Global Impact

วิกฤตการเงินกำลังลุกลามไปทั่วโลก ขณะที่การแพร่กระจายของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่ยอมน้อยหน้าพยายามไล่ตามซ้ำเติมความรุนแรงและบอบช้ำ ทั้งสองปัญหาใหญ่สำหรับปีนี้และอนาคตอันใกล้สั่นคลอนความมั่นคงของโลก ความร่วมมือในการแก้ไขคือหนทางอันจะนำมาซึ่งความสงบสุข แม้มิใช่มหาสงครามระหว่างมนุษย์ซึ่งมุ่งมั่นเข่นฆ่าทำลายล้างกัน แต่พิษภัยกำลังบั่นทอนคุณภาพชีวิตของมนุษยชาติให้ย่ำแย่มากยิ่งขึ้น

ฯพณฯ เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย 8 ท่าน ให้เกียรติเปิดห้องทำงานในสถานเอกอัครราชทูต-ห้องรับแขกประจำทำเนียบเอกอัครราชทูต รวมแบ่งปันทรรศนะ แนวทางแก้ไขปัญหา และผลกระทบจากวิกฤตการเงิน-เศรษฐกิจโลก

H.E. Mr. Quinton Quayle BRITISH Ambassador

ในเวทีระหว่างประเทศสหราชอาณาจักรเป็นจักรกลสำคัญซึ่งร่วมแก้ไขปัญหา-วิกฤตการณ์มาโดยตลอด และในครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้พิษภัยจากวิกฤตการเงิน-เศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ ของอังกฤษแต่เวทีการประชุมสุดยอดผู้นำ 20 ประเทศ (G-20) ซึ่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงลอนดอน นำมาซึ่งความร่วมมือและมาตรการแก้ไข บรรเทาปัญหาอย่างมีระบบ สำหรับเมืองไทย ฯพณฯ ควินตัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษรับหน้าที่ให้อรรถาธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

“เราได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออังกฤษมีธนาคารขนาดใหญ่ และธนาคารบางแห่งอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงมาก ทางรัฐบาลต้องเข้ามาถือหุ้นหรือให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ในเวลาเดียวกันธนาคารในยุโรปและธนาคารในอเมริกาก็ได้รับความเสียหายมาก นอกจากนั้นเราได้รับผลกระทบในด้านการขยายเศรษฐกิจอันนี้เห็นได้ชัดเจน มีการลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และกำลังจะได้รับผลกระทบจากอัตราคนว่างงานซึ่งจะมีมากขึ้น แต่ผมหวังว่าการที่ผู้นำประเทศ G-20 ได้ตกลงกันในมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจก็จะช่วยได้เยอะ ถ้าดูปฏิกิริยาของตลาดหุ้นส่วนมากรู้สึกว่าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสม พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ พยายามที่จะใช้มาตรการต่อต้านการกีดกันทางการค้า มีการประสานงานมากขึ้นเพื่อดูแลและควบคุมการกู้เงินของบริษัทและการให้กู้ของธนาคาร”

“บทเรียนก็คือประเทศตะวันตกไม่ค่อยจะรอบคอบในการดูแลธนาคาร เมื่อมีวิกฤตการณ์เกิดขึ้นภายในประเทศ ประเทศไทยในปี 1997 มีมาตรการเข้มงวดในการดูแลธนาคาร ธนาคารไทยไม่ได้กู้เงินและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดูแลอย่างดี ซึ่งน่าเสียดายว่าเรา (ประเทศในโลกตะวันตก) ไม่ได้ใช้มาตรการนี้ในการปล่อยกู้ของธนาคาร จึงเป็นบทเรียนให้แก่เราเข้มงวดและมีมาตรฐานมากขึ้นแน่นอน”

