จุมพล เตชะไกรศรี

Rhythm & Harmony

ในฐานะผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และกรรมการบริหาร บริษัท ที.กรุงไทย อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) จุมพล เตชะไกรศรี ในสายตาของคนทั่วไปก็คงไม่ต่างอะไรกับหนุ่มนักบริหารที่ดูคล่องแคล่วทะมัดทะแมงคนหนึ่ง เพียงแต่เขาพิเศษกว่านั้น ตรงที่ชีวิตของหนุ่มคนนี้แบ่งได้เป็น 2 ภาค แน่นอน ภาคหนึ่งคือนักบริหาร ส่วนอีกภาคคือนักดนตรี

“ใช่ครับ กิจกรรมหลักอย่างหนึ่งของผมคืองานประจำ แต่ว่าอีกอย่างหนึ่งก็คือกิจกรรมเรื่องดนตรี เริ่มต้นด้วยการเป็นนักดนตรีดุริยางค์ครับ แล้วก็เล่นเปียโนด้วย แต่หลักๆ คือเล่นพวกกลุ่มกลอง ที่เขาเรียกว่า Percussion ก็คือเครื่องเคาะทุกชนิดครับ เล่นจริงจังพอสมควร เคยไปเล่นกับที่มหาวิทยาลัย เคยไปเล่นกับวงที่เป็นมืออาชีพ คือวง Bangkok Symphony Orchestra แล้วก็เคยไปสอบเล่นกับวงที่อเมริกา ชื่อ Madison Scouts Drum and Bugle Corps ก็ดรอปเรียนที่มหาวิทยาลัย 1 ปีเพื่อไปเล่นที่อเมริกาโดยเฉพาะ แล้วพอกลับมาก็เลยมาตั้งวงแบบนี้ที่เมืองไทย

“ผมเริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่ยังเด็กมากนะครับ แรงบันดาลใจตอนแรกอาจจะต้องยอมรับว่าตามเพื่อน แต่พอเราเล่นไปแล้ว แรงบันดาลใจหนึ่งที่มันเกิดขึ้นคือเรามีความสุขกับมัน สิ่งที่เราเล่นมันมีความท้าทาย มันมีความสนุก แล้วก็มีระดับขั้นให้เราก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ คือดนตรีมันก็เหมือนกีฬานะครับ มีบางส่วนคล้ายและบางส่วนต่าง ส่วนที่ต่างคือดนตรีไม่มีคู่แข่ง มันอิสระ ไม่ใช่ว่าคุณต้องเตะบอลเข้าประตูอย่างเดียว ดนตรีมันมีแตกแขนงไป แต่ดนตรีทุกประเภทมีรากเหง้ามาจากที่เดียวกันนะครับ คือ Harmony กับ Rhythm Rhythm คือจังหวะ (เคาะโต๊ะประกอบ) กับ Harmony คือ โด เร มี ฟา ซอล ดนตรีคือ 2 อย่างนี้มาผสมกัน แล้วก็แตกแขนงไปหลายๆ แบบ

“ถึงวันนี้ ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นตัวผมไปแล้วครับ มันไม่ได้มีพิษมีภัยกับผม แล้วผมก็สามารถสนุกกับมันได้ในเกือบจะทุกๆ ขณะ ไม่ว่าจะเป็นเล่น ไม่ว่าจะเป็นฟัง ไม่ว่าจะเป็นชม ไม่ว่าจะเป็นคิด ที่ว่าคิดคือผมก็แต่งเพลงบ้างนะครับ ฉะนั้นถึงแม้ว่าไม่มีอะไรเลย อย่างผมนั่งอยู่ของผมเฉยๆ อย่างนี้ ผมอาจจะมีความสุขของผม ผมก็นั่งนึกเพลง ค่อยๆ แต่งค่อยๆ คิด พยายามผสม ผมก็สามารถโยกของผมได้โดยไม่จำเป็นต้องได้ยินอะไรเลย เพราะว่าเรารู้จักมันมานานมาก รู้จักมันดีพอสมควร มันก็เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่งของผม”

เพราะดนตรีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ในช่วงขณะที่พอจะสับหลีกจากภารกิจหน้าที่นักบริหารได้ คุณจุมพลจึงขอใช้เวลาเพื่อสิ่งที่ตนรัก ซึ่งได้ขยายออกจากความสุขเฉพาะตัว กว้างออกไปเผื่อแผ่แก่เยาวชนผู้มีหัวใจที่ใกล้กัน

“ตอนนี้สิ่งที่ผมมองก็คือทำยังไงที่จะใช้ดนตรีเป็นสื่อหรือเป็นพาหนะในการที่จะสอนอะไรที่มันมากกว่าแค่วิธีการเล่นดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้แก่เยาวชน ซึ่งนี่เองเป็นที่มาของการก่อตั้งสมาคมวงดนตรีเยาวชนสยามมิตร ดรัม แอนด์ บิวเกอ คอร์ (Siamyth Drum and Bugle Corps) ที่มีผมเป็นผู้จัดการวงครับ ตรงนี้เราเปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนที่รักในดนตรีแนวนี้เข้ามาร่วมเล่น ซึ่งเราจัดทุกปี เริ่มคัดเลือกในช่วงเดือนมกราคม กุมภาฯ เราซ้อมเสาร์-อาทิตย์ เก็บตัวช่วงมีนาฯ แล้วเมษาฯ กลุ่มนี้ก็จะไปเป็นทีมสาธิต ไปสอนแล้วก็ไปแสดงตามที่ต่างๆ แล้วสุดท้ายก็กลับมาแสดงใหญ่ที่กรุงเทพฯ ช่วงประมาณปลายเมษาฯ ฤดูกาลจะเป็นแบบนี้ ซึ่งปีนี้เป็นรุ่นที่ 6 แล้วครับ”
แน่นอนว่ากับภารกิจขนาดนี้ ย่อมต้องนำความเหนื่อยมาให้ไม่น้อย แต่นั่นก็หาใช่ปัญหาของผู้ชายคนนี้

“ต้องยอมรับว่ามีความเหนื่อยอยู่บ้างครับ แต่ว่าเราก็มีความสุขครับ” คุณจุมพลตบท้ายสั้นๆ แต่ได้ใจความ พร้อมรอยยิ้มที่บ่งชัดว่า แม้จะเหนื่อย แต่นี่คือสิ่งที่เขารัก และมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้เวลาไปกับมัน

Related contents:

You may also like...