ธนนนท์ ม้ามณีแดง

ธนนนท์ ม้ามณีแดง กับการขี่ผีเสื้อโบยบินอยู่กลางท้องทะเล

แม้ว่าการได้โลดแล่นอยู่ท่ามกลางเกลียวคลื่นและสายลมจะนำพาความอิสระพร้อมภาวะสุขสงบมาสู่นักแล่นเรือใบ แต่กำไรที่ได้รับคือความรู้สึกราวกับว่าเป็นการวัดใจเกดิขึ้นทุกขณะ จากครั้งแรกที่ได้ลองทำให้กลายเป็นเสน่ห์มัดใจ ธนนนท์ ม้ามณีแดง ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูสตาร์คอม (ประเทศไทย) ชายผู้มีชีวิตการงานเกี่ยวข้องอยู่กับเทคโนโลยีการสื่อสารคอมพิวเตอร์ให้หลุดอยู่ในโลกที่พลังธรรมชาติเป็นเครื่องกำหนด

“ครั้งแรกที่มีโอกาสได้แล่นเรือใบตอนนั้นกำลังเรียนปริญญาโทอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เป็นความบังเอิญมากเพราะเพื่อนชาวออสซี่ขาดทีมงานพอดี ซึ่งผมก็คิดว่าไม่น่าจะยากอะไรคงจะง่ายๆ สบายๆ แค่นั่งบนเรือแล้วหย่อนเท้าลงมาด้านข้างเหมือนในมิวสิควีดีโอ รับอาสาแบบที่ตัวเองไม่มีความรู้เกี่ยวกับการแล่นเรือมาก่อน

“แต่พอเอาเข้าจริงตั้งแต่ยังไม่ออกเรือปรากฏว่าตรงข้ามกับที่คิด บนเรือมีเชือกและอุปกรณ์เยอะมาแต่ละชื้นก็มีชื่อเรียกเฉพาะแต่ละจุดก็มีวิธีการผูกที่แตกต่างกันความที่ไม่รู้ก็จับผิดจับถูกซะส่วนใหญ่ทำให้เริ่มท้อและไม่สนุกซึ่งมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย มาเริ่มสนุกตอนที่ได้ออกเรือเพราะตอนเรือแล่นบนผิวน้ำทำให้เรารู้สึกดีมากๆ เสียงคลื่นที่ตัดกับท้องเรือพาให้ลืมความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แทบจะหมดไป ตอนอยู่บนเรือเพื่อนก็มีโอกาสเล่าวิธีการแล่นเรือ การดูลม การบังคับทิศทาง หลังจากนั้นมาจึงรู้ว่าการเล่นเรือไม่ใช่กีฬาที่ดูหรูหราอย่างที่เราคิด แต่ในทางตรงกันข้ามกีฬาเรือใบเป็นกีฬาที่ต้องใช้แรงทางกายภาพ”

เจ้าตัวย้อนความรู้สึกในการเล่นครั้งแรกที่จำได้ว่ามือพองเป็นถุงน้ำแผลแตกแล้วแตกอีก กลับบ้านอาบน้ำฟอกสบู่รู้สึกแสบจนมือสั่น และต้องใช้สมาธิกับการดูลมตลอดเวลา รวมถึงสิ่งที่หลายคนเกรงกลัวคือจะต้องโดนแดดเผา แต่ก็ถือว่าสำหรับเขาเป็นโชคดีเพราะตนเองเป็นคนชอบกีฬากลางแจ้งอยู่แล้ว

“เสน่ห์ของกิจกรรมนี้ที่แน่ๆ คือ ได้อยู่กับธรรมชาตินั่นก็คือทะเล แสงแดด และท้องฟ้า ที่ชอบมากไปกว่านั้นก็คือ ลมทะเลปะทะหน้า เสียงเรือแหวกคลื่น อีกอย่างที่ทำให้หลงใหลในกิจกรรมนี้ก็คือได้มีเวลาอยู่และ พูดกับตัวเองเหมือนกับการได้นั่งสมาธิ กีฬาประเภทนี้และกีฬาอีกหลายประเภทสอนให้เราได้เอาชนะตัวเอง

