ฟิลิป เอ. บาชโทลด์

My Freedom…My Motorcycle

ผู้ชายกับเครื่องยนต์กลไกดูจะเป็นคู่หูที่เข้าขากันได้อย่างลงตัว ฟิลิป เอ. บาชโทลด์ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท บาชโทลด์ จำกัด ประเทศไทย ก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่หลงใหลในเครื่องยนต์ ความเร็ว และสมรรถนะของมอเตอร์ไซค์ เพราะอะไรหรือทำไม ไปครับ…เขาสตาร์ทเครื่องรอเราแล้ว

“ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่นแล้วครับ ชอบทำทัวร์มอเตอร์ไซค์ สมัยนั้นก็ใช้มอเตอร์ไซค์เล็กๆ 50 ซีซี. ไม่เกิน 125 ซีซี. แล้วหลังจากวัยรุ่นผมไปอยู่ที่ญี่ปุ่น 5 ปี พักและทำงานที่โตเกียว ช่วงนั้นก็ใช้เวสป้า ไม่ชอบไปรถไฟใต้ดินหรือแท็กซี่ ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ (หัวเราะ) แต่วันหนึ่งผมล้มในโตเกียว ตอนนั้นไม่ได้ใส่หมวก ขี่อย่างเดียว โชคดีที่ไม่เป็นแผล หลังจากวันนั้นผมคิดว่าอันตราย เลยขายมอเตอร์ไซค์ดีกว่า (หัวเราะ)

“ไม่ได้กลับมาขี่มอเตอร์ไซค์เกือบๆ 30 ปี เพราะมีครอบครัวด้วย มีลูกเล็กๆ จนประมาณ 4-5 ปีก่อน ผมคิดอยากขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่ แต่แฟนผม (ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์) ไม่เห็นด้วย (หัวเราะ) เขากลัวประสบอุบัติเหตุ ต้องคุยอยู่หลายรอบ ไม่น้อยกว่า 4-5 รอบ ขออนุญาตซื้อมอเตอร์ไซค์ ยังไงเขาก็ไม่อนุญาต แต่วันหนึ่งเขาคงเบื่อ บอกคุณจะทำอะไรก็ทำไป เขาคงประชด แต่ไอ้ผมเข้าใจว่าเขาอนุญาต (หัวเราะ) ก็เลยวิ่งไปซื้อมอเตอร์ไซค์ภายในวันนั้นเลย กลับมาเขาตกใจ ว้าย! ไม่อนุญาต! แต่มอเตอร์ไซค์มาแล้ว (หัวเราะร่วน)

“ผมชอบเดินทาง และก็ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะเวลาขี่มอเตอร์ไซค์มันมีความรู้สึกเป็นอิสระ เหมือนเวลาเรานั่งสมาธิ เราลืมได้ทุกอย่าง ขี่มอเตอร์ไซค์ก็เหมือนกัน เราคิดเฉพาะขี่มอเตอร์ไซค์อย่างเดียว ก็เป็นการผ่อนคลาย สบาย ไม่ต้องคิดเรื่องทำงาน ชีวิต ครอบครัว ก็ทำให้สดชื่น เป็นการรีชาร์ต เดอะ แบตเตอรี่ (ยิ้ม)

“ตอนนี้ผมมีมอเตอร์ไซค์ 4 คันครับ คันแรกยี่ห้อบีเอ็มฯ เป็น Touring มอเตอร์ไซค์ คือมอเตอร์ไซค์สำหรับวิ่งระยะไกล วิ่งกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ภายในวันเดียว สบาย เหมือนนั่งในรถ เพราะมีเทคนิค มีอิเล็กทรอนิกส์ มีจีพีเอส ทุกอย่างใกล้เคียงกับรถยนต์ ไปได้สบาย ไปวันละ 1,000 ก.ม. แบบไม่เหนื่อย

“คันที่ 2 เป็นแบบที่คนไทยเรียก Chopper แต่จริงๆ ภาษาอังกฤษเรียก Cruiser เป็นมอเตอร์ไซค์แบบ Harley Davidson ยี่ห้อบีเอ็มฯ เหมือนกัน นั่งสบาย เป็นแบบนั่งโชว์นิดหนึ่งด้วย ก็เป็นคันที่ใช้เพลินๆ สนุกๆ มากกว่า เพราะถ้าไปไกลต้องใช้เวลามากขึ้น อย่างไปเชียงใหม่ต้อง 2 วัน พักหนึ่งคืนที่พิษณุโลก เพราะมอเตอร์ไซค์นี้จะเหนื่อยเร็ว

“แล้วก็คันที่ 3 เป็นซูซูกิ 800 ซีซี. เพิ่งซื้อเมื่อ 2 เดือนก่อน เป็นของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้อายุ 70 กว่าแล้ว เขาไม่มั่นใจจะขี่มอเตอร์ไซค์แล้ว เลยบอกขายดีกว่า เป็นมอเตอร์ไซค์สวย อายุประมาณ 20 ปี เป็น Cruiser เหมือนกัน “คันที่ 4 เป็นบีเอ็มฯ คันนี้ผมซื้อให้ภรรยาเพราะภรรยาก็สนใจขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนกัน แต่เขายังไม่มั่นใจเท่าไหร่ ยังกลัวนิดหน่อย ก็ฝึกอยู่เรื่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้เป็นลูกชายผมที่แอบมาขี่บ่อยๆ (หัวเราะ)

