กฤษดา พุฒนกุล

“ผมรักกล้องมากกว่าแฟน”

เมื่อคนเราหลงใหลกับสิ่งใดมากๆ ก็เป็นธรรมดาที่เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อสิ่งนั้น ไม่เว้นกระทั่งสิ่งที่ไร้ชีวิต ด้วยฤทธิ์ความรักก็ดลใจให้ผู้หลงใหลพิศเห็นเป็นสิ่งมีชีวิตไปได้ เฉกเช่นคุณตั้ม กฤษดา พุฒนกุล Director แห่ง 77Wonder ที่แอบกระซิบว่านอกจากจะรักกล้องมากกว่าแฟนแล้ว เขายังเคยคุยกับกล้องอีกด้วย

“แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมเริ่มสนใจกล้อง คงมาจากคุณพ่อผม วิทยา พุฒนกุล ครับ คุณพ่อเคยอยากเป็นช่างภาพมาก่อน เราแอบทราบเมื่อเราโตมาแล้ว ความชอบการถ่ายภาพของผมคงถูกปลูกฝังมา มันซึมมา แล้วก็มาเริ่มสนใจจริงจัง จากงานอดิเรก สุดท้ายก็กลายเป็นอาชีพ

“ผมได้กล้อง Nikon รุ่นเก่าๆ ที่ตกทอดมาจากคุณพ่อเป็นครูครับ จนกระทั่งผมซื้อกล้องตัวแรกของผมเองสมัยเรียนถ่ายภาพเมื่อหลาย 10 ปีก่อน เป็นกล้อง Manual ของ Canon จนมาวันนี้ ด้วยความที่มันต้องเร็ว ด้วยความที่มันต้องใช้งาน กล้องดิจิตอลก็เลยเข้ามาทำหน้าที่แทน

“แต่ออกตัวก่อนนะครับว่าผมไม่ใช่นักสะสม ผมมีกล้องเพื่อใช้งาน ที่มีกล้องหลายตัวเพื่อความรวดเร็วในการทำงานของผม และผมก็พยายามพัฒนาตัวเองนะครับ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเรื่องคุณภาพของอุปกรณ์ที่ผมมี เพราะว่าอยากให้งานออกมามันดี สามารถสนองให้ผมทำได้เต็มที่ สมัยก่อนจะซื้อกล้องราคาสูงๆ ช่างภาพท่านต่างๆ ก็บอกว่ากล้องไม่จำเป็นต้องซื้อแพงก็ได้ เลนส์ไม่ต้องซื้อแพงก็ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ตาอย่างเดียว วันนั้นผมเชื่อเต็มๆ เลยครับ แต่วันนี้ผมเชื่อครึ่งหนึ่ง ผมเชื่อว่าการถ่ายทอดอะไรออกไป แน่นอน อารมณ์ศิลปะและสายตาเราเป็นหลักมากกว่า แต่ว่าเดี๋ยวนี้อุปกรณ์มันขับให้เราทำในสิ่งที่เราต้องการได้มากขึ้นครับ

“พูดถึงเสน่ห์ของการถ่ายรูป ผมเคยบอกกับตัวเองช่วงที่ผมยังไม่ได้ทำงานหนักมากขนาดนี้ ช่วงที่ผมยังเก็บผลงานอยู่ ช่วงเดินท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ผมบอกกับตัวเองว่า เมื่อใดก็ตามที่มีมันอยู่บนคอผมอุ่นยังไงก็ไม่รู้ครับ มันอุ่นใจ ผมชอบพูดกับทีมงานว่า ถ้าไม่มีกล้องแขวนอยู่ที่ไหล่ องค์มันไม่ลงครับ ดังนั้นเสน่ห์ของมันคงมากกว่าการถ่ายภาพแล้ว มันเป็นชีวิตของผมแล้วตอนนี้ คือเมื่อใดก็ตามที่ผมโคตรเซ็งกับการทำงาน หรือเบื่อเรื่องอะไรก็ตาม ผมก็ต้องเอาเพื่อนของผมออกไปไหนสักที่หนึ่ง หรือในห้องนอนก็ได้ แล้วหยิบอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่งเป็นแบบ แล้วก็กดถ่าย มันก็จะรู้สึกดีขึ้นครับ”
ผูกพันกันขนาดนี้ เราจึงสงสัยว่าถ้าไม่ได้จับกล้องสักวันจะเป็นอะไรไหม?

“ทุกวันนี้ผมถ่ายภาพด้วยอาชีพนะครับ ผมไม่ได้เรียกตัวเองว่าช่างภาพอาชีพ ผมถ่ายภาพโดยอาชีพ ถามว่าถ้าวันไหนไม่ได้จับกล้องรู้สึกอะไรไหม ถ้าวันไหนที่เราเหนื่อยกับการถ่ายภาพมาแล้ว เราให้มันพักแล้วครับ ผมก็ไม่ต้องจับมันก็ได้ ผมอยากให้มันเป็นอย่างที่ผมต้องการเหมือนกัน ผมไม่เคยบอกใครนะ ผมเคยคุยกับมันเวลาที่ผมถ่ายรูปไม่ได้ด้วย (ยิ้ม) ผมเคยแบบว่า ‘ช่วยเหอะ วันนี้อย่าเป็นอย่างนี้เลย’ หรือวันไหนที่ผมรู้สึกไม่อยากถ่ายงานให้ใครเลย แต่ผมต้องไปถ่าย ผมก็จะบอกกล้องของผมว่า ‘เอานะๆ เอามันออกมาหน่อยเหอะ (พูดกลั้วหัวเราะ) ให้องค์มันมาหน่อยสิ ทำงานจะได้เร็วๆ จบดีๆ’

“คือถ้ามีเมียจะบอกว่ารักกว่าเมีย (หัวเราะ) กำลังจะบอกว่าตอนนี้มันไม่ใช่แค่เพื่อนผมแล้วครับ มันเป็นมือของผม มันเป็นแขนขา เราต้องถ่ายทอดผลงานออกไปโดยใช้พวกเขาครับ รักกล้องมากกว่าเมีย (ยิ้ม) ไม่มีเมียก็เลยรักกล้องมากกว่า (หัวเราะ)”

รักกล้องอย่างนี้ จึงไม่แปลกเมื่อเราถามถึงโครงการที่อยากทำให้กล้องอันเป็นที่รัก คุณตั้มจะยิ้มแย้มอย่างพึงใจ ก่อนเปรยถึงความฝันชิ้นใหญ่ของเขาพอเป็นสังเขป

“คืออีกประมาณ 15 เดือนนับจากนี้นะครับ จะมีสิ่งปลูกสร้างสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นบนถนนวิภาวดี-รังสิต ผมจะทำให้ที่นี่เป็นโชว์รูมของผม รวมไปถึงทำให้คนรักกล้องอย่างผม หรือคนที่รักการถ่ายภาพ หรือคนที่รักการทำงานในวงการที่ใกล้เคียงกับผม ได้มีโอกาส มีสถานที่หนึ่งที่จะมาทำอะไรสนุกๆ ร่วมกันโดยใช้พื้นที่สาธารณะของผมเอง จะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีแอลซีดีจอใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนวิภาวดี-รังสิตครับ แต่ตอนนี้ขออุบไว้ก่อนแล้วกันนะ (ยิ้ม)”

Related contents:

You may also like...