ยุทธ วาณิชชานนท์

Horizontal View in Balloon Basket

การได้ล่องลอยขึ้นไปอยู่ท่ามกลางสายลมโดยทอดสายตามองลงมายังเบื้องล่างประหนึ่งบินได้ดั่งนกนั้นสร้างความสุขใจให้กับผู้สัมผัสประสบการณ์นี้ได้ดีทีเดียว ซึ่งพาหนะที่จะพาคุยล่องลอยไปในห้วงนภากาศนั้นมีหลากหลายชนิด แต่ที่คลาสสิคและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุดถึง 360 องศาก็เห็นจะเป็นบอลลูนแต่แค่นั้นยังไม่เพียงพอสำหรับ ยุทธ วาณิชชานนท์ ที่ปรึกษา บริษัท เอิร์ธ วินด์ แอนด์ ไฟร์ จำกัด ชายผู้ก้าวข้ามขั้นของการเป็นแค่ผู้โดยสารด้วยการเป็นนักบินบอลลูนไทยคนแรก แม้จะมีพื้นฐานการศึกษาด้านการบินจะติดตัวมาแต่นั่นไม่อาจจะใช้ได้ทั้งหมดกับอากาศยานชนิดนี้

“บอลลูนก็เป็นอากาศยานประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Lighter than air ต่างจากเครื่องบิน เมื่อเราเกิดความประทับใจจากการได้ขึ้นบอลลูนครั้งแรกที่ผมได้นำเข้ามาร่วมโชว์ในการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ศูนย์ศิลปาชีพฯ บางไทร เมื่อประมาณปี 1990 ก็คิดว่าเราจะมุ่งมายังด้านนี้ จากจุดนั้นพอดีได้พบกันเพื่อนนักบินที่น่ารักเขาเปิดโอกาสให้ผมได้ลองเปิดโอกาสทำให้นาทีนั้นคิดว่านี่คือสิ่งที่เราจะทำต่อไป

“สิ่งดีของบอลลูนก็คือการที่เราขึ้นอยู่กับธรรมชาติเป็นหลัก ธรรมชาตินี่เองที่สอนให้เรารู้จักคิดรู้จักทำใจ เราเร่าร้อนมาจากงานประจำในกรุงเทพฯ ลองตื่นเช้าในวันหยุดขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้ามองอะไรให้มากกว่าที่มองเห็นเมื่ออยู่บนพื้นดิน ไม่มีอะไรกีดขวางสายตามันจะเกิดความสงบ

“เมื่อเราบินไปเห็นธรรมชาติก็จะรู้สึกได้ว่าประเทศไทยเรานั้นไม่ได้งดงามน้อยไปกว่าประเทศอื่นไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป เรามักจะเข้าใจผิดว่าประเทศของเราไม่งดงามเท่าเขาซึ่งความจริงประเทศเรางดงามกว่ามากในหลายพื้นที่เมื่อเราได้เห็นจากอีกมุมหนึ่ง

“ตอนที่บอลลูนลงพื้นบินกลับเองไม่ได้ระหว่างรอทีมงานที่จะไปช่วยเก็บบอลลูนตามมาอาจจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงตรงนั้นเราจะไปทำอะไรได้ทำไมเราไม่มีความสุขกับธรรมชาติที่เราเห็นอยู่ ซึ่งการรอคอยโดยเตรียมอุปกรณ์ปิคนิกไปพร้อมกับไวน์สักขวดจิบไปพลางๆ ก็เป็นการหาความสุขไปในตัว บางทีก็มีชาวบ้านแวะมาทักทายกับเราได้มิตรเพิ่มขึ้นได้เรียนรู้ได้เห็นชีวิตคนอื่น ผมเจอสิ่งดีๆ ในชีวิตหลายครั้งจากการเล่นบอลลูน”

“การเล่นบอลลูนของผมจะขึ้นอยู่กับโอกาส ในปัจจุบันผมจะบินน้อยลงเพราะอายุมากขึ้นตอนนี้จวนจะ 60 อยู่แล้วจึงมักจะเป็นที่ปรึกษาให้กับกิจกรรมเกี่ยวกับบอลลูนเพราะผมอยากให้คนไทยทำกิจกรรมเหล่านี้มากขึ้น ผมไม่เคยชักชวนใครแต่อยากจะให้ได้มีโอกาสขึ้นบอลลูนสักครั้งในชีวิต แล้วจะเหมือนกับผมคือจะตอบคำถามที่มีอยู่ในใจโดยที่ผมไม่ได้ทำให้ใครเชื่อธรรมชาติจะบอกคุณเองว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณอยากจะทำหรือไม่ คุณมีความสุขกับมันรึเปล่า แต่เท่าที่พบก็คือทั้งร้อยคนจะบอกว่าชอบ ประทับใจ

“บอลลูนถูกกำหนดไว้ด้วยเงื่อนไขหลายๆ อย่างจึงทำให้มีคนจำนวนน้อยที่มีความสามารถเล่นหรือซื้ออุปกรณ์ได้แต่ไม่มีใครอยากทำ การที่เราเสียเงินไปล้านกว่าบาทแต่แล้วก็ได้กองผ้าสกปรกมากองหนึ่ง ตะกร้าหวายเก่าๆ อีกใบหนึ่งอาจจะไม่สมาร์ท เงินล้านกว่าบาทซื้อรถสปอร์ตราคาแพงไปรับสาวเที่ยวหรือหากมีเครื่องบินเล็กเดินเท่ห์ลงมาจากเครื่องแต่บอลลูนมันมอมแมมหาคนไปเล่นด้วยก็ยากจึงไม่เป็นที่นิยมของคนไทย”