“ส่วนคันต่อไปในอนาคต ก็น่าจะมีโอกาสได้ซื้อนะครับ คือตอนนี้ผมมีมอเตอร์ไซค์ที่ผมจำเป็นแล้ว ฉะนั้นถ้าจะซื้อเพิ่มก็คือต้องมีคันใดคันหนึ่งเสีย หรือถ้ามีคันสวยๆ ที่เป็นคอลเลคชั่น หายาก เป็นวินเทจมอเตอร์ไซค์ อย่างนั้นผมก็สนใจ แต่ไม่รู้จะเป็นพรุ่งนี้หรืออีก 2 ปี คงต้องรอโอกาสครับ

“ทุกวันนี้ไม่ได้ขี่ทุกวันเพราะเราอยู่กรุงเทพฯ ในกรุงเทพฯ ใช้มอเตอร์ไซค์ยาก พูดถึงก็เสียดายนะ เพราะถ้าผมอยากไปสุขุมวิทโดยขี่มอเตอร์ไซค์ไป กรุงเทพฯ กฎหมายเยอะและเข้มงวดมาก มอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานไม่ได้ ลงอุโมงค์ไม่ได้ อย่างนั้นใช้เวลามากกว่าขึ้นรถไปเสียอีก (พูดกลั้วหัวเราะ)

“อย่างที่บอก ว่าผมเป็นคนที่ชอบเดินทาง ทัวร์ในเอเชียมาแล้ว ไปพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา แต่เป็นการบินหรือขึ้นรถไป ซึ่งผมคิดว่าถ้ามีโอกาส จะขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปเยือนทุกที่อีกครั้งหนึ่ง เพราะการบินหรือขึ้นรถไปอารมณ์มันแตกต่างจากการขี่มอเตอร์ไซค์ ก็เป็นความฝันอันใกล้ครับ คิดว่าอีกไม่นาน” คุณฟิลิปจบบทสนทนา ดวงตาเป็นประกาย ไม่แน่…ถ้าใครมีโอกาสเดินทางไปพม่า ลาว หรือเวียดนามเร็วๆ นี้ อาจได้เห็นชายชาวอังกฤษ-สวิสคนนี้ควบมอเตอร์ไซค์ฝ่าสายลมด้วยรอยยิ้มอิ่มสุข ถึงตอนนั้น อย่าลืมโบกมือทักทายเขานะครับ

Scoop
อยากให้ใส่รูปกำกับด้วยครับ ว่าประเภทไหนหน้าตาเป็นยังไง

Big Bike Motorcycle
Big Bike…อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่ากำลังจะเขียนเรื่องไส้กรอกนะครับ Big Bike ในที่นี้คือประเภทหนึ่งของรถมอเตอร์ไซค์ แน่นอนครับว่ามอเตอร์ไซค์มีมากมายหลายประเภทแล้วแต่เกณฑ์การแบ่ง หนึ่งในนั้นก็คือนี่แหละครับ Big Bike Motorcycle หรือมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ ที่มีกำลังเครื่องแรง เหมาะแก่การใช้เดินทางไกลๆ ครับ

และในวงศ์ Big Bike เองก็ยังสามารถแยกย่อยแบ่งประเภทได้อีกนะครับ อยากรู้แล้วใช่ไหมครับว่ามีแบบไหนกันบ้าง ว่าแล้วก็ลองไปดูกันเลยครับ
1.Touring รถประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับเดินทางไกล ดังนั้นกำลังเครื่องจึงสูง ตัวจึงใหญ่ เอกลักษณ์ของรถประเภทนี้คือบังลมหน้าขนาดใหญ่ กระเป๋าใส่สัมภาระขนาดใหญ่ เบาะที่ใหญ่ระดับน้องๆ โซฟาเพื่อความสบายของผู้ขับขี่และผู้ซ้อน มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย และแน่นอน ราคาแพงระดับล้านบาท
2. Sport รถประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งขัน เห็นได้จากรูปทรงที่ปราดเปรียว เบา แต่กำลังเครื่องสูง อัตราเร่งสูง ด้วยมีไว้สำหรับแข่งเป็นหลัก เบาะจึงนั่งไม่สบายอย่างยิ่ง ผู้ขับขี่จะถูกบังคับให้นั่งในท่าที่สามารถควบคุมรถได้ง่ายและทำให้ไปได้เร็วที่สุดแค่นั้น แต่เรื่องการทรงตัวของรถต้องยกให้ประเภทนี้
3. Cruiser รถประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการขับขี่ทางไกลหรือท่องเที่ยวด้วยความเร็วต่ำเป็นหลัก ไม่มีบังลม ไม่มีกระเป๋า มีเสียงที่ดังกระหึ่มเป็นเอกลักษณ์ เบาะถูกออกแบบมาให้นั่งค่อนข้างสบาย แต่ยังกระด้างหากเทียบกับแบบ Touring รถประเภทนี้มักถูกเรียกชื่อผิดเป็น Chopper อยู่เสมอๆ ทั้งที่เป็นรถคนละประเภทกัน
4. Dual Purpose รถประเภทนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นรถอเนกประสงค์ ได้รับความนิยมมากในแถบยุโรป โดยเฉพาะในเขตเทือกเขา เพราะขี่ได้ดีทั้งทางวิบากและถนน
เป็นอย่างไรบ้างครับ ได้ทราบประเภทของ Big Bike Motorcycle กันไปพอสังเขปแล้ว อยากลองถอยออกมาขับกินลมสักคันสองคันบ้างไหมครับ

Related contents:

You may also like...