ดร.พิจิตต รัตตกุล

THE PANO THE NEW HORIZON

หลังวางมือจากสนามการเมืองระดับชาติและพ้นวาระ ‘พ่อเมืองกรุงเทพฯ’ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ดร.พิจิตต รัตตกุล ยังคงโลดแล่นอยู่ในสังเวียนการทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด ในตำแหน่งต่างๆ อาทิ กรรมการอำนวยการมูลนิธิป้องกันควันพิษ และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม, ผู้ชำนาญการ NACA (Network of Aquaculture Centres in Asia-Pacific), ผู้ชำนาญการ CHARM (Coastal Habitats and Resources Management) – EU Project และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารองค์กรระหว่างประเทศเรื่องภัยพิบัติในทวีปเอเชีย (Asian Disaster Preparedness Center : ACPC)

แต่นอกเหนือจากตำแหน่งหน้าที่ที่มิอาจกล่าวได้ทั้งหมดบนหน้ากระดาษอันจำกัด เขาก็ยังนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงานกับภาคธุรกิจ โดยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ริเวอร์ไซด์ โฮมส์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้ดำเนินการโครงการ ‘เดอะ พาโน’ คอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำ ซึ่งประกาศศักดาครอบครองทิวทัศน์เหนือคุ้งน้ำเจ้าพระยาอันกว้างไกล รวมถึงดวงตะวันอันยิ่งใหญ่ที่หาได้ยากในเมืองหลวง

จากความคดโค้งของสายน้ำเจ้าพระยาก่อนจะออกสู่อ่าวไทย ก่อกำเนิดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่น้อยจำนวนมาก หลายแห่งถูกเปลี่ยนแปลง-ทับถมจนกลายเป็นที่พักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรม หากแต่ยังคงมีพื้นที่สีเขียวนาม ‘บางกระเจ้า’ ซึ่งได้รับการอนุรักษ์เป็นแหล่งผลิตอากาศบริสุทธิ์สำคัญที่สุดซึ่งกรุงเทพมหานครได้รับอานิสงส์นี้เต็มๆ โดยอยู่ฟากฝั่งตรงข้าม เดอะ พาโน เช่นเดียวกับ ‘คลองลัดโพธิ์’ ซึ่งเดิมทีขุดขึ้นผ่านบางกระเจ้าเพื่อลัดระยะทางการเดินเรือ แต่จากปัญหาน้ำเค็มทะลักเข้าสู่ตอนบนของแม่น้ำอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการอุปโภค บริโภค การเกษตรกรรม พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปิดกั้นลำคลองเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของราษฎร กระทั่งรัชกาลปัจจุบันคลองลัดโพธิ์ดังกล่าวได้รับการฟื้นฟูและใช้ประโยชน์โดยมีส่วนสำคัญในการช่วยระบายระดับน้ำซึ่งไหลหลากจากตอนบน ช่วยบรรเทาความเสียหายให้กับกรุงเทพมหานคร พื้นที่ดังกล่าวจึงดำรงความสำคัญสืบเนื่องมาอย่างน้อยก็ยาวนานพอๆ กับกรุงรัตนโกสินทร์

จากทำเลที่ตั้งบวกกับเส้นทางคมนาคมอันสะดวกในการเข้าถึงแหล่งธุรกิจใจกลางกรุง ย่อมการันตีได้ว่าคุณภาพชีวิตอันเหนือชั้นจะตกอยู่ภายใต้ขอบฟ้าที่ไม่มีอะไรมาบดบัง

ไฮคลาส : ภารกิจหลักของดร.พิจิตต ณ ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง
ตอนนี้ผมเป็นผู้อำนวยการขององค์กรระหว่างประเทศ ในเรื่องของภัยพิบัติในทวีปเอเชีย เป็นองค์กรระหว่างประเทศตั้งโดยสหประชาชาติเมื่อ 23 ปีมาแล้ว และผมเป็นผู้อำนวยการซึ่งทำงานอยู่ใน 26 ประเทศ ดูตั้งแต่เรื่องพายุไซโคลน พายุไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว สึนามิ ดินถล่ม น้ำท่วม ส่วนใหญ่กิจกรรมของเราอยู่ที่ประเทศเช่น บังคลาเทศ ศรีลังกา เวียดนาม กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ มากกว่าในเมืองไทย กิจกรรมขององค์กรนี้ในเมืองไทยยังมีน้อย แต่เราก็มีศูนย์เตือนภัยที่เชื่อมโยงกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของเราแจ้งภัยให้กับประเทศสมาชิกในเอเชียได้รับทราบ ผมทำงานเต็มเวลาที่นั่นและก็มาเป็นประธานกรรมการให้กับที่นี่ โครงการ เดอะ พาโน สองอย่างหลักๆ

