วีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์

โอกาสมีไว้ให้ก้าวเดิน

รอยทางที่พ่อสร้างไว้เป็นเสมือนการแผ้วถางให้ลูกก้าวเดินอย่างปลอดภัย หนุ่มบุ๊ค-วีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานกรรมการบริหาร วีรันดา รีสอร์ท แอนด์ สปา ทายาทคนสุดท้องของ ‘วิวัฒน์ก่อสร้าง’ บริษัทที่ฝากผลงานชิ้นใหญ่อย่างสนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งก้าวขึ้นมาอีกขั้นจากการปูทางโดยรุ่นคุณพ่อกระทั่งวันนี้วีรันดา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน ติดอันดับความนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวทางเลือกสำหรับการพักผ่อนและท่องเที่ยวอย่างมีระดับแห่งใหม่ วีรันดา เชียงใหม่ เดอะ ไฮ รีสอร์ท

“จากยุคที่คุณพ่อตั้งธุรกิจแบบคนจีนที่มีพี่น้องรวมผมคนสุดท้องคนที่ 8 ของครอบครัว ได้เห็นคุณพ่อทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก เก็บหอมรอมริบไว้ให้ลูกๆ ใช้ เป็นตัวอย่างที่ดีในการดำรงชีวิต พอมาถึงรุ่นเราเราก็เก็บแต่ในขณะเดียวกันเราก็ใช้บ้าง เราก็อยากจะ Enjoy life ได้ ส่วนหนึ่งก็เห็นคุณพ่อคุณแม่ซึ่งตอนนี้ท่านเสียไปแล้วรู้สึกว่าท่านได้ใช้ชีวิตน้อยเกินสิ่งที่หามาได้บ้าง เราคนรุ่นใหม่หามาได้ก็ใช้บ้างแต่ก็ต้องเก็บด้วย

“ก่อนหน้านั้นทำงานอยู่ไฟแนนซ์แล้วจึงได้เข้ามาช่วยกิจการครอบครัวเมื่อประมาณ 12 ปีที่แล้ว ซึ่งเปิดโรงแรมธารินที่เชียงใหม่ เป็นโรงแรม 3 ดาวที่คุณพ่อสร้างไว้ พอใกล้เสร็จก็ให้ผมหาทีมมาดำเนินงานจึงเริ่มรู้จักงานโรงแรมตั้งแต่ตอนนั้นแม้ว่าจะเป็นโรงแรม 3 ดาวแต่เราก็เริ่มรู้ว่าระบบงานจะเป็นอย่างไร”

อาศัยพื้นฐานด้านการเงินจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ MBA มหาวิทยาลัยบอสตัน บวกกับโอกาสที่ได้เรียนรู้งานสถาบันการเงินเป็นการสั่งสมองค์ความรู้ทางธุรกิจให้ตกผลึก

“ส่วนหนึ่งเพราะที่บ้านเรียกกลับมา เผอิญไม่มีคนทำ พี่ๆ เขาดูในส่วนของก่อสร้างเป็นหลัก เราก็เห็นว่ามันเป็นธุรกิจใหม่ด้วยความที่คุณพ่อไปสร้างไว้จะเสร็จอยู่แล้วแต่ไม่มีคนเปิดโรงแรมเราจึงต้องไปช่วย เหมือนเป็นไฟล์ทบังคับให้ขึ้นชก (หัวเราะ) ตอนที่อยู่ไฟแนนซ์ผมชอบงานและเราก็ไปได้รุ่งเหมือนกัน แต่พอมีความจำเป็นก็ต้องมา วันนั้นทำให้เราได้เรียนรู้ในจุดที่ได้นำมาใช้ในวันนี้วันที่เราทำรีสอร์ทของตัวเองเพิ่มอีก 2 แห่ง”