“เรือใบนั้นสอนให้เรารู้จักเคารพธรรมชาติหรือสิ่งที่เหนือการควบคุมของมนุษย์ กีฬาประเภทนี้ต่อให้เก่งแค่ไหนประสบการณ์มากเพียงใด หากไม่มีลมหรือมีแต่แรงมากเกินไปก็จบ”

ความถี่ที่เขาได้สนุกกับการแล่นเรือนั้นขึ้นอยู่กับเวลาว่างและความต้องการเล่นเรือประเภทไหน ถ้าเป็นเรือประเภทที่ต้องเล่นกัน 4-5 คนขึ้นไปเขาต้องนัดเพื่อนๆ พี่น้องซึ่งโอกาสในการนัดให้มาพร้อมกันก็ค่อนข้างน้อย บางทีอาจจะเล่นได้เต็มที่อย่างนี้แค่ปีละ 5-6 ครั้ง แต่ว่าเล่นครั้งละหลายวันโดยค้างคืนบนเรือ

“ในทางตรงกันข้ามหากเล่นเรือประเภทเล็กที่สามารถเล่นคนเดียวได้ก็จะมีโอกาสเล่นบ่อยครั้งหน่อย อาจจะเดือนละครั้งหรือสองครั้ง แต่การเล่นเรือประเภทนี้ก็จะเล่นแค่ออกเรือตอนสายแล้วก็กลับเข้าฝั่งตอนสี่โมง
สำหรับเรือใหญ่ช่วงเวลาที่เล่นก็คือวันหยุดยาว 3-5 วัน เพราะบางทีเล่นจากพัทยาไปเกาะช้าง หรือไม่ก็ภูเก็ต แต่ถ้าเป็นเรือเล็กก็เป็นช่วงเสาร์-อาทิตย์ คือออกเดินทางจากกรุงเทพฯ คืนวันศุกร์แล้วเริ่มสนุกวันเสาร์และอาทิตย์”

“การทำสิ่งนี้ตอบสนองความต้องการส่วนตัวได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ทั้งหมด กีฬาเรือใบจะผสมผสานระหว่างธรรมชาติกับกีฬาเอ็กซ์ตรีมแต่ก็ยังไม่เอ็กซ์ตรีมสุดๆ ผมว่า ‘กีฬาเรือใบเหมือนกับผีเสื้อที่บินอยู่บนผืนท้องทะเล จะบินเร็วมากก็ไม่ได้มันจะหมดแรงก่อน เพราะฉะนั้นมันก็คงทำได้แค่ล่อนไปตามแรงลม’ ถ้าผมต้องการอะไรที่มันกระตุ้นอะดรีนาลีนมากๆ ก็คงไปปั่นจักรยานเสือภูเขาซึ่งมันจะได้อีกความรู้สึกหนึ่งคือได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง รู้สึกเหมือนหัวใจมันจะออกมาเต้นอยู่ข้างนอก ผมว่ากิจกรรมแต่ละประเภทมันจะมีบุคลิกเป็นของตัวเอง”

ซึ่งข้อจำกัดของกิจกรรมนี้คือแม้จะมีเงินซื้อเรือแต่หากใจไม่รักแล้วก็คงไม่มีประโยชน์
“มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดจำเป็นต้องใช้พลังกายและพลังใจอย่างมาก การออกไปอยู่กลางแดดร้อนๆ โดยไม่มีที่กำบังลมก็ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นข้อจำกัดของหลายคน และการที่อยู่กลางทะเล ลมและทะเลเป็นสิ่งที่เรากำหนดเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งต้องยอมรับว่าความเสี่ยงตลอดเวลาเพราะไม่แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก จึงต้องเป็นคนรักกีฬาท้าทายและชอบความเสี่ยงอย่างแท้จริง”

Related contents:

You may also like...