ไฮคลาส : จัดสรรเวลาให้กับตัวเองอย่างไร ตัวอย่างเช่นบางคนพักผ่อนหรือเดินทางท่องเที่ยว กันแล้ว แต่ดร.พิจิตตยังมีไฟในการทำงานสำคัญๆ อยู่
อ๋อ… เขาเรียกว่าแก่แล้วยังไม่เลิก (หัวเราะร่า) ผมหยุดไม่ค่อยได้นะ ชอบทำงาน ยังน้อยไปนะ น้องๆ บางคนที่เคยตามผมสมัยทำงานกทม.ก็จะรู้ว่ามันไม่มีเวลาที่จะหยุดเลย ยิ่งทำมากก็ยิ่งสนุก ยิ่งท้าทาย กับที่นี่ผมใช้เวลาประชุม มาช่วยฝ่ายบริหารเขาตรวจงานบ้าง ให้คำแนะนำบ้าง ดูเรื่องกำหนดการต่างๆ ดูการเลือกที่จะทำหรือไม่ทำอะไร มีงานอะไรให้ผมทำอีกไหม…อีกนานๆ ก็จะดี (หัวเราะ)

ไฮคลาส : แล้วภารกิจกับโครงการนี้
นี่คือเรื่องสำคัญเหมือนกัน ผมบอกกับที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกรรมการบริษัทโดยบอกกับเขาว่าหากให้ผมมาทำนั้นบางทีผมจู้จี้ต้องทนผมหน่อยนะ เพราะว่าผมอยากทำให้คนที่มาอยู่แล้วรู้สึกว่าเหมือนอย่างคนกทม.ที่เขาอยากอยู่ในเมืองที่เขาอยู่อย่างสบาย ฉะนั้นไม่ใช่หน้าที่ของเราในฐานะผู้พัฒนาแล้วก็ปล่อยไปตามยถากรรม เราอยากให้คนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่มีความรู้สึกที่ดีว่าเราเป็นผู้สรรหาสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเขา อยากให้ได้ชื่อว่าเป็นอย่างนั้นตอนทำงานกทม.ผมอาจจะไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเราเพราะว่าขนาดกว้างขวางใหญ่โต แต่ก็ได้พยายามริเริ่ม

คนที่อยู่ในสังคมอยู่ในบ้าน อยู่ในคอนโดฯ อยู่ในเมือง หรืออยู่ที่ไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตต้องดี นี่สำคัญ ไม่ใช่ขออยู่แต่เพียงว่าพออยู่ๆ ไปเท่านั้น อยู่แล้วจะต้องมีความรู้สึกผูกพันที่ดีกับสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น ผมยังคิดเลยว่าแหม…วันหนึ่งเราน่าจะยุยงให้มีการรณรงค์เรื่องการทำให้บ้านในกทม.ที่มีอยู่ 2 ล้านกว่าหลังคาเรือน ทำอย่างไรเราช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตสิ่งแวดล้อมในบ้านของแต่ละหลังได้ แม้จะอยู่ในชุมชนแออัดเขาก็พัฒนาให้เป็นบ้านที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดีได้ แต่ว่ามันต้องมีคนที่นำการรณรงค์ในเรื่องนี้จะเป็นกทม.หรือรัฐบาลก็ตาม

ผมอยากให้คน 2 ล้าน 5 แสน ครอบครัวได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและผมคิดว่าจะทำอะไรอีกหลายๆ อย่างก็คือประสิทธิภาพในการทำงาน ความผูกพัน ความอบอุ่น ความสุขของครอบครัว ฯลฯ จะตามมาอีกเมื่อเราเริ่มจากเตียงนอน จากห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ จะยากจนหรือยูนิตละหลายล้าน หรือว่าบ้านเล็กๆ ที่ไหนก็ทำได้ทั้งสิ้นในการโปรโมทหรือส่งเสริมให้สภาวะแวดล้อมของที่อยู่อาศัยดีที่สุด แม้แต่ห้อง 30 ตารางเมตรของแฟลตดินแดง-ห้วยขวางก็สามารถทำได้เท่ากับที่นี่ แต่ต้องมีการรณรงค์ สร้างความเข้าใจ และอาจจะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมด้วย ความฝันของผมคือให้คนได้อยู่บ้านที่ดี และบ้านเขาก็ไม่ใช่ที่จะไปรณรงค์เรื่องควันพิษ เรื่องขยะพิษ ซึ่งเขาก็ไม่อยากให้ควันพิษ ขยะพิษเข้าไปอยู่ในบ้านเขา หรือว่าเมื่อเขาออกมาที่ถนนแล้วไอ้ควันพิษขยะพิษเข้ามาสู่ร่างกาย สิทธิมนุษยชนของคนขั้นพื้นฐานคืออยู่ในสภาพที่ปลอดภัย คุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่ในบ้านและนอกบ้าน

ไฮคลาส : ดร.พิจิตตดูแลธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเฉพาะที่นี่เท่านั้น แล้วมีที่อื่นมาชวนไปร่วมงานบ้างไหม
ไม่มีครับเพราะว่าผมกับคุณธงชัย คุณากรปรมัตถ์ เรารู้จักกันมาเกือบจะ 30 ปีแล้วและก็สนิทกัน ผมจึงมาช่วยกันดูแลที่นี่

