ราจิต แสง-ชูโต

สุขแบบ “เฉยๆ” บนความ “ไม่แน่นอน”

บ่ายของวันที่แดดอ่อนพอดีๆ เรานัดจับเข่าคุยกับผู้กำกับโฆษณาหนุ่มหล่อนาม ราจิต แสง-ชูโต แห่งบริษัทชื่อน่ารัก Macho Mango ณ ออฟฟิศที่บรรยากาศติสต์ได้ใจและน่าอิจฉาปานๆ กัน ภาพของหนุ่มราจิตที่เห็นตามสื่อออกจะดูนิ่งเงียบและเคร่งขรึม แต่จากการได้พบกันตัวต่อตัว ทำให้ได้สัมผัสว่าผู้ชายคนนี้มีหลายบุคลิกอยู่ในตัวตน ทั้งร่าเริง คุยสนุก เจ้าความคิด และเฉยๆ กระนั้น ทุกอากัปกิริยาที่แม้จะแลขัดแย้งกันบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากการสนทนา คือเขาไม่มีแววของความทุกข์

จึงไม่แปลกที่เขาจะบอกว่า ทุกวันนี้เขามีความสุขดี รวมถึงหน้าที่การงานที่เขาบอกว่าสนุกกับมันจริงๆ

“คงเพราะเป็นงานที่เราชอบครับ เราไม่ได้รู้สึกต่อต้านมันเลย เรารู้สึกสนุก มีน้อยมากที่ต้องฝืนใจทำงานครับ คงเพราะเราค่อนข้างเข้าใจระบบของงาน แล้วก็เข้าใจธรรมชาติของงาน ซึ่งพอดีธรรมชาตินั้นมันเป็นธรรมชาติที่เราชอบ เราก็เลยไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนกับมัน”

คนส่วนใหญ่อาจมองผู้กำกับว่าต้องเป็นนักวางแผน เป็นขั้นเป็นตอน แต่สำหรับหนุ่มคนนี้ มันไม่ใช่
“ชีวิตผมไม่เคยแพลนอะไรชัดเจนมากเลยนะครับ ผมอยู่กับความเชื่อที่ว่าทุกอย่างมันไม่แน่นอนจริงๆ ไม่เคยแพลนว่าเราต้องมาทำงานแบบนี้ แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะทำงานแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ หลังจากนี้เราอาจมีอาชีพอื่นก็ได้ คือทำเพราะมันสนุกอยู่ ไม่เคยมีแพลนอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราว นั่นอาจจะเป็นข้อเสียก็ได้นะ (หัวเราะ) ถ้ายังชอบก็ทำไปเรื่อยๆ คือไม่คาดหวัง จะบอกว่าไม่มีอะไรมันแน่นอน ฉะนั้นเราก็ไม่รู้ว่าแพลนของเราอีก 5 ปีจะเป็นอย่างไร เพราะ 5 ปีที่แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเป็นอย่างไรด้วยซ้ำ แค่วันรุ่งขึ้นเรายังไม่รู้ว่าตื่นมาจะเจออะไรเลย ฉะนั้นการแพลนมันทำให้เรายึดติดกับแพลนมากไป มันมีการคาดหวัง ไอ้การคาดหวังมันเกิดขึ้นปุ๊บ มันก็มีข้อดีคือทำให้เราต้องหาทางทำให้สำเร็จ แต่ว่าการหาทางทำมันให้สำเร็จบางครั้งผมว่ามันไม่ใช่สิ่งดีเสมอไปครับ ซึ่งตรงนี้ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นปรัชญาที่ผมนำมายึดใช้นะครับ ผมแค่คิดว่ามันเป็นความจริง เป็นธรรมชาติ…ผมเพียงตื่นมาแล้วใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ อย่างมีความสุขเท่านั้นเอง (ยิ้มแจ่มใส)”
จึงไม่ผิดคาดมากนัก เมื่อเราได้ทราบนามคนโปรดของหนุ่มราจิต

“คนโปรดของผมคือเจ้าชายสิทธัตถะครับ แต่ผมไม่ใช่คนศึกษาธรรมะนะ ผมเพียงศึกษาแนวคิดของท่าน ศึกษาพุทธประวัติ และชื่นชอบในทัศนคติของท่าน เพราะรู้สึกว่าเป็นทัศนคติซึ่งทำให้ชีวิตของท่านและชีวิตของหลายๆ คน…เบาสบาย ท่านมีพระธรรมคำสอนซึ่งเป็นคำสอนที่จริงเหลือเกิน”
รวมถึงในเรื่องของทางสายกลาง ที่หนุ่มราจิตเห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นได้จากการที่เขาพอใจอารมณ์ประเภทหนึ่งของตัวเองยิ่งนัก…อารมณ์เฉยๆ

“สำหรับผม แนวคิดหรือทัศนคติของพระพุทธเจ้าก็คือทุกอย่างมันอยู่ตรงกลาง ซึ่งถ้าโยงมายังเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ผมรู้สึกว่าความรู้สึกที่แฮปปี้ไปมันก็ไม่ดี ความรู้สึกที่มันเศร้าเกินไปก็ไม่ดี คือผมค่อนข้างชอบอารมณ์หนึ่งของตัวเองครับ คืออารมณ์เฉยๆ ผมชอบความเฉยๆ มาก อารมณ์เฉยในที่นี้ผมไม่ชอบมีความสุขมาก เพราะมีความสุขมากทีไรมันก็เหมือนเราเศร้ามากนะครับ หรือเศร้ามากที่สุดมันก็ไม่ดี เราก็ไม่ชอบ ผมว่าอยู่ตรงกลางดีที่สุด และผมหวงแหนความรู้สึกเฉยๆ ของผมนะ (ยิ้ม) บางครั้งเราไม่ต้องไปหัวเราะ ไม่ต้องไปพูดอะไรให้มันมากเกิน แต่เราเฉยๆ กับมัน มันก็สุขอย่างพอประมาณ นั่นแหละครับ เป็นอารมณ์ที่เราชอบที่สุด (ยิ้ม)”

Related contents:

You may also like...