ฯพณฯ เฟลีเป ฟรีดมัน

เอกอัครราชทูตอาร์เจนตินา

“ผมอยู่อาร์เจนตินา 5 ปีก่อนได้รับคำสั่งให้มาอยู่ที่ประเทศไทย ก่อนหน้านี้ผมทำงานเกี่ยวกับ MERCOSUR (ตลาดร่วมแห่งอเมริกาใต้) โดยกลับไปยังอาร์เจนตินาในปี 2000 หลังจากทำงานที่วอร์ชิงตันฯ มา 5 ปี ผมผ่านวิกฤติเศรษฐกิจช่วงปี 2001-2002 ช่วงนั้นเรา(ชาวอาร์เจนติน่า)ลำบากกันมาก ผู้คนตกงาน หลายคนคิดว่าประเทศเราคงไปไม่รอดแล้ว ต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านช่วงวิกฤตินั้นมาได้ ประเทศเราโชคดีที่ว่าในที่สุดผู้คนก็เชื่อถือในสถาบันทางการเมืองและได้ก่อตั้งรัฐบาลใหม่ผ่านการเลือกตั้งในปี 2003 ช่วง 6 ปีที่ผ่านมาประเทศเราเดินหน้าไปได้ดี อัตราการเกิดสูง จนกระทั่งช่วงเศรฐกิจตกต่ำทั่วโลกนี่แหละ ทุกคนลำบากกันทั้งนั้นโดยเฉพาะคนที่ต้องหาเช้ากินค่ำ”

เรายังจดจำรอยยิ้มพิมพ์ใจ ของ ฯพณฯ มร.เฟลีเป ฟรีดมัน เอกอัครราชทูตอาร์เจนตินาได้เสมอ เพราะนอกจากจะเปิดทำเนียบฯ อันร่มรื่นและเต็มไปด้วยผลงานศิลปะในย่านสุขุมวิทให้เราได้เข้าพบแล้ว ลีลาท่าทางการเต้นลีลาศเปิดฟลอร์เมื่องานวันชาติยังบ่งบอกได้ว่าต่อให้งานหนักเพียงใดความเป็นคนอารมณ์ดีของท่านทำให้ชีวิตการทำงานอันยุ่งเหยิงทั้งในบ้านเกิดหรือต่างแดนกลับกลายเป็นเรื่องเล็กด้วยทรรศนะในการมองโลกอย่างสุนทรีย์

“เมื่อปี 1980 ผมทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่นและได้เดินทางไปยังประเทศในทวีปเอเชียบ่อยๆ ตอนนั้นผมยังหนุ่ม อะไรๆ ก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมด ซึ่งผมยังจดจำความรู้สึกครั้งแรกที่มากรุงเทพฯ ได้ กลับมาคราวนี้ผมประทับใจกับพัฒนาการอันรวดเร็วภายในระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาวะทางสังคมของคนกรุงเทพฯ ด้วย ตอนนี้กรุงเทพฯ กลายเป็นมหานครที่สำคัญแห่งหนึ่งไปแล้ว”

“ผมชอบการอยู่เมืองไทย เพราะเป็นทูตเลยสบายกว่าคนอื่นเขา มีคนคุ้มกัน มีคนนับถือ 2 ปีแรกผมเดินทางไปภูเก็ต สมุย เสม็ด เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี และที่อื่นๆ อีกแต่จำไม่ค่อยได้แล้ว ผมชอบทิวทัศน์ที่สวยงาม น้ำทะเลอุ่นๆ และความมีน้ำใจของผู้คน ผมใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับอาหารรสเผ็ดอยู่นานแต่ก็ผ่านมันมาได้ บางครั้งผมก็ทะเลาะกับแม่ครัวของผมเหมือนกันเพราะเธอจะใส่พริกเยอะเวลาทำอาหารไทย ผมคงกลับไปทานอาหารอาร์เจนตินาลำบากหน่อยเพราะที่นั่นเขาใช้แค่เกลือกับพริกไทยในการปรุงรส เรียกว่าเกือบจะไม่มีรสชาติอะไรเลยทีเดียว แต่อย่าลืมนะครับว่าที่อาร์เจนตินาเรานิยมทานเนื้อวัวและดื่มไวน์กันมาก”

“อีกอย่างคือผมชอบดูหนัง ผมรู้มาว่าโรงภาพยนตร์ House RCA กับ ลิโด้ ฉายภาพยนตร์นอกกระแส ผมจึงได้ติดตามอะไรๆ ได้ทันเหตุการณ์ ผมแปลกใจมากเวลาได้ยินชาวต่างชาติบางคนบ่นเกี่ยวกับชีวิตแบบวัฒนธรรมไทย ผมจึงตอบกลับไปเสมอว่าพวกเขาไม่ได้หาข้อมูลที่ถูกต้องเอง เอาแต่นั่งรอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน มีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกคืนทุกสัปดาห์ ไม่มีเวลาให้มานั่งพักผ่อนหรอก”

“หลายคนคงรู้ว่าผมมักจะไปเต้นแทงโก้ในวันอาทิตย์ที่โรงแรมดรีม ซอยสุขุมวิท 15 และวันพฤหัสบดีก็จะไปที่ Elfin Café ในซอย 1 เป็นวิธีหาเพื่อนที่ดี ได้ฟังเพลงอาร์เจนตินาเพลินๆ พร้อมกับกระชับกล้ามเนื้อ ผมยังไปที่ California Gym ด้วยนะเพราะว่ามันอยู่ใกล้กับออฟฟิศของผมแค่เดินไปก็ถึง แล้วผมก็เริ่มซ้อมแบดมินตัน มันก็ยากอยู่เหมือนกันแต่ผมก็ยังเล่นไหว”

“ส่วนงานสังคมสงเคราะห์ผมริเริ่มโครงการกับบ้านเด็กกำพร้า 2 แห่ง โดยผมพาเด็กๆ 15 คนไปทัศนศึกษาที่ Ocean World หลังจากนั้นก็มาทานข้าว เล่นน้ำกันที่บ้านของผมผมว่าเด็กๆ เขาชอบนะ ได้ออกมาข้างนอกบ้าง มาพบเห็นสิ่งใหม่ ๆ น่าเสียดายที่ผมพูดภาษาไทยไม่ค่อยเก่งเลยไม่ค่อยได้พูดคุยกับพวกเขาเท่าไร”

Related contents:

You may also like...