ไฮคลาส : โอกาสและเสน่ห์ของพื้นที่แห่งนี้ในการดำเนินโครงการอสังหาริมทรัพย์
สำหรับโครงการนี้จากภาพที่มองเห็นคือความสวยของ ‘กระเพาะหมู’ ที่บางกระเจ้า เราคิดว่าสิ่งนี้มันน่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมของคอนโดฯ หรือถ้าหากว่าเป็นสิ่งแวดล้อมบ้านจัดสรรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้นหมากรากไม้ Landscape แต่พอคอนโดฯ ไม่ได้พูดถึง Landscape ของที่อยู่อาศัย แต่เป็นของตึกทั้งหมด คือภาพของท้องฟ้าที่ใหญ่ๆ (เน้นเสียงพร้อมอ้าแขนทั้งสองข้างออก) และตาที่มองเห็นมันไกลไป ไม่ใช่มองเห็นแล้วไปชนกำแพงตึกอีกตึกหนึ่ง ระหว่างที่ภาพมองออกไปไกลๆ ก็เห็นเป็นสายน้ำ 2 สายคดไปมา และมีสีเขียวของบางกระเจ้า นี่คือสิ่งที่มองเห็นว่าน่าจะเป็น Landscape ของคอนโดมิเนียม และตัวเองเป็นคนชอบเรื่องที่ไม่ให้ถูกบังคับสายตาด้วยการมองอะไรได้สั้นๆ นิดเดียวเดี๋ยวก็ชนแล้ว อยู่ในตึก กำแพง แต่นี่มันเป็นสายตาที่มองได้ไกล๊…ไกล และท้องฟ้ามันใหญ๊…ใหญ่ ที่นี่ทำไมท้องฟ้าจึงใหญ่ก็ไม่ทราบ ในกรุงเทพฯ ท้องฟ้าไม่ใหญ่นะ

ไฮคลาส : มองเห็นที่ผืนนี้มานานแค่ไหนว่าสามารถมองออกไปได้ไกลอันเป็นจุดเด่นและยังเห็นพื้นที่สีเขียวของบางกระเจ้า

คิดไว้ตั้งแต่ตอนมากับคณะที่จะซื้อที่ดิน เมื่อได้ดูที่ผืนนี้ก็เห็นว่าสิ่งนี้คือจุดเด่น ไม่ใช่แค่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ลมของแม่น้ำเข้ามาสู่หน้าต่างอย่างเดียว แต่มันยังได้สายตา ได้ความรู้สึกอิสระ เรามองท้องฟ้าใหญ่ๆ มันอิสระจังเลย และยิ่งถ้าหากว่าไปอยู่ชั้นสูงๆ มันเหมือนความอิสระเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากเหลือเกินไม่มีอะไรมาจำกัด ตอนนั้นยังไม่สูงแต่ประเมินเอาไว้ว่าถ้าหากมันสูงก็คงจะเป็นอย่างนี้แล้วปรากฏว่าจริง

เมื่อขึ้นไปดูจึงมองเห็นว่าจริงดังที่คิด Big Sky พร้อมสายตาแบบ Endless มองไปไกลสุดลูกหูลูกตา ระหว่างนั้นก็มีสายน้ำ 2 สายกั้น และทางด้านซ้ายก็คือสีเขียวของบางกระเจ้าเป็นโซนขนาดใหญ่ไม่ใช่สีเขียวเป็นหย่อมๆ แต่ที่นี่เป็นพรืดเหมือนดังพรมสีเขียว นี่จึงน่าจะเป็นคำตอบอันหนึ่งว่าคนอยู่คอนโดฯ น่าจะมีสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว

ไฮคลาส : คุณภาพนั้นเลือกสรรอย่างไร
ในส่วนของผู้ออกแบบนั้นหุ้นส่วนของเราได้ใช้บริการของ WOHA อยู่ในระดับหนึ่ง และชวนไปดูฝีไม้ลายมือของเขาในประเทศสิงคโปร์ เราพบว่าคอนเซ็ปต์ของเขานั้นสำคัญ คือ ไม่ใช่สักแต่ว่าออกแบบเฉยๆ แต่คอนเซ็ปต์ของเขาคือกลมกลืนกับ Landscape หรือสิ่งแวดล้อม และสิ่งสำคัญคือการเลือกใช้วัสดุเป็นวัสดุประเภท Uncompromised คือไม่ต้องต่อรองกันเรื่องวัสดุ เพราะเลือกระดับท็อปหรือสูงสุดในเรื่องคุณภาพ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ คนเสียสตางค์จะต้องสัมผัสกับสิ่งที่เป็นเครื่องตกแต่ง ทั้งสี ผนัง ขอบไม้ บัว ชนิดของหินที่ใช้ ฯ เขาใช้ความพิถีพิถันมากในการเลือกสิ่งเหล่านี้ แม้แต่อาคารด้านนอกเขาก็พยายามที่จะเอาต้นหมากรากไม้เข้ามาใส่ให้เหมือนกับเป็นหน้าผา มองจากไกลๆ ก็จะไม่ได้รู้สึกว่าเป็นแท่งของตึกโผล่ขึ้นมา แต่คอนเซ็ปต์ของเขาอยากให้มองเห็นแต่ไกลเหมือนกับเป็นหน้าผาและมีต้นไม้ปกคลุมเป็นช่วงๆ ไป ผมไปดูฝีมือ คอนเซ็ปต์ และการเลือกใช้วัสดุของเขาแล้วก็พอใจจึงใช้บริการ WOHA

