ธรรมนูญ พรโรจนากูร

ธรรมนูญ พรโรจนากูร กับแฝดคนละฝา ‘เจ้าม้าป่า’ Ford Mustang ’1965

ไม่ง่ายนักกับการที่คนๆ หนึ่งจะได้ประสบพบพานกระทั่งถึงขั้นได้ครอบครองยานยนต์ที่ถูกตาต้องใจแถมยังเป็นตำนานของความนิยมในหมู่นักเลงรถตั้งแต่แรกเริ่ม สำหรับชายหนุ่มผู้นี้ที่พูดถึงนั่นก็คือคุณเอ-ธรรมนูญ พรโรจนากูร รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสผ่ายการตลาด บริษัท สหฟาร์ม จำกัด กับแฝดคนละฝาเพราะเป็นรถยนต์ที่มีเดือนและปีเกิดเดียวกันกับเขา โดย 4 ปีให้หลังมานี้กลายเป็นว่า รถที่สุดแสนจะปลื้มเมื่อพูดถึงคงเห็นจะเป็น Ford Mustang ’1965 สีแดงคันงาม เนื่องจากเป็นต้นตำรับของชื่อเสียงให้แก่ Ford Mustang เจ้าม้าป่าสัญชาติอเมริกันกลายเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมในบรรดานักขับทั้งหลายไม่เฉพาะแต่อเมริกันเท่านั้น

“แน่นอนว่าผลิตในอเมริกาและส่งมาขายในเมืองไทยในช่วงประมาณปี 1965-1966 โดยที่ผมเป็นเจ้าของคนที่สาม ซึ่งความประทับใจในเจ้าคันนี้ก็คือ รูปทรงของ Mustang เป็นรถสปอร์ตที่มีดีไซน์สวยงาม เป็นรถของยุค 60 โดยแท้ ยานยนต์ของอเมริกันที่โด่งดังก็คือทศวรรษ 50 และ 60 ที่เราสามารถเอามาแต่งให้เป็นรถแข่งก็ได้ รถแบรนด์นี้เรียกได้ว่าทำได้หลายอย่างตามความต้องการ”

คุณธรรมนูญใช้เวลา 8 เดือนในการบูรณะฟื้นคืนความงามให้กลับคืนมาดังเดิมด้วยการทำสีใหม่หมดทั้งคันให้กลายเป็นสีแดงซึ่งเดิมทีนั้นเป็นสีขาวซึ่งสภาพของรถตอนที่ได้มานั้นค่อนข้างสภาพดีเนื่องจากการดูแลจากผู้เป็นเจ้าของเดิม โดยสี Rangoon Red ที่ถูกสั่งเข้ามาอาบโฉมนั้นเป็นสีที่ตรงกับรุ่นของรถพร้อมกับสั่งเบาะภายในและผ้าหุ้มหลังคามาใหม่ครบชุดบินตรงจากสหรัฐอเมริกา

“ตอนที่ผมได้มานั้นเขาเป็นสีขาวซึ่งเดิมทีเป็นสีแดงผมก็เลยเปลี่ยนกลับคืนมา โดยที่ผมยึดจากเพลทของรถว่าตัวถังสีอะไร เบาะสีอะไรก็ต้องการให้ทำกลับไปตามเดิม”

“ความพิเศษของ Mustang คันนี้ด้วยความที่เป็นรถพวงมาลัยซ้าย เกียร์ออโตเมติคสำหรับรถอายุ 40 กว่าปีถือว่าเยี่ยม เป็นรุ่นแรกๆ ของรถยนต์ที่มีเกียร์ออโตเมติค รถอเมริกันเขาเน้นความสะดวกสบาย ประเทศเขาผลิตปีหนึ่ง 5 แสนกว่าคัน โดยรุ่นปี 1965 รุ่นแรงของแบรนด์นี้ก็เริ่มต้นที่ 5 แสนคันเข้าไปแล้วแสดงได้ถึงการตอบรับความนิยมของ Mustang ที่เรียกได้ว่าเป็นรถที่มีตำนาน จากปีแรกจนถึงปัจจุบันก็ยังมีการผลิตออกมาขาย ถ้าในหมู่นักเลงพระก็เหมือนกับพระรุ่นหนึ่งเลยล่ะ”

“สิ่งที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือคันนี้เปรียบเหมือนเป็นคู่แฝด เพราะอายุใกล้เคียงกันมาก ผมเกิดปี 1965 พอดีเรียกได้ว่าเป็นรถที่เกิดปีเดียวกัน โดยผมเกิดเดือนกุมภาพันธ์เขาก็ผลิตในเดือนนี้เหมือนกัน”

ซึ่งคนแรกที่ได้นั่งภายหลังจากสำเร็จภารกิจในการฟื้นฟูความงดงามและความปราดเปรียว เมื่อขับกลับมาที่บ้านนั้นลูกผู้ชายอย่างคุณเอยืดอกยอมรับว่าเป็นสุภาพสตรีที่เขารักมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิตก็คือคุณแม่ ผู้ให้กำเนิดเขาในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่รถรุ่นนี้ได้รับการผลิตออกมาจากโรงงาน จังหวะพอดีที่คุณแม่เดินแวะมาทักทายจึงได้รับการการันตีความชื่นชอบอีกหนึ่งคำรบ

“คันนี้สวยมากค่ะ ชอบค่ะ สมัยสาวๆ แม่ชอบรถและลูกชายก็ได้สืบทอดเพราะว่าเขาชอบรถเหลือเกิน”
โดยลูกชายยืนยันปนอารมณ์ขันว่า “ผมได้นิสัยชอบรถมาจากคุณแม่ รถที่บ้านทุกคันแม่เป็นคนซื้อนะครับไม่ใช่คุณพ่อ (หัวเราะ)”

“เขาเป็นรถคลาสสิคที่ให้ความรู้สึกอันหลากหลาย โดยเฉพาะความแกร่ง ภาพความแรง ความลุยนี่ไม่แพ้คันไหนๆ แน่ แม้ว่าจะเป็นรถสปอร์ตแต่ก็สามารถจับและครอบครองต้องได้ ผู้ที่สะสมรถคลาสสิคเรียกได้ว่ารุ่นนี้เป็นรถที่ทุกคนอยากได้ เวลาไปออกงานมีคนชอบหลายคนเขามาบอกเป็นประจำว่าถ้าเบื่อเมื่อไหร่ให้บอกนะ”

แต่ท่าทางคงจะยากสักนิดสำหรับนักสะสมเพราะเห็นว่าปลื้มเอามากแถมยังสนิทสนมราวกับเพื่อนรู้ใจก็ใครจะยอมปล่อยภาพสะท้อนของตัวเองออกไปให้คนอื่นครอบครองล่ะครับ แค่มองรถก็เห็นบุคลิกเจ้าของแล้ว

Related contents:

You may also like...