นรวิทย์ วิรุฬห์กิจโกศล

Best, I’m the best.

อาจเป็นเพราะคุณพ่อคุณแม่ตั้งชื่อเล่นให้แก่เขาว่า “เบสท์” จึงทำให้ นรวิทย์ วิรุฬห์กิจโกศล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพคเกจ ดีสเพลย์ และ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บอร์ส มอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งใจทุกอย่างให้ “ดีที่สุด” ชนิดสุดความสามารถของชายวัยเพียง 24 ปี กับการบริหารจัดการองค์กรธุรกิจถึงสองแห่งพร้อมๆ กัน

“คติของผมก็คือจะทำให้ดีที่สุด พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน ต้องเป็น The Best ให้ได้”

สำหรับธุรกิจแรกเป็นดั่งรากแก้วสำคัญซึ่งผู้เป็นพ่อสร้างรากฐานไว้อย่างมั่นคง แพคเกจ ดีสเพลย์ ผลิตบรรจุภัณฑ์-อุปกรณ์โชว์สำหรับจิวเวลรี่อันดับหนึ่งของเมืองไทยโดยลูกค้าหลักคือ ธุรกิจอัญมณี เครื่องประดับ และนาฬิกา หลากหลายแบรนด์ รวมทั้งลูกค้าต่างชาติ เป้าหมายในอนาคตเขาเดินเครื่องยนต์เต็มกำลังโชว์ฝีมือนำพานาวาลำนี้ก้าวไปสู่ระดับโลกให้ได้ ซึ่งล่าสุดเป็นสปอนเซอร์สำคัญของการจัดดีสเพลย์ในงาน บางกอก เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ ที่ผ่านมา และในส่วนของ บอสโมแกน (ประเทศไทย) คือผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรองเท้า Borse Morgan จากอิตาลีแต่เพียงรายเดียวของไทย

“ใจจริงผมชอบดูแลธุรกิจในภาพรวม เรามีความสุขเวลาที่องค์กรซึ่งเราตั้งใจทำงานและดูแลเต็มที่มีผลงานที่เห็นได้ชัดผมมักรู้สึว่านี่คือฝีมือ นี่คือความทุ่มเทอย่างเต็มที่องค์กรของเราจึงไปได้ถึงเป้าหมาย ”

สำหรับในอนาคตอันใกล้ภายในปีหน้าหรือปีถัดไปเขาจะก้าวไปสู่ธุรกิจที่ฝันใฝ่คือ อสังหาริมทรัพย์ อันเป็นเป้าหมายที่จะทำให้เขาไปถึงความสำเร็จของชีวิตได้ นอกจากธุรกิจครอบครัวซึ่งคุณพ่อริเริ่มและธุรกิจรองเท้าซึ่งพี่ชายเป็นหัวเรือใหญ่

“เดือนตุลาคมนี้ผมจะเพิ่มเติมความรู้ด้วยการเรียนหลักสูตรพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จากนั้นจะบวชตามที่คุณพ่อต้องการ แล้วจะเริ่มสู่อีกหนึ่งสิ่งที่ผมอยากทำด้วยตัวเองคือผมมีไอเดียเริ่มจากเล็กๆ ด้วยการไปเทคโอเวอร์อสังหาริมทรัพย์ที่ติด NPL ซื้อบ้านหรืออาคารมือสองมาปรับปรุงเป็นโรงแรมเล็กๆ หรืออพาร์ตเมนท์ เริ่มจากหลักสิบล้านแล้วค่อยเติบโต เราจะไม่โยนเงินเป็นร้อยล้านพันล้านเพราะมันเสี่ยงมากเกินไปและอาจสูญเปล่าได้ง่ายในภาวะเช่นนี้”

นอกจากตำแหน่งหน้าที่การงานซึ่งควบคุมเม็ดเงินเข้าออกในธุรกิจและเป็นหัวแรงใหญ่ในการพัฒนากลยุทธ์องค์กรเพื่อก้าวไปสู่ระดับนานาชาติ เมื่อบวกกับดีกรีบริหารการเงิน จากมหาวิทยาลัยเล็ธบริดจ์ (University of Lethbridge) แคนาดา ลงตัวกับมนุษยสัมพันธ์และคารมคมคายทำให้หนุ่มรายนี้ไม่เพียงลัคกี้อินเกมเท่านั้นแต่ยังมักจะลัคกี้อินเลิฟโดยอัตโนมัติ

“เรื่องความรักคุณพ่อคุณแม่ช่วยแนะนำ คุณพ่อมักเตือนเสมอว่าคนดีไม่ได้หาง่ายอยากให้เราเจอคนที่ดีที่สุด เรื่องเรียนไม่เคยกำหนดว่าต้องเรียนสาขาหรือผลการเรียนตามที่ต้องการซึ่งผมก็ทำได้ดีไม่ให้ท่านผิดหวัง ทำงานก็เต็มที่จนท่านไว้ใจ เมื่อมีสาวคนพิเศษคุณพ่อก็รับรู้ (หัวเราะร่า) สมัยคุณพ่อเป็นหนุ่มก็เนื้อหอมเหมือนกันทำเอาคุณแม่แอบฉุนอยู่เรื่อย”

ส่งผลให้เขาเป็นพี่ชายที่หวงน้องนุชสุดท้องเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าหนุ่มคนใดแวะเวียนมาขายขนมจีบจะต้องผ่านด่านอรหันต์แรกจากพยัคฆ์ร้ายรายนี้ก่อนเดินสู่ขั้นถัดไป ประสบการณ์ที่เขาเคยทำและเรียนรู้มาจึงเป็นเครื่องมือกรั่นกรองชั้นเยี่ยม

“ผมสนิทกับน้องสาวและหวงมากๆ จะไปรับ-ส่งตลอด หรือบางทีก็อยู่กับเพื่อนของน้องด้วย ตำแหน่ง MD ไม่เพียงแต่เป็น Managing Director แต่ยังย่อมาจาก My Driver ของน้องสาวผู้น่ารัก (ยิ้มกริ่ม) เพื่อนน้องทุกคนรู้จักผม เวลาที่จะต้องอยู่กับสาวๆ หากตรงกับเวลาที่น้องไปเที่ยวผมก็จะพาสาวไปพร้อมกับน้องเลยให้ช่วยสกรีนไปในตัว จะบอว่าผมเจ้าชู้…ก็นิดนึง ผู้ชายมันก็เจ้าชู้แต่เราต้องรู้ลิมิตของตัวเองว่าเราอยู่ในจุดไหน เราต้องวางตัวให้เหมาะสม เมื่อน้องมีแฟนผมก็เรียกมาคุยว่าจะต้องดูและน้องสาวผมให้ดีนะ แต่ที่ดุและหวงน้องสาวยิ่งกว่าผมก็คือพี่ชายคนโต”

นับได้ว่าเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ที่สามารถจัดการกับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกสิ่งอย่างที่หยิบจับล้วนได้รับการตอบรับอย่างดี ขณะเดียวกันในเรื่องความรักก็ไม่ปล่อยให้วัยหนุ่มผ่านเลยไปอย่างไร้ประสบการณ์ แหม…ไม่แน่ใจว่าควรจะอิจฉาเรื่องไหนมากกกว่ากัน

Related contents:

You may also like...