ไฮคลาส : มองคอนโดฯ ที่นี่ว่าเหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างไร หรือมองว่าจะจับกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใด
วิถีชีวิตของคนไทยอยู่กับธรรมชาตินะ โดยความเป็นจริงคนไทยไม่คุ้ยเคยหรอกกับการไปอยู่ในเมืองที่แออัดยัดเบียด หนาแน่น อยู่กันเป็นตับ เพราะวิถีชีวิตคนไทยก็คืออยู่บ้านริมน้ำ มีต้นไม้ ฯ เหล่านี้ของเดอะ พาโน น่าจะเหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนไทยเหมือนกัน และการสัญจรไปมาก็ใกล้ แป๊บเดียวถึงสีลมแล้ว และแป๊บเดียวอีกเช่นกันถึงคลองเตยไปศูนย์ฯ สิริกิติ์ จากนั้นจะออกไปสู่สุขุมวิทก็อีกนิดเดียว ดังนั้นจากจุดนี้จะไปสีลม ไปราชประสงค์ และไปสุขุมวิทพียง 3 จุดนี้ก็ถือว่าง่ายเลย จึงคิดว่าคนไทยน่าจะชอบสิ่งนี้

ประกอบกับอีกเรื่องสืบเนื่องมาจากสมัยที่ผมช่วยงานอยู่ที่กทม. เรามองเห็นศักยภาพของถนนพระราม 3 ว่ามันเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนสีลม สมัยนู้นเลยนะ ก่อนจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ จึงคิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นศูนย์การเงินที่รองรับการล้นออกมาจากถนนสีลม และมีธนาคารใหญ่ๆ มาอยู่ มีสำนักงานใหญ่ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และตอนนั้นจะมีสำนักงานใหญ่ของธนาคารกรุงเทพด้วย ทางด้านสาธารณูปโภคครบ และอยู่ตามแนวแม่น้ำตลอดเหมือนดั่งในศูนย์การเงินที่เซี่ยงไฮ้ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำ ของฮ่องกงก็เช่นกัน เราคิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นส่วนที่มีสำนักงานที่สามารถจะไม่ให้คนต้องเดินทางไกลหากเราทำ Housing ที่นี่ และตอนนั้นก็คิดถึงเรื่องของระบบขนส่งมวลชนเบา ประมาณ 4-5 พันคนต่อเที่ยวต่อทิศทาง ซึ่งก็เป็นแบบเบาหรือประมาณ 10 เปอร์เซนต์ของบีทีเอสขณะนี้ และส่วนที่จะไปเชื่อมกับถนนนราธิวาสฯ ของสถานี S2 ของบีทีเอส เมื่อทำต่อจากนราธิวาสฯ ออกมาถึงพระราม 3 ได้ก็น่าสนใจมาก
แต่ผมก็ยังเชื่อว่าตรงนี้ถึงแม้ว่าจะผ่านช่วงที่เราเคยศึกษาว่าจะเป็นศูนย์การเงินไปแล้ว วันหนึ่งก็จะกลับมาเป็นศูนย์การเงินอีก เพราะธนาคารกรุงเทพก็ยังมีทรัพย์สินใหญ่อยู่ที่ถนนสายนี้

ไฮคลาส : แม้มันอาจไม่ได้เป็นไปตามมุมมองที่คิดในตอนแรกแต่ดร.พิจิตตคิดว่าถนนเส้นนี้จะเฟื่องฟูอีกแน่

ถนนเส้นนี้ผมคิดว่าเป็นถนนยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับรองรับการขยายตัวของประชากรสีลม สาทร เพราะมันเชื่อมต่อกันได้ง่าย และที่สำคัญคือ สีลม สาทร ไม่มีแม่น้ำ แต่ตรงพระราม 3 มีแม่น้ำ แถมถนนกว้างพอ ส่วนสถานีบำบัดน้ำเสียของถนนี้ก็มีเรียบร้อย ปัญหาน้ำท่วมไม่มี ถนนใหม่และเชื่อมต่อกับวงแหวนอุตสาหกรรม ผมเข้าใจว่าจะมีทางด่วนมาลงอีก

เมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นความต้องการสำนักงานทางด้านการเงินก็จะเกิดขึ้นอีกมาก ผมเข้าใจว่าตรงนี้จัดเรื่องผังเมืองเอาไว้ดีทีเดียวในเรื่องการกำหนดอัตราส่วนของพื้นที่ที่อยู่อาศัยกับสำนักงาน ฉะนั้นมันจะไม่เต็มไปด้วยสำนักงานเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่จะเป็นอะไรที่มีอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างที่อยู่กับสำนักงาน

ไฮคลาส : สำหรับ เดอะ พาโน จะมีอะไรที่เป็นจุดเด่นอันแตกต่างจากที่อยู่อาศัยแห่งอื่นๆ ในละแวกนี้