“ผมหวังว่าเรามีโอกาสที่จะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ถ้าดูจากสถิติที่ออกมาล่าสุดจากจีนเห็นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในของจีนกำลังจะได้ผล มีการขยายตัวซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ฉะนั้นโอกาสขึ้นอยู่กับการประสานงานของแต่ละประเทศ การที่ 20 กว่าประเทศ (กลุ่ม G-20) ได้ร่วมมือร่วมใจอย่างดี เป็นการเริ่มต้นที่ดี ปัญหานี้เราแก้คนเดียวและแก้ทันทีไม่ได้ อาจจะต้องใช้เวลาหนึ่งปีหรือสองปี หวังว่าภายในสองปีนี้เราจะผ่านไปได้ ปีนี้จะเป็นปีที่ลำบากที่สุดหวังว่าปีหน้าอาจจะคลี่คลายและสิ้นปีหน้าอาจจะดีขึ้น แต่มันก็แล้วแต่เพราะมีปัจจัยหลายประเด็น รวมถึงประเด็นทางการเมืองด้วย เช่นเดียวกับเวทีการเมืองระหว่างประเทศหากเกิดการกระทบกระทั่งกันก็ย่อมมีผลกระทบมากขึ้น แต่เรายังมีโอกาสที่จะผ่านวิกฤตได้”
(G-20 : Group of Twenty Finance Ministers and Central Bank Governors)

H.E. Mr. David Sproule CANADA Ambassador
ผู้อ่านไฮคลาสคุ้นเคยเป็นอย่างดีสำหรับแคนาดาโดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านบทสัมภาษณ์ของ ฯพณฯ เดวิด สปรูล เอกอัครราชทูต เมื่อมองถึงตลาดการค้า ภาคอุตสาหกรรม และความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งใกล้ชิดกับศูนย์กลางวิกฤตการเงินโลกอย่างสหรัฐอเมริกาแคนาดาย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบ หากแต่มาตรการรวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศจะช่วยบรรเทาความรุนแรงและก้าวผ่านอุปสรรคระลอกนี้ไปได้

“ระบบทางการคลังที่มีความยืดหยุ่นของแคนาดาเป็นที่ยอมรับในวงกว้างเช่นเดียวกับรูปแบบที่เป็นบทบาททางสากล ธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ มีความแข็งแรงทั้งยังจัดการเงินทุนเป็นอย่างดี และได้รับแรงกระทบน้อยกว่าประเทศอื่นๆ สถานะทางการคลังภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคธุรกิจของแคนาดายังคงแข็งแรงกว่าประเทศอุตสาหกรรมหลายๆ ประเทศ”

“บทเรียนที่เราได้เรียนรู้คือ เราไม่สามารถที่จะทะนงตัว ขณะที่เศรษฐกิจของเราค่อนข้างที่จะแข็งแรงและเราไม่ถูกกระทบจากวิกฤติมากเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แต่เราก็เดินหน้าต่อไปเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของบัญชีและสร้างรากฐานของระบบเศรษฐกิจของเราให้แข็งแกร่ง”

“อย่างไรก็ตามวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้จะไม่บรรเทาจนกว่ามาตรการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและทางการคลังในแต่ละประเทศจะถูกดำเนินการ เราจะต้องต่อต้านมาตรการปกป้องการค้า มาตรการของแคนาดาที่ปลอดอากรสินค้าประเภทเครื่องจักรกลและเครื่องมือเป็นการยืนยันภารกิจการเปิดเสรีทางการค้า ซึ่งคล้ายกับการดำเนินงานของประเทศอื่นๆ เช่นเดียวกับรัฐบาลไทยที่เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ การค้าทวิภาคีระหว่างประเทศแคนาดาและประเทศไทยแข็งแรงดี และแม้จะมีวิกฤติทางเศรษฐกิจและการเงิน พวกเราก็หวังว่าการค้ายังคงดำเนินสู่ความเติบโตในปีต่อๆ ไป”

