ไพสิฐ วัจนะปกรณ์

“คนโปรดสำหรับผม…เป็นเรื่องของอารมณ์”

ตั้งแต่ทำคอลัมน์คนโปรดมา ผมเคยนึกเล่นๆ ว่าจะมีสักครั้งไหม ที่คนที่ผมไปสัมภาษณ์จะบอกว่าไม่มีคนโปรดหรือไม่สามารถให้ชื่อคนที่โปรดแก่ผมได้ ผมอยากลองฟังเหตุผลของการไม่มีคนโปรดหรือการไม่อาจบอกชื่อคนโปรดดูบ้างสักครั้ง คงน่าสนใจไม่น้อย

จนกระทั่งไฮคลาสฉบับนี้เปิดทางให้ผมได้ไปสัมภาษณ์คุณไพสิฐ วัจนะปกรณ์ ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป ด้าน Broadband Broadcast Multimedia แห่ง บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ความหวังของผมก็เป็นจริง

อยากลองฟังเหตุผลของคนที่ไม่สามารถบอกชื่อคนโปรดได้ไหมครับ คุณไพสิฐแสดงทัศนะได้น่าสนใจทีเดียว
“นิยามของคำว่า ‘โปรด’ โปรดคือความชอบมากๆ ทีนี้ปัญหาของความชอบคือมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ครับ อารมณ์คือการเปลี่ยนแปลง คนโปรดในเวลาหนึ่งอาจจะไม่โปรดในอีกเวลาหนึ่งก็ได้ ฉะนั้นถ้าถามถึงคนโปรดแบบ Forever สำหรับผมคงไม่มี มันเป็นเรื่องของช่วงเวลา และ ‘เรื่อง’ มากกว่า อย่างเช่น ศิลปินคนโปรด ผู้กำกับคนโปรด นักร้องคนโปรด นักเขียนคนโปรด มันจะเป็นมิติ มิติที่ว่าคุณถามผมวันไหน คนโปรดวันนี้ พรุ่งนี้อาจจะไม่โปรดแล้วก็ได้ ผมจึงไม่สามารถจะให้ชื่อ 1 ชื่อแก่คุณได้ว่าใครคือคนโปรด เพราะไม่แน่ว่าพอลงหนังสือไปแล้วผมอาจจะเลิกโปรดเขาแล้วก็ได้ (หัวเราะ) เพราะอย่างนั้นอย่าเอาชื่อไปเลยครับ คนโปรดสำหรับผมมันเป็นเรื่องของอารมณ์

“ในส่วนของแรงบันดาลใจจากคนโปรด ผมมองว่าทุกคนที่เรารู้จักสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้ อยู่ที่เราเองว่าจะสนทนา ศึกษา แล้วหยิบสิ่งที่เขาคิดเขาพูด มาคิดต่อได้หรือเปล่า

“ทีนี้แรงบันดาลใจมันมี 2 ด้าน แรงบันดาลใจเชิงบวก คือผมอยากทำอย่างนั้นบ้างจัง อยากเป็นนักร้อง อยากเป็นพี่เบิร์ด (ลากเสียง) อยากเป็นพี่บี้ (ลากเสียง) กับอีกด้านหนึ่งคือเชิงลบ โอ้โฮ มันทำอย่างนี้ได้ ฉันต้องทำตรงกันข้ามเลยนะ โห…เรื่องอย่างนี้ มันพลาดแบบนี้ได้ยังไง ก็เป็นข้อศึกษาให้เราได้

“การศึกษาคนสำหรับผมต้องศึกษาสิ่งที่เขาล้มเหลวด้วยนะครับ ไม่ใช่ศึกษาแต่ผลสำเร็จ การศึกษาคนที่ล้มเหลวก็คือดูว่ามันมีองค์ประกอบที่น่าจะดี แต่แล้วทำไมมันถึงไม่ดี มันไม่ดีตรงไหน เวลาคุณจะศึกษาคนให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ให้ดูทั้ง 2 มิติเลย ทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลว แต่คนส่วนใหญ่จะชอบศึกษาแต่มิติที่ดีๆ คนดัง คนสวย คนหล่อ แต่มีคนที่ไม่สำเร็จอีกมากมายในหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน เปิดตัวมาน่าจะดัง แต่ก็ไม่ดัง หรือนักธุรกิจ ฟอร์มมาดี แต่ทำไมแป้ก ล้มระเนระนาดตอนท้าย ถ้าเราศึกษา แล้วเข้าใจในสิ่งที่ไม่น่าจะเป็น เราจะมองเห็นจุดเปลี่ยนของชีวิตของคนที่เราศึกษา ว่าถ้าเปลี่ยนจุดนั้นได้ทุกอย่างมันเปลี่ยนเลยนะ ดำเป็นขาว ขาวเป็นดำเลย แล้วเราก็นำมาประยุกต์ใช้หรือเตือนสติตัวเองได้

“แล้วเอาเข้าจริงๆ คนที่ประสบความสำเร็จมันมีแค่ 10% ในโลกนะครับ ถ้าคุณศึกษาแต่คนที่ประสบความสำเร็จ ก็คือคุณศึกษาอยู่แค่ 10% ของคนในโลก แต่ถ้าคุณศึกษาคนที่ล้มเหลว คุณศึกษาคนถึง 90% ของโลกเลยนะ คุณจะได้บทเรียนที่เยอะกว่ามากเลย” คุณไพสิฐทิ้งท้ายอย่างน่าครุ่นคิดตาม

Related contents:

You may also like...