กิเลส” มันร้ายกาจจริงๆ เพราะมันจะเข้าไปครอบงำจิตของเรา พอมันไปครอบงำที่จิตแล้วดิ้นไม่หลุดเลย มันจะไปบงการเจ้าสังขารหรือตัวเราทำตามที่มันสั่ง บางคนมีความสามารถในการฝึกฝนอบรมจิตตนด้วยการวิปัสสนาแต่ครั้นที่เราปล่อยจิตไปชั่วครู่ กิเลสก็มาสะกิดหัวไหล่แล้วยิ้มให้เราในเบื้องหน้าเลยทีเดียว ยิ่งเรื่องบางเรื่องที่ถูกตาต้องใจ หากจะบอกว่าเราไม่มีใจให้นั้นเป็นไปได้ยาก อย่าไปบอกว่าใจไม่ให้เพราะใจคือจิต

“จิตนี่มันร้ายกว่าที่เราคิด เขาถึงให้เจริญสติเพื่อรู้เท่าทันจิต เวลาสติแตกถ้ามีสติแล้วจะไม่แตก เพราะว่าเราจะมองเข้าไปดูที่จิตแล้วไปดับมัน การดูจิตตัวเองนี้สนุกนะ…พูดไปอาจจะงง…

เอาง่ายๆสมมุติว่าเกิดความอยากขึ้น….อันนี้ไปใส่เองว่าอยากอะไร เราก็ตั้งสติก่อนแล้วค่อยๆ มองไปที่ความอยาก…เอ๊ะ !! ทำไมถึงอยาก? อยากแล้วได้อะไร? แล้วค่อยๆลดลงไปทีละนิดในใจ คือการเจริญสตินี้มันให้เรามีเวลาคิด พอมีเวลาคิดแล้วสติหรือปัญญาก็จะเกิด แต่ถ้าไม่มีสตินี่สิ…โอ๊ย..ความอยากเกิดแล้วลุย! ทำสิ่งนั้นไปแล้ว เพราะจิตสั่งการสังขารปฏิบัติตามนั่นผลลัพธ์ออกทันที

แต่ถ้าอยากแต่ใช้สติหยุดคิดมองจิตและดับกิเลสคือความอยากได้นั่นสิคือผู้ชนะ แต่พูดตรงๆการหยุดกิเลสไม่ง่ายแต่ทำให้มันเบาบางลงได้ ฉะนั้นการดูจิตนี้เป็นสิ่งที่ดี มันต้องค่อยๆฝึกด้วยวิปัสสนา”

อย่าลืมว่าเจ้ากิเลสนี้มาหาเราบ่อยมากและพอเรารู้ทันมันมันจะหายไปแอบ พอเราเผลอเมื่อไหร่มันก็กลับมาอีกเลยอยากจะให้หมั่นเจริญสติบ่อยๆเป็นนิจ ยิ่งทำยิ่งได้ ที่สำคัญไม่ใช่เพื่อคนอื่นแต่เพื่อตัวเอง

เรียงเรียงจากสนทนาธรรมกับพระชวลิต ฉันทสีโล วัดพระมหาธาตุยุวราษฎร์รังสฤษฏิ์ราชวรมหาวิหาร
Story : Porsche Kittisak K

Related contents:

You may also like...