“ความร่วมมือระหว่างประเทศที่ได้ผลมากที่สุดคือการร่วมมือระหว่างผู้นำของโลก พวกเราต้องการให้การประชุม G-20 มุ่งความสนใจไปที่การปรับปรุงระบบเศรษฐกิจ, รับรองมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดในการกระตุ้นเศรษฐกิจโลก, หลีกเลี่ยงระบบการปกป้องสินค้าพื้นเมืองโดยการจัดเก็บภาษีนำเข้าสูง และสร้างกฎตลาดการเงินให้แข็งแกร่ง แคนาดารู้สึกพอใจที่วัตถุประสงค์ดังกล่าวนี้ได้ถูกสะท้อนในแถลงการณ์ที่ผู้นำประเทศ G-20 ได้ตกลงเอาไว้ แคนาดาได้ร่วมกับประเทศ G-20 ในการเพิ่มเงินจำนวน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้สามารถเคลื่อนย้ายเพื่อมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ในการสร้างความมั่นใจกับตลาดที่เกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาให้เข้าถึงเงินทุนที่พวกเขาต้องการได้ แคนาดาก็จะให้เงินช่วยเหลือ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับโครงการสร้างความคล่องตัวทางการค้าโลกขององค์การการเงินระหว่างประเทศ(International Finance Corporation’s)ที่มีลักษณะเฉพาะและการริเริ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีรัฐบาล, สถาบันการเงินและการพัฒนาระหว่างประเทศ และธนาคารภาคเอกชนเพิ่มพูนความคล่องตัวในตลาดการค้าคลัง เงินทุนนี้จะถูกใช้เพื่อช่วยเหลือการสนับสนุนการค้าคลังซึ่งเป็นพื้นฐานที่จำเป็นของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ”

H.E. Mr. Laurent Bili FRANCE Ambassador
สาธารณรัฐฝรั่งเศสผู้นำในเวทีการเมืองระหว่างประเทศและเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกผ่านการส่งออกสินค้าเกษตรและผลผลิตอาหารรายใหญ่ ที่สำคัญคือเป็นผู้ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และพลังงาน ยังผลให้ผลกระทบจากภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจที่ข้ามฟากมหาสมุทรแอตแลนติกสาดซัดเข้าสู่ภาคส่วนต่างๆ ของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ฯพณฯ โลรองต์ บีลี่ เอกอัครราชทูต ยิ้มสู้กับความท้าทายในบทเรียนอันแสนหนักหน่วงเช่นเดียวกับนานามิตรประเทศ

“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสไม่แตกต่างไปจากประเทศอื่นๆ ดังนั้นแน่นอนว่าเราได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตทางการเงิน โดยเฉพาะที่ลามจากฝั่งอเมริกาเหนือสู่อังกฤษและยุโรป วันนี้เรากำลังทุกข์ในมุมมองที่แตกต่างกัน ฝรั่งเศสเป็นประเทศใหญ่อุตสาหกรรมย่อมประสบกับปัญหา และนโยบายของประเทศอื่นๆ อาจมีผลต่อเสถียรภาพเชิงบวกฝรั่งเศส ฉะนั้นในระยะสั้นที่เห็นได้ชัดคือแน่นอนว่าเราได้รับผลกระทบ โดยทุกประเทศต่างอยู่ในภาวะวิกฤตซึ่งเราได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องกัน”

“เราเป็นประเทศส่งออกรายใหญ่ เมื่อสถานการณ์ตลาดในยุโรปที่ไม่ดี ที่สหรัฐอเมริกาก็ไม่ดีส่งมีผลกระทบที่เห็นได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญคือสิ่งที่เราพยายามทำอยู่นั้นเรากำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง เราพยายามที่จะแก้ไขวิกฤตการณ์นี้ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ของระบบการเงิน โดยเราได้นำมาตรการสร้างความมั่นใจของระบบการเงินกลับคืนมาซึ่งไม่เพียงแต่มิติทางเศรษฐกิจ เราสามารถตรวจสอบว่าภาคการธนาคารนั้นดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพอยู่ภายใต้การควบคุมผ่านมาตรการต่างๆ ที่เราเพิ่มเติมกฎข้อบังคับและมิได้มองข้ามความโปร่งใสในตลาดการเงิน”