ที่สำคัญคือคุณภาพของสิ่งก่อสร้างนะ เราพิถีพิถันมากเหลือเกิน ไม่ใช่แค่ตึก อิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก ทาสี จบ ไม่ใช่เรา! จะสังเกตเห็นคุณภาพแม้แต่ขอบคิ้ว ขอบประตู ขอบหน้าต่าง ความหนาของกระจก ฯ คุณภาพของสิ่งก่อสร้างผมเห็นว่าแตกต่างเป็นอันดับแรก อันดับถัดมาก็คือความสะดวกในการเดินทาง จากจุดนี้ก็สามารถเข้าสู่เส้นทางหลักได้ง่าย ดังที่บอกในตอนต้น อันดับที่สามคือเรื่องของทัศนียภาพ สิ่งแวดล้อม อยู่กลางเมืองแต่เหมือนอยู่ไกลเมือง นึกไม่ออกว่าตรงนี้อยู่ห่างจากควันพิษที่ถนนสีลมนิดเดียวเท่านั้นเอง นึกไม่ถึงว่า “อยู่กลางเมืองแต่เสมือนหนึ่งว่าอยู่ชานเมือง” หากเคยเห็นซอยที่ตันๆ อยู่แถวราชประสงค์ แถวซอยมหาดเล็กหลวง แล้วบ้านคนที่ไปอยู่กันลึกๆ คล้ายเช่นกัน อยู่กลางเมืองแท้ๆ เลย แต่เนื่องจากเป็นซอยตัน แต่ค่อนข้างที่จะเงียบสงบ มีต้นไม่เยอะ เราก็คล้ายเช่นกันนอกจากได้ความสงบเช่นบ้านแถวราชประสงค์ แต่ตรงนี้นอกจากได้ความสงบแล้วตรงนี้เรายังได้ภูมิทัศน์ กลายเป็นว่าผมโฆษณาใหญ่เลย

ไฮคลาส : ภารกิจหลักของดร.พิจิตตกับโครงการเดอะ พาโน
ผู้ถือหุ้นทั้งไทย สิงคโปร์ เขาขอให้ผมมาทำหน้าที่เป็นประธาน ผมก็ดูแลตั้งแต่เลือกผู้ออกแบบ เลือกผู้รับเหมา เลือกที่ปรึกษา เราดูแลรับผิดชอบมาตั้งแต่ต้นร่วมกับฝ่ายบริหารที่ตัดสินใจ วิวัฒนาการของคอนโดมิเนียมในระยะ 5-7 ปีหลังมานี้ คอนโดมิเนียมไทยมีวิวัฒนาการแตกต่างออกไป ไม่ใช่เฉพาะของเดอะ พาโน เท่านั้น เช่น Drop off Area มีมากขึ้น สมัยก่อนเราไม่ค่อยสนใจเรื่องของ 1) Drop of Area 2) Landscape ด้านหน้าของโครงการแตกต่างไปจากเดิม และ 3) Set Back นอกจากจะต้องเป็นไปตามกฎหมายแล้ว Set Back ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเสน่ห์ขึ้นมา ของเราหากพูดถึงในแง่ของ 3 ข้อนี้เราได้ทั้งหมด ส่วนหนึ่งเพราะพื้นที่เรากว้างขวางพอสมควร

ไฮคลาส : แล้วความจำเป็นเร่งด่วนของ เดอะ พาโน ซึ่งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์นี้ล่ะ
ความจำเป็นเร่งด่วนคือการเร่งทำเร่อง Landscape ที่ยังช้า ต้องพยายามเร่งตรงจุดนี้ สาเหตุที่ติดขัดก็เป็นเพราะว่าวัสดุในการก่อสร้างมันยังสะเปะสะปะอยู่ตามพื้นที่รอบอาคาร แต่เมื่อไหร่ที่เคลียร์วัสดุก่อสร้างไปได้ทีม Landscape จะต้องรีบเข้ามาโดยเร็ว ขณะนี้ Landscape เข้ามาบ้างแล้วแต่ว่าก็ยังไม่สมอยาก เพราะจุดเด่นของที่นี่คือ Landscape โดย Landscape ใกล้ คือ ต้นไม้ที่โคนตึก กับ Landscape ไกล คือ Endless มองด้วยสายตาไม่มีที่สิ้นสุด และ Landscape กลางๆ คือ น้ำ กับ สีเขียวของบางกระเจ้า โดยจุดนี้ไม่ต้องทำแล้วเพราะเป็น Landscape ที่สวรรค์ให้มา ดังนั้น Landscape ที่ต้องทำก็คือใกล้ตึก จึงต้องเร่งรัดโดยเร็ว เพราะต้นหมากรากไม้ก็ลงไม่ได้เร็วดั่งใจนะ ถ้าหากลงแบบประเภทขุดมาลงเป็นต้นใหญ่เราก็จะเห็นเสาค้ำ แต่ถ้าเรานำมาระดับปานกลางและรอให้มันโต พร้อมๆ กับระดับใหญ่ที่มีเสาค้ำด้วยประปนกันไปก็รู้สึกว่าสบายตาสบายใจ ไม่ใช่ว่าเป็น Landscape สังเคราะห์ แต่เป็น Landscape ที่เป็นธรรมชาติกลมกลืน

บ่อน้ำก็อีกสิ่งหนึ่ง ด้านหลังของอาคารที่อยู่ติดกับแม่น้ำจะเห็นเป็นส่วนของน้ำที่อยู่ตลอดพื้นของตึก มองดูราวกับจะเชื่อมกับน้ำในแม่น้ำด้วยซ้ำไป เป็นพื้นที่น้ำที่กว้างมากอยู่โคนตึก ซึ่งนี่คือจุดเด่นอีกสิ่งหนึ่งเมื่อลงมาที่ชั้น Ground Floor ของอาคารก็เจอน้ำทันทีเลยไม่ต้องรอให้เดินไปถึงริมน้ำเจ้าพระยา