“12 ปีนี้เราผ่านมาเยอะเลย จากตอนที่เข้ามาทำงานให้ครอบครัวก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ปีถัดมา 2541 คุณพ่อคุณแม่ก็เสียชีวิต จึงได้มาจับธุรกิจเต็มตัวทั้งบริษัทก่อสร้างที่พี่น้องรับต่อมาจากคุณพ่อ ตอนนั้นธุรกิจก่อสร้างเองก็ซบเซาเรียกว่ามีโชคส่วนหนึ่งและเห็นโอกาสส่วนหนึ่งก็คือได้ร่วมกับคุณวิชา พูลวรลักษณ์ ได้ทำเมเจอร์รัชโยธินขึ้นมาและเราก็ถือหุ้นในเมเจอร์รัชโยธินด้วย ได้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์ในช่วงนั้นประมาณปี 2541 กว่าจะเปิดตึกได้ก็เรียกว่าหนักเหมือนกัน การทำงานของคุณวิชาสอนงานผมได้เยอะ พอผ่านงานแรกมาได้ก็ก้าวต่อไปที่เมเจอร์ซีเนเพล็กซ์กรุ๊ปในส่วนงานด้านไฟแนนซ์และได้ช่วยพาเมเจอร์ฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วย”

จากที่ได้ร่วมงานกับเมเจอร์ฯ ได้ทั้งประสบการณ์ ได้เพิ่มพูนทักษะ ได้ใช้ในสิ่งที่ร่ำเรียนมา แต่ในขณะเดียวกันเมื่อได้ถือหุ้นเมเจอร์จึงส่งผลมีเงินสดเพิ่มขึ้นทำให้เป็นโอกาสที่มาพร้อมกับโอกาสขยายฐานธุรกิจ

“โรงแรมลักษณะ Boutique Hotel มันเริ่มมีในต่างประเทศแต่เมืองไทยยังไม่ได้เด่นชัดนักไปดูมาหลายที่ หาที่ดินในหัวหินมาสัก 2 ปีเมื่อได้มาก็เริ่มพัฒนาเกิดเป็นวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน ประมาณ 3-4 ปีที่แล้วในตอนนั้น Boutique Resort ที่หัวหินยังไม่มาก เราเปิดกระแสเลยว่าเราเป็น Hip Resort แห่งแรกในหัวหิน ตอนนั้นเป็นคำที่ค่อนข้างใหม่ เมื่อเปิดแล้วก็ได้รับการตอบรับดี มีการแนะนำทางอินเตอร์เน็ตปากต่อปากก็เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นเราสร้างห้องเพิ่มคือ วีรันดา สกาย เป็นตึกที่สูงกว่ามองข้ามตึกเก่าออกไปมองเห็นทะเลได้ทั้งหมด เมื่อไปได้ดีแล้วเราจึงเริ่มเข้าไปสู่ธุรกิจรีสอร์ท แอนด์ สปา เต็มตัว ไปโรดโชว์ต่างประเทศฝรั่งรู้จักมากขึ้น ปีแรกเป็นแขกคนไทยปีที่สองเป็นแขกต่างประเทศมากขึ้น”

“เราพยายามจะพัฒนาให้ดีขึ้นทุกปีในทุกๆ ด้าน และเมื่อมองเห็นโอกาสเพิ่มเติมก็มองว่าโรงแรมที่ติดทะเลสวยๆ ในเมืองไทยนั้นมีเยอะ แต่ที่อยู่บนภูเขานั้นแทบไม่มีเลยถ้าให้นึกก็นึกไม่ค่อยออก ถ้าไปดูในต่างประเทศโรมแรมอยู่บนภูเขาสวยๆ เยอะมากและเป็นที่นิยมกันก็เลยอยากจะมีสักที่หนึ่ง ก็เลยอยากจะมีสักที่หนึ่ง เผอิญเราก็รู้จักเชียงใหม่ค่อนข้างดีจึงหาที่ดินอยู่สักพักได้ที่ดินมาค่อนข้างสวยเกือบๆ 30 ไร่ อยู่บนเชิงเขาไม่ไกลจากเมืองมากจึงเป็นที่มาของวีรันดาเชียงใหม่ เดอะ ไฮ รีสอร์ท หลังจากเปิดวีรันดา หัวหิน 1 ปีก็เริ่มโครงการนี้ต่อมาเลย ผมคิดว่ากรสร้างแบรนด์นั้นมันสร้างไม่ง่ายนะแต่พอคนรู้จักก็น่าจะใช้ประโยชน์ได้จากตรงนั้น เราก็ไปในจังหวะที่เรารู้จักเชียงใหม่ดี และเมืองมันก็โตขึ้นเยอะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา”

“มันเป็นจังหวะที่เราต้องเดินไปและโอกาสมันเข้ามาเราจึงคว้าโอกาสนั้นไว้ และเราคิดว่าเราต้องทำตัวให้พร้อมเพราะเราก็ไม่รู้ว่าโอกาสจะมาเมื่อไหร่ และเมื่อมาแล้วเราก็อยากจะมีศักยภาพที่ทำได้”

โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องมาทำโรงแรม แต่เมื่อโอกาสวิ่งเข้ามาและมีความพร้อมจึงทำให้มองได้ว่านอกเหนือจากเป็นธุรกิจบริการธุรกิจโรงแรมก็คือการลงทุนอย่างหนึ่ง

“กว่าจะเปิดโรงแรมได้มันยากกว่าการดำเนินธุรกิจโรงแรมให้บริการลูกค้า แต่ผมว่ากว่าจะหาที่ดินและเปิดได้แน่นอนว่าต้องเปิดได้ดีด้วยมันยากพอๆ กัน เราเป็นบริษัทก่อสร้างเราก็สร้างเองด้วยและครอบคลุมในเรื่องของดีไซน์ว่าจะทำอย่างไรให้มันแตกต่าง อยู่นิ่งไม่ได้ต้องดูโลกภายนอกและนำมาพัฒนาตัวเอง”

“เราพยายามนำเสนอโปรดักส์ที่มีดีไซน์แต่ก็ต้องใช้งานได้ดี บางทีดีไซน์อย่างเดียวก็ไม่พอต้องอยู่สบายด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมด้วยและในราคาที่มีเหตุผลด้วยมันถึงเกิดการใช้ซ้ำ เพราะที่ผ่านมามีเสียงตอบกลับมาว่าเออ…มาวันนี้อีก 5 เดือนจะมาใหม่แสดงว่าเขาชอบ มาถึงจุดนี้ได้คงไม่ได้เป็นเพราะสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เป็นหลายๆ อย่างผสมกัน สิ่งหนึ่งคือเราต้องใช้คนเป็นและเราจะอยู่นิ่งไม่ได้เห็นอะไรแล้วต้องนำมาพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ และต้องทำตัวเองให้พร้อมตลอดถ้ามีโอกาสเข้ามาเมื่อไหร่จะได้เดินหน้า โดยเราต้องจัดโครงสร้างทางการเงินให้พร้อมเมื่อมีโอกาสจะได้ทำทันที”

เบื้อหลังการทำงานหนักของผู้ชายวัย 37 ปี ซึ่งหากเทียบกับคนในวัยเดียวกันแล้ว ทั้งภาระและความรับผิดชอบดูจะมากและสูงกว่าเพื่อนๆ หลายคนในรุ่นราวคราวเดียวกัน อาจเพราะเขาได้เรียนรู้งานและรู้จักกับอุปสรรคขนาดยักษ์โดยสามารถผ่านมาพบกับฟ้าใสหลังพายุฝนผ่านพ้นไป

“ผมแต่งงานเมื่อตอนอายุ 27 หลังจากเข้ามาทำงานให้ครอบครัวได้ 2 ปี ช่วงนั้นหลายอย่างมาก ทั้งต้องมาช่วยธุรกิจเต็มตัว เจอวิกฤตเศรษฐกิจด้วย ดอกเบี้ยสูง ทุกรูปแบบ วันนั้นกับวันนี้ไม่เหมือนกันนะ วันนั้นเรียกว่าทำให้ดีที่สุดของแต่ละวันเท่านั้นเอง แต่วันนี้ไม่ใช่แล้วจะคิดเฉพาะวันนี้ไม่ได้ต้องคิดว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรต่อ คิดแค่ปีหน้าไม่ได้แล้วแต่ต้องคิดว่าสเต็ปต่อไปจะเป็นอย่างไร”

“มีความสุขกับชีวิตพอสมควร พยายามใช้ชีวิตให้เป็นไม่ได้คิดว่าเพอร์เฟคต์นะแต่ต้องคิดในแง่บวก ที่ผ่านมาวิกฤตที่เกิดขึ้นสอนอะไรเราหลายๆ อย่าง บางอย่างเสียไปก็มี เพราะไม่อาจได้กำไรไปเสียทุกอย่าง ขาดทุนก็มีมันสอนเราให้รู้ว่าจะเดินอย่างไรต่อต้องมองโลกให้เป็น มองโลกว่าวันนี้กลุ้มใจพรุ่งนี้ก็จะต้องทำอย่างไรต่อไป ทำสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรจะได้เดินต่อไปให้ได้โดยเอาสิ่งที่ผิดพลาดมาเป็นบทเรียน”

Related contents:

You may also like...