“ในสถานการณ์นี้เป็นเวลาของการนำความร่วมมือซึ่งมีอยู่จำนวนมากและพร้อมร่วมกันแก้ไขเริ่มจากภายในประเทศแต่ละคนแต่ละภาคส่วนนำเสนอความคิดในสิ่งที่เหมาะที่ควรอันนจะนำมาสู่นโยบายที่มีประสิทธิภาพ ในระดับชาติคือการนำเสนอแนวทางจากประเทศต่างๆ เพื่อร่วมมือแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ”

H.E. Mr. Andras Balogh HUNGARY Ambassador

ฮังการีเป็นแหล่งลงทุนของต่างประเทศที่สำคัญในภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก จากระบบการค้าที่เน้นการส่งออกเมื่อตลาดภายนอกประสบปัญหาสถานการณ์ที่ฮังการีต้องเผชิญจึงมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยในหลายด้าน ฯพณฯ ดร.ออนดราช บาล็อก เปิดใจถึงสภาวะที่ทั่วโลกต้องร่วมมืออย่างขันแข็ง

“เศรษฐกิจไทยกับฮังการีได้รับผลกระทบไม่ต่างกันมากนัก ฮังการีอาจจะมีผลกระทบมากกว่าเมืองไทย ภาวะเศรษฐกิจของโลกไม่ใช่ว่าประเทศใดประเทศหนึ่งแก้ไขเท่านั้นหากแต่ต้องร่วมมือช่วยกันแก้ไข รวมถึงเรื่องแหล่งพลังงานที่ไม่อาจมองข้าม นอกจากนี้การเป็นตลาดส่งออกเมื่อสินค้าไม่สามารถส่งออกก็จะมีผลกระทบต่อประเทศนั้นมาก ในเมื่อประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับต้นของโลกหากเราไม่สามารถแก้ไขได้การจะหามาทดแทนก็ยาก ครั้นจะกลับไปอยู่ในยุคโบราณกินอยู่แต่เฉพาะที่ผลิตได้นั้นก็ไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมนัก เพราะการบริโภคและการผลิตในแต่ละพื้นที่นั้นแตกต่างกัน บางพื้นที่เน้นการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมแต่ประชากรยังคงบริโภคผลิตผลทางการเกษตร ขณะที่ประเทศผู้ผลิตอาหารก็ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี”

“วิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลกอันมาจากสหรัฐอเมริกา ขณะที่ฮังการีส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลกผลกระทบย่อมเกิดขึ้นในการค้าขายสินค้า ทางออกสำหรับหายนะภัยนี้ยังมีช่องทางให้ก้าวผ่าน นักเศรษฐศาสตร์ของโลกให้การชี้แนะเสมอ หลายทางออกขึ้นอยู่กับพื้นฐานและสถานการณ์ทางการเมือง วิกฤตการณ์นั้นสามารถเลวร้ายได้มากกว่าเดิมหากไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ บทเรียนที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้สะท้อนได้ว่ามันมีผลสั่นคลอนความเข้มแข็งของแต่ละประเทศและในระดับนานาชาติ”

H.E. Mr. Ignazio Di Pace ITALY Ambassador
ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกอย่างอิตาลีซึ่งมีรายได้ต่อหัวของประชากรสูงติดอันดับต้นของยุโรป และเป็นโมเดลที่ดีของไทยในด้านอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขสารพันปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก สะท้อนได้จาก ฯพณฯ อิญาซิโอ ดิ ปาเช เอกอัครราชทูตเน้นย้ำถึงการออกมาตรการบรรเทาความรุนแรงและชี้ชัดถึงความร่วมมือที่ต่างฝ่ายต่างต้องร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