เราอยากเน้นให้คนที่มาอยู่ที่นี่นั้น ไลฟ์สไตล์เป็นเรื่องสำคัญ ในที่นี้คือไลฟ์สไตล์ของคนที่ต้องชอบสิ่งเหล่านี้ ต้องชอบธรรมชาติ ต้องชอบความสงบ ต้องชอบรสนิยม ความพิถีพิถันของวัสดุในการก่อสร้างและการออกแบบ ฉะนั้นวิถีชีวิตของคนที่อยู่ที่นี่ก็จะสะท้อนถึงอาคารด้วยเหมือนกัน เราไม่มีสตูดิโอ ยูนิต เพราะเราเน้นเรื่องของชุดที่ใหญ่ขึ้นมาก ดังนั้นจะมีครอบครัวขนาดเล็ก หรือพวกที่เป็นโสดก็จะมีห้องที่เป็นห้องรับแขกด้วย เราเน้นวิถีชีวิตของคนประเภทนี้ เพราะคนที่มาอยู่ด้วยกันก็น่าจะมีวิถีชีวิตหรือความชอบที่คล้ายๆ กัน แต่ถ้าหากเขามาอยู่ที่นี่แล้วรู้สึกว่าเขาต้องมีอะไรที่เหมือนๆ กัน

ไฮคลาส : ด้วยความเห็นส่วนตัวโครงการนี้เป็นไปตามความฝันกี่เปอร์เซ็นต์
ผมคิดว่าเกือบครบทั้งหมดนะ เหลือแต่ว่าที่จะต้องรอพิสูจน์คืออินทีเรียดีไซน์ สิ่งนี้จะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ว่าความตั้งใจที่เราตั้งใจกันเอาไว้ไม่ใช่ผมตั้งใจคนเดียวนะ เราร่วมกันตั้งใจไว้ตั้งแต่เราเริ่มต้นโครงการนี้แล้วล่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องกำรี้กำไรอย่างเดียวแต่เราตั้งใจที่จะทำอะไรที่คนมีความรู้สึกว่าอืม…ดีนะ แต่หากเราทำอะไรแล้วคนรู้สึกว่าแหม..ไม่ได้เรื่องเลย อันนี้เราก็เสียใจ ดังนั้นตอนนี้ก็เหลือการอินทีเรีย ดีไซน์ เรื่องสถานที่ พื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งกำลังจะทยอยเข้ามา

ไฮคลาส : กลุ่มผู้ที่จะมาพักอาศัยโครงการนี้จะต่างจากเทรนด์ที่เป็นคอนโดฯ กลางเมือง ติดแนวเส้นทางรถไฟฟ้า
โครงการนี้อยู่กลางเมือง ถึงแม้ไม่ติดรถไฟฟ้าและอยู่ห่างจากกลางเมืองแต่ดูเหมือนอยู่กลางเมืองเพราะว่าแป๊บเดียวถึง ใครจะนึกว่าตรงนี้ห่างจากสีลมนิดเดียว นึกไม่ออกจริงๆ นะ แต่มันมีขึ้นจริงๆ ได้ ฉะนั้นเทรนด์ของคนที่ทำงานอยู่ใน CBD ในพื้นที่กทม.ส่วนกลาง แต่ว่าหลัง 1 ทุ่มไปแล้วหลุดออกมาจากอีกโลกหนึ่งเลย มาอยู่อีกโลกหนึ่งซึ่งเขาต้องสลับความรู้สึกของเขาสัก 10 ชั่วโมงก่อนที่จะกลับไปสู่ความยุ่งเหยิงที่ถนนสีลมใหม่ ฉะนั้นผมคิดว่าทัศนคติของคนก็จะคิดอย่างนี้ถ้ามาอยู่ที่นี่ เสียงรถไม่มี มีแต่เสียงเรือป๊อกๆๆๆๆๆ ไม่มีควันพิษ ท้องฟ้าใหญ่ มันก็อีกโลกหนึ่งแล้วนะ และถ้าหากผมกลับมาทัน 6 โมงเย็นได้เห็นพระอาทิตย์ตกก็ถือว่าอีกโลกหนึ่งเลย มีอีกทีหนึ่งนะข้างๆ บริษัทกรุงเทพบ้านและที่ดิน หลังสถานีรถไฟฟ้าห้วยขวางบนถนนเส้นที่มายังศูนย์วัฒนธรรมฯ หากคุณขับรถตอนนั้นและมุ่งหน้าออกไปทางศูนย์วัฒนธรรมฯ จะเห็นพระอาทิตย์ดวงเบ้อเริ่ม…(เน้นเสียง) กำลังตกดิน เป็นมุมเดียวที่เห็นพระอาทิตย์จากทั้งหมดของกรุงเทพฯ ที่มี มันน่าน้อยใจนะ แต่ถ้ามาอยู่ตรงนี้ได้เห็นทุกวันนะ

