พชร ปัญญายงค์

เวลาเป็นของมีค่า

สำหรับผู้ที่เห็นคุณค่าของเวลาไม่ยอมปล่อยให้โอกาสผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ โดยหนึ่งในนั้นน่าจะรวมเอาผู้มีกำลังความสามารถเหลือเฟืออย่างหนุ่มวัย 28 ปีแบงค์-พชร ปัญญายงค์ คนทั่วไปรู้จักเขาจากการเป็นหนึ่งในพิธีกร ‘เรื่องเล่าเช้านี้’ 6 เดือนที่ผ่านมาพิสูจน์ความสามารถและการชื่นชมในระดับหนึ่ง แต่ในมุมที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้เห็นคือบทบาทอื่นซึ่งทำมาก่อนหน้านี้ ทำไมเขามี 1 วันเท่ากับคนอื่นแต่ทำอะไรได้มากมาย

“งานในส่วนของสื่อโทรทัศน์คือ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ตั้งแต่ 6.00-8.00 น. รายการก้าวทัน 5 ตลาดทุนออกอากาศทางช่อง 5, Money Channel True Vision 80 และ FM 101 MHz ตั้งแต่ 9.30-9.45 น. รายการ Trading Hour ชั่วโมงการลงทุน ทาง Money Channel ตั้งแต่ 10.00-11.00 น. ต่อมาคือ Clossing Money Station สรุปภาวะตลาดทุนไทย 12.40-13.00 น. และรายการที่ร่วมกันระหว่าง CNBC กับ Money Channel คือ รายการ Manageing Thailand สัปดาห์ละครั้งทาง Money Channel หรือทางเว็บไซต์ ตอนบ่ายจึงทำงานปกติ”

ตั้งแต่ฟ้าสางเป็นช่วงเวลาของการทำงานในเชิงสื่อมวลชน จนกระทั่งตะวันคล้อยยามบ่ายวิถีชีวิตอีกแบบจึงเริ่มต้นขึ้น โดยตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร โตโยต้าบางกอก กรุ๊ป ซึ่งมีสาขาแทบทุกมุมเมืองกรุงเทพฯ จึงต้องวิ่งรอกไปยังศูนย์บริการเหล่านั้นเซอร์ไพร้ซ์ทีมงานจนเป็นความเคยชินที่ทำให้เขาสามารถรับรู้ถึงปัญหาและสามารถแก้ไขได้โดยไม่จำเจอยู่แต่เพียงการนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานและห้องประชุมตลอดทั้งวัน

“ผมดูแลเกือบทั้งหมดตั้งแต่ยอดขายรถใหม่ อะไหล่ ยอดซ่อมบริการ ยอดซ่อมสีตัวถัง การตลาด โดยมีทีมงานผมก็เป็นผู้ร่วมคิดผู้ตัดสิน รวมถึงร่วมหุ้นเปิด Groobe Bar ผับแอนด์เรสเตอรอง ถ้าใช้คำว่าทำงานตั้งแต่ก่อนตะวันขึ้นจนกระทั่งตะวันตกนั่นเป็นความจริง จากนั้นถึง 3 ทุ่มเป็นเวลาของกีฬาอาจเป็นฟุตบอลหรือกอล์ฟ”

ด้วยปริญญาตรีวิศวกรรมอุตสาหการ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ม.ธรรมศาสตร์ ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศและการเงิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประสบการณ์กลายเป็นส่วนผสมลงตัว

“ชอบบอกอยู่เสมอในมุมมองของคนโบราณว่าคนเรียนวิศวะคือ 1+1=2 หรือซี้ปังเท้า(Squre head) หัวเหลี่ยมมันตรงไปตรงมา ถ้านำมาผสมกับได้กับกลมกลิ้งอย่างเศรษฐศาสตร์ ที่ไม่จำเป็นแบบวิศวะเพราะสามารถซื้อ 5 ขาย 3 กำไร 2 ก็ได้ ด้วยผลตอบแทนที่อาจจะไม่ได้เป็นตัวเงินนี่คือมุมมองเศรษฐศาสตร์ซึ่งอยู่อีกขั้วหนึ่ง เรานำบางจุดบางเวลามาใช้ นำบางทฤษฎีมาใช้กับบางเวลาของเรา ทำให้เรากว้างกว่าคนอื่นสามารถรับได้ทุกประเภทเมื่อคำนวณไม่แพ้ใครเราก็สามารถมีมุมที่กว้างในเชิงการตลาด เศรษฐศาสตร์ และบัญชีไปพร้อมๆ กัน”

“ผมเรียนรู้จากรุ่นคุณปู่ คุณพ่อ เราค่อนข้างคุยธุรกิจกันบ่อยครั้งผมได้ยินได้ฟังคุณปู่เล่าถึงจุดเริ่มต้นบุกเบิกธุรกิจจากปั๊มน้ำมัน เข้ามากรุงเทพฯ ทำโรงสี โรงหนัง เมื่อทำงานสื่อเกี่ยวข้องกับธุรกิจการเงินช่วยเหลือในการทำธุรกิจของเราได้ตราบใดที่ยังหายใจก็ยังคงเรียนรู้ไม่มีคำว่าสายทำให้เราออกตัวได้เร็วกว่าคนอื่น ได้เรียนรู้ไอเดียของผู้บริหารระดับสูงของไทย ทั้งจากการร่วมพูดคุยในการทำงานสื่อผมคุยมากว่า 400 บริษัทชั้นนำของไทย มีโอกาสได้ไปเวียดนามคุยกับซีอีโอ 50 คน รุ่นพี่ รุ่นพ่อ รุ่นปู่ เป็นกำไรชีวิตและทำอยู่ต่อเนื่องทุกๆ วัน”

“สิ่งที่ผลักดันให้มาอยู่ ณ จุดนี้มาจากการที่เราทำได้ ผมไม่มีความอยากไปอยู่หน้ากล้อง หรืออยากวิเคราะห์เศรษฐกิจ แต่มันทำได้(เน้นเสียง)และมีโอกาส ผู้ใหญ่ไว้วางใจ เราพิสูจน์ตัวเองได้ก็ทำ ถ้าให้ไปทำรายการในช่วงบ่ายถึงเย็นอย่างนี้ทำไม่ได้แล้วเพราะไม่มีเวลา อาจทำได้วันเว้นวันหรืออาทิตย์ละครั้ง หรือจะให้ไปทำรายการตอน 4-5 ทุ่มอีกแม้จะเป็นช่วงไพรม์ไทม์ก็ไม่มีเวลาเพราะมันมีข้อจำกัด ตอนนี้ผมยังทำได้อยู่กับสิ่งที่ทำผมสนุกกับมันจึงยังทำอยู่ ผมชอบหมดทุกงานเพราะเรามีทางเลือกพื้นฐานที่สร้างธุรกิจกันมาอย่างที่เห็นกันฉะนั้นทุกงานผมมีทางเลือกหมดถ้าไม่สนุกผมไม่ทำ มันสนุกสุดในคนละความรู้สึกกันจึงเป็นความสุขที่แตกต่าง”

อีกหนึ่งดาวรุ่งกำลังทะยานจากวิสัยทัศน์และความรับผิดชอบในงานอันหลากหลายกว่าคนวัยเดียวกัน จากการเรียนรู้และทำงานโดยไม่ปล่อยให้เวลาผ่านเลย เพราะตระหนักเสมอชีวิตนั้นมิได้ ‘ซี้ปังเท้า’ เสมอไป

Related contents:

You may also like...