“เคยมีการสำรวจของสถานีโทรทัศน์บีบีซีเมื่อสองสามปีที่ผ่านมาใน 100 อันดับแรกของกิจกรรมที่คนทั่วโลกอยากจะทำก่อนตายว่ามีอะไรบ้างในที่สุดการโหวตที่ได้รับจากทั่วโลก บอลลูนเป็น 1 ใน Top 5 ของสิ่งที่คนอยากจะทำก่อนตาย ผมรู้ว่ามันคืออะไรผมจึงอยากจะให้คนอื่นๆ ที่ไม่เคยสักครั้งหนึ่งในชีวิตขอให้มีโอกาสขึ้นบอลลูน เราจะรักประเทศเรามากขึ้น จะรักธรรมชาติมากขึ้น ไม่อยากไปทำลายมันเพราะเราได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม เราจะได้รู้ว่านี่คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจเราให้มีความสุขได้ไม่จำเป็นว่ามีเงินทองเพียงอย่างเดียว ท้องไร่ท้องนาที่แห้งแล้งมันอาจจะสวยเกินกว่าที่เราคิดไว้ถ้าใครมีโอกาสทำได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตทำเถอะครับคุณจะไม่ผิดหวัง”

Earth Wind & Fire โทร. 053-292 224 Website : ขอขอบคุณ True Sphere Lecture Series VIII: Starry Night …ดิน ฟ้า เวลาดาว… ผู้มอบประสบการณ์ใหม่บนท้องฟ้าให้แก่เรา
Imagination Balloon ถอดความจาก http://balloon.wind-and-fire.com/BalloonHistory.htm โดย ชวภณ หนูยนต์

ไม่น่าเชื่อที่ผู้คิดค้นที่สร้างบอลลูนคล้ายกับลูกโปร่งจะสามารถล่อยลองจากพื้นสู่นภาได้อย่างสง่างาม กับคำว่า Lighter than air มันจะปรากฏขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีพี่น้องตระกูล Montgofier บอลลลูนก็คงจะยากที่จะเป็นเครื่องเล่นยอดฮิตทางอากาศของมนุษย์โลก

เนื่องในปี 1783 ซึ่งเป็นช่วงที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งประเทศฝรั่งเศสปกครองประเทศอย่างสุขสำราญ ก็มีพี่น้องตระกูล Montgofier เกิดความคิดที่จะสร้างความแปลกใหม่ให้กับชาวฝรั่งเศส โดยการสร้างของเล่นทดลองที่นำ เป็ด แกะ เป็นผู้โดยสารลงไปในกระเช้าบอลลูน แต่ในยุคนั้น บอลลูนสร้างขึ้นด้วยผ้าไหมกับกระดาษ และเชื้อเพลิงที่พวกเขาใช้ก็มาจากขนแกะ เพียงแค่ขนแกะก็สามารถนำเจ้าบอลลูนของเขาขึ้นสู่ท้องนภาได้ เพราะเครื่องเล่นอันนี้ ไม่จะว่าจะยุค สมัยใด มันต้องถูกอัดด้วยความร้อนของอากาศแถบทั้งสิ้น

Etienne Montgofier พรรณนาไว้อย่างภาคภูมิใจว่า

“เพียงแค่ 4 นาที เครื่องยนต์ก็เต็มที่ในการเดินเคลื่อน ทุกอย่างในตะกร้าก็ลอยสูงขึ้นไปกลางอากาศในทันทีอย่างสง่าผ่าเผย มีเพียงครู่เดียวขณะที่บอลลูนกำลังจะขึ้น มันเอนเอียงไปข้างหนึ่งอย่างไร้สมดุล ชั่วครู่นั้นฉันก็กลัวความล้มเหลวจะมาเยือนข้างหน้า แต่บอลลูนก็ปรับตัวและลอยขึ้นได้อย่างสบาย นำผู้โดยสารไปรับอากาศที่สุดแสนจะบริสุทธิ์เบื้องบน”

เป็นคำถามที่น่าสนใจที่ว่า ถ้าเกิดวันนั้นบอลลูนที่พวกเขาสร้างขึ้นเกิดล้มเหลว แล้วบอลลูนจะมีชื่อเสียงเฉกเช่นทุกวันนี้หรือไม่

แต่สำหรับประเทศไทย ได้เคยมีการจัดงานแสดงบอลลูนเป็นครั้งคราว ในช่วงเวลาเกือบ 20 ปีมานี้ ได้จัดไปเพียง 3 ครั้ง ครั้งแรกๆ มีบอลลูนมาแสดงเพียง 10 – 12 ลูกเท่านั้น ครั้งที่ใหญ่ที่สุดคือ งานแสดงบอลลูนนานาชาติเนื่องในงานประจำปีสวนหลวง ร. 9 เมื่อปี 2545 มีบอลลูนจากชาติต่างๆมาร่วมงาน 30 ลูก ประสบความสำเร็จมาก มีผู้มาชมมากถึง 300,000 คนเพียงระยะเวลา 2 วันกิจกรรมนี้ จะได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วไป และจัดขึ้นครั้งที่ 3 เมื่อเดือนพฤศจิกาที่ผ่าน ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ความนิยมชมชื่นไม่ได้จืดจางไปเลย โดยมีคนทั่วโลกต่างยกย่องกับกิจกรรมที่เรื่องว่า บอลลูน แม้มันจะเป็นเครื่องเล่นลอยฟ้าที่ผ่านไปนาน 200 กว่าปีแล้วก็ตาม

Related contents:

You may also like...