ไฮคลาส : แล้วที่ดร.พิจิตตจองเอาไว้เป็นอย่างไร
จองไว้แล้วยูนิตขนาดเล็กๆ พอประมาณ วันที่ผมเปิดบ้าน ขึ้นบ้านใหม่จะชวนพวกคุณมาบ้านผม ดูว่าผมตกแต่งอย่างไร ผมชอบแต่งบ้านมากๆ แนวคอนเทมโพรารีก็ชอบเป็นครั้งคราวแต่หากจะตกแต่งให้เป็นบ้าน เป็นที่อยู่อาศัยก็คงจะเลี่ยงให้ห่างจากสไตล์คอนเทมโพรารี และพยายามเน้นการใช้สอยและเน้นความง่าย ความสะดวก โดยจะเป็นมากกว่าสไตล์โฮมมี่

ไฮคลาส : ห้องที่น่าอยู่จะต้องเป็นอย่างไร
ต้องรอวันที่ผมตกแต่งเสร็จ แต่ห้องมันเล็กนะ ก็นึกซะว่าอายุมากแล้วก็มาอยู่ที่นี่กับภรรยากันแค่สองคน ส่วนบ้านก็ยกให้ลูกๆ อยู่กัน ที่นี่ก็สวยตรงวิวนี่แหละ และจะไม่มีใครมาสร้างอะไรอีกแล้ว อย่างมากก็คือโกดังฝั่งตรงข้ามซึ่งวันหนึ่งเขาอาจจะทุบทิ้ง แต่ก็ไกลออกไปแล้ว และไม่มีใครมาขโมยแม่น้ำของผมไปแล้ว แต่ก่อนผมอยู่ที่หมู่บ้านปัญญา ตอนปี 2522 โอ้โหผมมีความรู้สึกว่าทำไมที่นั่งท้องฟ้ามันใหญ่จังเลย แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้วท้องฟ้ามันเล็กไปแล้ว หรือบ้านหลังแรกของผมคือบ้านที่ซอยเอกมัย สมัยก่อนมีควาย มีวัว มีทุ่งนาอยู่ข้างๆ ตอนเด็ก ท้องฟ้าที่นั่นก็ใหญ่มาก แต่ต่อมามีรถสิบล้อ อาคารสูง เราก็เลยย้ายออกมาอยู่หมู่บ้านปัญญาตอนนี้ก็ตามมาที่หมู่บ้านปัญญา แต่มาที่นี่ไม่มีใครตามมาสร้างอะไรอีกแล้ว รับรองเลย

ไฮคลาส : ปรัชญาที่นำความฝันให้กลายเป็นจริงดังเช่นความฝันที่ดร.พิจิตตฝันอยากจะได้วิวทิวทัศน์บนที่พักอาศัยของเรา
ความฝันของคนกรุงเทพฯ ทุกคน ความฝันของคนที่อ่านหนังสือ แม้แต่บ้านเล็กบ้านน้อยตรงไหนก็ทำได้นะ ต้องเริ่มตั้งแต่เตียงนอนตัวเองก่อน ไปจนถึงห้องน้ำ ห้องกินข้าว ที่ไหนก็ทำได้ ความฝันที่จะทำให้บ้านมีคุณภาพ คุณภาพในที่นี้ไม่จำเป็นจะต้องแพงแต่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตอยู่ ตรงใจเรา อย่างเพียงแต่คิดว่าบ้านเป็นที่ซุกหัวนอนเท่านั้น บ้านมันคือรัง คืออะไรที่จะทกให้ชีวิตเรามันมีความสุขได้ นี่ยังไม่นับคนที่อยู่ด้วยกันที่บ้านนะ หากนับคนที่อยู่ที่บ้านอีกก็นับเป็นปัจจัย อย่างที่ผมคิดว่าอยากจะรณรงค์ว่าทำอย่างไร ไม่ใช่ว่ามัวแต่อ้างอิงของคนอื่นนะ แต่ชาวญี่ปุ่นนั้นเขามีความพิถีพิถันเรื่องของที่อยู่อาศัยมาก แม้แต่กระต๊อบเล็กๆ แต่ความพิถีพิถันของเขาที่คิดว่าไม่ใช่ที่ซุกหัวนอนอย่างเดียว สิ่งนี้พูดถึงผู้อ่านหนังสืออื่นทั่วไปนะครับเรามองภาพรวมไม่ใช่แต่เรื่องของ เดอะ พาโน