“ปัญหาวิกฤตการเงินครั้งนี้เป็นปัญหาที่ซีเรียสทีเดียว เราทุกคนเปรียบดั่งอยู่บ้านหลังเดียวกัน โลกเราทุกวันนี้เล็กลง ฉะนั้นเราจึงต้องนำยุทธวิธีต่างๆ มาช่วยกันแก้ปัญหานี้ แต่คงจะไม่ถูกต้องนักหากเป็นปัญหาของเราแล้วไปโยนให้เพื่อนบ้านหรือประเทศอื่นมาแก้แทนเรา อย่างเช่น เราบอกว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยการไม่นำเข้าแต่ไม่ช้าเราก็จะได้รับปฏิกิริยาโต้ตอบที่ไม่ดีนักจากเพื่อนบ้านเหล่านั้น ฉะนั้นเราน่าจะแก้ปัญหาด้วยกัน มันตอบได้ยากนะครับว่าจะแก้ปัญหาได้เมื่อไหร่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเองก็คงบอกได้ยาก แต่ผมหวังว่าวิกฤตเศรษฐกิจก็คงจะแก้ไขได้ในไม่ช้า สิ่งสำคัญคือเราได้รับบทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งในอนาคตเราก็หลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดโดยเราเรียนรู้จากสิ่งผิดพลาดที่ผ่านมา”

“ผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกครั้งนี้รู้สึกได้เหมือนกันในทุกๆ ประเทศ แต่สำหรับอิตาลีจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าเพราะว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้เกิดจากภาคธนาคารและการเงินอันเป็นสาขาที่ไม่ได้สำคัญที่สุดหากแต่เป็นลำดับรองลงมา แต่ก็ยังได้รับผลกระทบถ้าธนาคารไม่ปล่อยเงินกู้ภาคเอกชนก็จะได้รับผลกระทบด้วยคือไม่มีเงินทุนมาสร้างการผลิตในทางอุตสาหกรรมซึ่งจะก่อผลให้เศรษฐกิจส่วนอื่นๆ ไม่เติบโต”

“วิกฤตครั้งนี้เป็นวิกฤตระดับนานาชาติเริ่มจากสหรัฐอเมริกาและลามไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก สิ่งสำคัญคือเราจะต้องร่วมมือกัน สำหรับประเทศไทยผมเห็นว่าเราควรจะช่วยกันร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้า หลีกเลี่ยงนโยบายกีดกันทางการค้า มีความร่วมมือทางด้านเศรษฐระหว่างประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะว่าประเทศไทยคือประเทศคู่ค้าของอิตาลีเราสามารถทำให้การค้าทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศเพิ่มมากขึ้น”

H.E. Mr. Tjaco van den Hout NETHERLANDS Ambassador
ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ดินแดนเล็กพริกขี้หนูซึ่งครองตำแหน่งเจ้าแห่งการพาณิชย์มาหลายศตวรรษ ระลอกคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงคือบทเรียนซึ่งชาวดัตช์แปรเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสได้เสมอและครั้งนี้ก็เช่นกัน ฯพณฯ เอกอัครราชทูต ชัคโค่ ฟัน เด็น เฮาท์ ทำหน้าที่ฉายภาพเหล่านั้นด้วยตนเอง

“ประเทศเนเธอร์แลนด์มีเศรษฐกิจแบบก้าวหน้าซึ่งประกอบด้วยการมีรายได้เฉลี่ยต่อประชากรมากและการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม รายได้จากการส่งออกและนำเข้าสินค้าและบริการทำรายได้มากกว่า 60% ของรายได้ประชาชาติ เพราะฉะนั้นความเจริญก้าวหน้าของประเทศขึ้นอยู่กับการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก ตำแหน่งที่ตั้งของเนเธอร์แลนด์ที่เป็นศูนย์กลางด้านระบบการขนส่งของทวีปยุโรปอีกทั้งตลาดการค้าเล็กๆ ภายในประเทศได้ทำให้เศรษฐกิจเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดกว้างที่สุดและมีแนวคิดก้าวหน้า นี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ประเทศของเราได้ถูกโจมตีจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงในปี 2008 รายได้ประชาชาติเติบโต 2% แต่ขณะเดียวกันได้ถูกวิเคราะห์ว่าจะเติบโต 3.2%ในปี 2009 และ 0.3%ในปี 2010 และนี่อาจจะนำพาไปสู่การเพิ่มของอัตราการว่างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปทานด้านการส่งออกและการลงทุนจะอ่อนตัวลงแน่นอน”