ไฮคลาส : มองที่นี่จะเป็นแนวคิดของที่อยู่อาศัยต้นแบบของชีวิตคนกรุงเทพฯ
มองแยกกันนะ เมื่อสักครู่ผมพูดถึงคน 7 ล้านคนที่มีสำมะโนประชากรอยู่กทม.ในเมืองใหญ่ ผมคิดว่าอันนี้น่าจะเริ่มจากการรณรงค์เรื่องการสร้างความพิถีพิถันของที่อยู่อาศัยของตนเองขึ้นมา ซึ่งไม่ได้ใช้สตางค์แต่ว่าใช้ความเอาใจใส่ดูแลให้มาก ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก ซึ่งหากทำอย่างนั้นแล้วความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บก็น้อยลง เข้าไปก็จิตใจสบาย โล่ง มันมีรายการในโทรทัศน์ของอเมริกาก็มี ญี่ปุ่นก็มี ที่เขาประกวดจัดบ้านกัน จากบ้านเก่าๆ โทรมๆ แล้วให้สื่อมวลชนไปถ่ายก่อนทำมาเทียบกับหลังจากดำเนินการแล้ว โดยเขาไปถ่ายว่าจากที่คนกลับถึงบ้านมาถึงก็โยนรองเท้าทางหนึ่ง โยนหมวกทางหนึ่ง แล้วล้มแผละลงไปนอน เช้าก็ตะเกียกตะกายขึ้นมาวิ่งเข้าหาห้องน้ำ คลำๆ เจอแปรงสีฟัน เสร็จแล้วก็โยนเสื้อนอนโครมแล้วก็คุ้ยๆ เสื้อผ้าที่ต้องการแล้วก็ออกจากที่พัก รายการเขาก็เสนอว่าเอาไหมหากจะเปลี่ยนแปลงให้เป็นบ้านที่น่าอยู่ได้โดยใช้งบฯ เพียงจำนวนหนึ่ง เจ้าของบ้านที่ตกลงก็ควักเงินให้ทีมงานใช้เวลาสัก 1-2 วัน จนเมื่อเจ้าของกลับมาอีกทีก็ต้องตกใจเพราะเปลี่ยนไปเลย เห็นได้ว่าเปลี่ยนแปลงได้ด้วยเงินที่น้อยมาก สิ่งนี้แนวคิดนี้การเคหะแห่งชาติน่าทำมากๆ เรื่องนี้ เพราะผมคิดว่าเป็นวัฒนธรรมของการอยู่อาศัย และเมื่อเราเคารพในบ้านของเราเอง เราออกไปนอกสถานที่สาธารณะเมื่อไหร่เราก็เคารพสถานที่สาธารณะเมื่อนั้น ซึ่งจะให้ผมไม่ทิ้งขยะนอกถนนได้อย่างไรในเมื่อบ้านของผมผมก็ยังทิ้งเลย แต่ถ้าหากในบ้านยังต้องระวังไม่สร้างความสกปรกเมื่ออกไปข้างนอกผมก็เคารพสถานที่สาธารณะ ฉะนั้นวัฒนธรรมของการใช้พื้นที่รวมของสาธารณะก็จะพัฒนาขึ้น อยากเห็นอย่างนี้นะ เสียดายตอนที่ทำงานอยู่กทม.เวลาไม่ทันสำหรับการทำเรื่องอย่างนี้และมันก็จะกลายเป็นวินัยของคนเดินถนนด้วยนะ

คนรุ่นใหม่อาจเกิดไม่ทันยุคที่กทม.มีเสียงแตรรถดังลั่นไปหมด เดี๋ยวนี้ที่เมืองเดลี ไฮเดอราบัด ธากา ฯ เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา และเราก็รู้สึกว่าเอ๊ะ…คุ้นๆ นะเสียงเหล่านี้ อ๋อ…สมัยเราเด็กๆ มันดังในกรุงเทพฯ และมันก็ค่อยๆ หายไป ที่หายไปเพราะว่าคนรู้สึกอายที่ถูกบีบแตร รู้สึกกลัวคนอื่นเขาจะหนวกหูเรา รู้สึกเกรงใจคนอื่นเขา นี่คือวินัยในสังคมทำอย่างไรจะมีวินัยเหล่านั้นได้ ผมคิดว่าผมทำน้อยไปหน่อยในเรื่องนี้ แต่ทำไปก็จะต้องมีคนไม่ชอบแน่นอนที่จะให้เขาไปอยู่ในกรอบจากที่เขาเคยอิสระ ขนาดเราไปจับคนที่ทิ้งขยะลงถนนเขาก็บอกว่าเลือกให้มาเป็นผู้ว่าฯ ไม่ใช่ให้มาจับเขา แต่นี่จับกันใหญ่เลย เดี๋ยวนี้กลับมาจับอีกครั้งก็ดีนะ ดีทีเดียว

ไฮคลาส : ได้ยินว่าจะมีเฟส 2 จะเริ่มเมื่อไหร่
เราคิดว่าเราจะมี คอมมูนิตี้ มอลล์ เล็กๆ น่ารักๆ ไม่ใช่สถานที่ที่เป็นช้อปปิ้ง มอลล์ ใหญ่ๆ แค่คนนั่งกินกาแฟได้ สูดอากาศจากแม่น้ำเจ้าพระยา และคนที่อาศัยในโครงการฯ สามารถซื้ออาหารไปทำกัน หรือแวะกินข้าวได้หากขี้เกียจลงมือทำเอง ส่วนตัวอาคารก็ยังคิดอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร คงจะไม่ทำให้มันมีคนอยู่อย่างหนาแน่นเกินไป เพราะการที่มีคนอยู่อย่างหนาแน่นมากเกินไปมันไม่สะดวก ก็ผสมปนเปกันระหว่างพาโนฯ กับพับบลิค แคมเปญ และเน้นเป็นโอเพน แอร์ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าลมจากแม่น้ำแรงมาก และเมื่อมันพัดมาจากกระเพาะหมูยิ่งเป็นอากาศที่ดีมากเลย

Related contents:

You may also like...