“รัฐบาลดัชท์ได้เสนอแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจสำหรับประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อเร็วๆนี้ มาตรการในแพคเกจนี้คือ การเพิ่มระดับอายุของการปลดเกษียณจากอายุ 65 ปี เป็น 67 ปีเพื่อเบี้ยบำนาญทั้งหลายของรัฐ, โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเงินจำนวน 5.5 พันล้านยูโร, การถนอมเงินค่าจ้าง(Wage Freezing)ในรายได้ส่วนรวม และการตัดการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งมาตรการดังกล่าวอยู่ภายใต้การพิจารณาของรัฐสภาก่อนที่จะมีการตัดสินขั้นสุดท้าย

“บทเรียนจากวิกฤตการเงินครั้งนี้คือ นักการธนาคารทั้งหลายควรที่จะมุ่งเป้าไปที่งานหลักของพวกเขาคือการดำเนินการและลดระดับความเสี่ยงด้านบัญชีรายได้”

“ความร่วมมือระหว่างประเทศมีผลอย่างยิ่งต่อการแก้ไขและบรรเทาผลกระทบทางการเงิน เห็นได้ชัดจากประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นสมาชิกของเขตเงินสกุลเดียวแห่งทวีปยุโรป เมื่อเงินสกุลของเราเป็นยูโรนโยบายการเงินในเนเธอร์แลนด์เป็นไปตามข้อกำหนดตามหลักสากล นับว่าโชคดีที่เงินยูโรในขณะนี้เป็นสกุลที่แข็งแรง ตั้งแต่หนี้และงบประมาณของรัฐขาดดุลในระดับที่ค่อนข้างต่ำ เนเธอร์แลนด์ก็สามารถจัดการกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี รัฐบาลดัชท์ได้ช่วยเหลือ ING เฉพาะกิจพร้อมกับการอัดฉีดเงินทุนก้อนใหญ่เมื่อธนาคารกำลังจะข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ขณะเดียวกันเงินยูโรที่แข็งแรงไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเศรษฐกิจการส่งออกเช่นเดียวกับประเทศเนเธอร์แลนด์ ขณะที่มันทำให้สินค้าต่างๆ ของพวกเราแพงมากขึ้นในตลาดนอกเขตประเทศที่ใช้สกุลยูโร”

H.E. Mr. Radu Gabrial Mateescu ROMANIA Ambassador
ยืนยันได้ว่าวิกฤตโลกครั้งนี้ส่งผลไปสู่ทุกมุมโลกมากบ้างน้อยบ้างตามแต่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ประเทศในยุโรปตะวันออกอย่างโรมาเนียสมาชิกใหม่ของสหภาพยุโรป ในฐานะประเทศที่มีฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก และเริ่มมีความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับบริษัทไอทีในยุโรปตะวันตก ย่อมได้รับหางพายุ แต่จะส่งผลมากหรือน้อยนั้นไม่ใช่อยู่ที่การตั้งรับฝ่ายเดียว ฯพณฯ เอกอัครราชทูต ราดู กาบรีเอล มาเตเอสกู สะท้อนมุมมองว่าปรากฏการณ์นี้จำเป็นต้องอาศัยสัมพันธภาพระหว่างมิตรประเทศทั้งหลาย

“ผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกส่งผลต่อทุกส่วนของโลกที่สัมพันธ์กัน เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกซึ่งเกินกำลังของประเทศเดียวจะรับมือได้ แน่นอนว่าโรมาเนียก็ได้รับผลกระทบ ทางออกหรือแนวทางแก้ไขปัญหานี้ที่จะผ่านพ้นได้นั้นคือการร่วมมือกันของทุกประเทศ ตัวอย่างเห็นได้ชัดจากการกระตือรือร้นของผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่ม G-20 ที่ร่วมกันหาแนวทางในการบรรเทาและแก้ไขความรุนแรงของวิกฤตการณ์เงิน”

“วิกฤตการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความไม่ถูกต้องของที่สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หากมองในทางพุทธปรัชญาผลเป็นสิ่งที่เราเห็นได้ก่อนในสถานการณ์ปัจจุบันและจะนำไปสู่การมองเห็นสาเหตุที่เกิดขึ้นในอดีต แม้เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตและเราก็ไม่อาจมีวิถีชีวิตย้อนกลับไปในยุคดึกดำบรรพ์ แต่ที่เราทำได้คือทำในสิ่งที่คิดว่าจริงและเป็นเรื่องที่มีประโยชน์สำหรับมนุษย์ ที่มิได้มีเพียงหนึ่งวิธีหรือเพียงหนึ่งทิศทาง สำหรับผมในการทำงานสิ่งที่จะต้องมีก็คือนำความจริงทั้งหมดมาวิเคราะห์สถานการณ์ แยกแยะ และหาทางออกของปัญหา”

H.E. Mr. Douglas Harvey Monro Gibson SOUTH AFRICA Ambassador
นอกจากเป็นดินแดนแห่งความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ยังเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนสำคัญแห่งหนึ่งของโลก และเป็นประเทศมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในทวีปแอฟริกา ด้วยความไม่ประมาทในการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจ และการเตรียมพร้อมของภาครัฐ ทำให้ความแรงของระลอกคลื่นไม่อาจสั่นคลอนความมั่งคั่งมากนัก ดังนั้น ฯพณฯ ดักลาส ฮาร์วี มอนโร กิบสัน เอกอัครราชทูต จึงยิ้มกริ่มเปิดใจคุยถึงเคล็ดลับและแนวทางในการดำรงอยู่ของภาคธุรกิจภายในประเทศท่ามกลางปัญหานานัปการจากปัจจัยภายนอก

“ผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกไม่มีประเทศไทนที่จะหลีกเลี่ยงได้แล้วแต่ว่าจะมากหรือน้อย แต่แอฟริกาใต้โชคดีกว่าประเทศอื่นๆ เพราะเมื่อ 3 ปีที่แล้วตั้งงบประมาณเกินดุลจึงไม่โชคร้ายมากนัก อัตราดอกเบี้ยของเราสูงกว่าเมืองไทยเยอะมากจึงเป็นการกำหนดและควบคุมการกู้ยืมไปในตัว เรามีการวางแผนวางจะจ่ายอะไร อย่างไร ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่นสถานทูตนี้เป็นต้นกำหนดแผนการใช้งบประมาณไว้ล่วงหน้า เป็นต้น”

“ทั้งโลกได้เรียนรู้จากพิษเศรษฐกิจ ปัญหาจากซับไพรม์ในสหรัฐอเมริกาซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วโลก เห็นได้ชัดจากมาตรการของสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้กับผู้ที่ไม่มีศักยภาพเพียงพอในการชำระหนี้คืน ผมยกตัวอย่างปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเป็นทางออกที่ดีสำหรับการดำเนินชีวิตการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้”

“ประเทศแอฟริกาใต้มีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศหลายหลายรูปแบบและหลายสาขา ในด้านวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกนั้นประเทศแอฟริกาใต้อยากจะให้ประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาร่วมมือกันโดยเฉพาะในทางเศรษฐกิจเพราะว่าในโลกนี้ยังมีอีกไม่รู้กี่ร้อยล้านคนที่จะต้องประสบปัญหาจากความยากจน ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ควรจะปล่อยให้ประเทศด้อยพัฒนาจมหายไปกับปัญหาและเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากจากความยากจน”

“อหังการ์ย่อมทำลายมนุษย์โดยสิ้นเชิง ความจริงข้อนี้ทุกคนตระหนักได้ทุกขณะ ตรงกันข้าม ความอ่อนน้อมถ่อมตนช่วยให้มนุษย์เจริญเติบโตและบรรลุความสมบูรณ์เสมอ” มหาตมา คานธี
“Pride swallows up a man completely. The truth of this can realized by everyone at every moment. On the other hand, modesty and humanity nourish man and make of growth” Mahatma Gandhi

Related contents:

You may also like...