ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์

‘เจาะใจ’ เมื่อโอกาสอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ผู้อ่านหลายท่านคงได้รู้จักบางแง่มุมของณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ในฐานะดาวดวงใหม่แห่งวงการบันเทิงทีวีเมืองไทยจากกระจอกข่าวบันเทิงมาพอสมควร แต่สำหรับไฮคลาสฉบับนี้หันมาเกาะกระแสอีกด้านหนึ่งในหน้าที่หลักกับภารกิจใหม่ล่าสุดของคุณณัฐ ไม่ใช่แค่บทบาทลูกชายอดีตอธิบดีกรมตำรวจพล.ต.อ.สวัสดิ์-คุณหญิงคัทลิยา อมรวิวัฒน์ หรือพิธีกรหน้าใหม่แห่งรายการเจาะใจ หากแต่เป็นตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือสสปน. เหตุไฉนหนุ่มวัย 34 จึงได้รับความไว้วางใจในตำแหน่งระดับชาติ หรือว่าดวงชะตาของเขากำลังพุ่งแรงติดจรวด

ด้วยพื้นฐานการศึกษาขั้นเรียนดีเยี่ยมดีกรีปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์สาขาไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทจากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย (Georgia Institute of Technology) ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์อุตสาหการ คุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนี้เขาจึงมีโอกาสได้เริ่มต้นทำงานเป็นวิศวกรโทรคมนาคมที่ AIS 2 ปี แล้วจึงตัดสินใจข้ามฟ้าไปเพิ่มความรู้ด้านการจัดการ จนคว้าปริญญาโท MBA จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology : MIT) มาครองอีกหนึ่งใบ

จากนั้นจึงเบนเข็มมาทางธุรกิจในบริษัท Booz Allen & Hamilton Consulting ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจวางแผนกลยุทธ์ให้กับหลายองค์กรชั้นนำอาทิ ปตท., ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารต่างประเทศเช่น อินโดนีเซีย ฮ่องกง หลังผ่านพ้นไป 2 ปี จึงเข้าเป็นหนึ่งใน Strategic Team ของทรูดูแลในส่วนของกลยุทธ์องค์กรและต่อมาได้พัฒนาบริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย Wi-Fi ออกมา

“ส่วนตัวผมเองเป็นคนที่ชอบผลิตคิดค้นยิ่งได้มาทำงานพัฒนาธุรกิจจึงได้ทำอะไรได้เยอะพอสมควร ทำมาเกือบ 7 ปีจน 2 ปีสุดท้ายได้รับความไว้วางใจให้มาดูทรูอินเตอร์เน็ตทั้งหมดในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป”

ถึงแม้ว่าหนุ่มคมเข้มรายนี้จะเติบโตมาในครอบครัวซึ่งมีคุณพ่อเป็นถึงอดีตข้าราชการผู้ใหญ่แต่ไม่ได้กำหนดเส้นทางชีวิตให้ลูกชายเพียงคนเดียวต้องดำเนินรอยตามที่ผู้เป็นพ่อเดินนำมา

“ทางคุณพ่อรับราชการแต่สำหรับผมการเป็นข้าราชการนั้นควรจะต้องเข้าไปเริ่มตั้งแต่ต้น งานตำรวจนั้นก็ชอบแต่ผมชอบประดิษฐ์คิดค้นมากกว่าจึงทำให้ไม่ได้ทำงานเหมือนคุณพ่อหรือญาติๆ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าวันหนึ่งเราต้องทำงานให้กับสาธารณะ อันนี้เรียนตามตรงนะครับที่ผ่านมาไม่ได้คิดจริงๆ ว่าเราจะไปทำอย่างไร

“มีบางช่วงตอนเด็กๆ คิดอยากเป็นนักการเมือง คุณอาสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เคยเป็นสส.ส่วนคุณพ่อเคยเป็นตั้งแต่สว.สมัยแต่งตั้งและสว.เลือกตั้งสมัยแรก คุณพ่อไม่มีสังกัดในความรู้สึกผมเป็นนักการเมืองที่ปลอดพรรค การเป็นนักการเมืองที่อิสระผมรู้สึกโอเคนะ แต่ในช่วง 4-5 ปีหลังของการทำงานที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าผมอาจจะไม่มีทักษะทางด้านการเมืองเพียงพอก็เลยยังคงมองงานสาธารณะอยู่แต่ไม่ได้เน้นมาในเชิงการเมือง”

แต่แล้วจังหวะและโอกาสก็เข้ามาถึงตัวเมื่อดวงคนจะดังต่อให้เอาช้างมาฉุดรั้งก็คงไม่อาจหยุดได้

“ขณะที่สสปน.เขาหาผู้อำนวยการอยู่และเขาติดต่อมาผมก็คิดว่าชีวิตเป็นเรื่องของโอกาสพอมันเข้ามาแม้จะเป็นในส่วนที่ผมไม่ได้สัมผัสมาตั้งแต่ต้นแต่ด้วยความที่อยากทำงานในเชิงสาธารณะช่วยเหลือสังคม การเป็นผู้อำนวยการแม้เราจะไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมนี้แต่เราน่าจะเอาวิธีการทางการตลาดมาใช้ได้ จึงสมัครเข้าไปในกระบวนการสรรหาซึ่งเป็นกระบวนการที่ชัดเจนและเป็นอิสระ

“สสปน.เป็นองค์การมหาชนที่ใช้เฮดฮันเตอร์(ตัวกลางในการหางาน) ที่เป็นบริษัทชัดเจนเหมือนในวงการเอกชน ซึ่งเฮดอันเตอร์นั้นติดต่อมาที่เราจึงเป็นที่มาของการเข้าไปคุย เช่นเดียวกับงานพิธีกรโทรทัศน์เป็นโอกาสที่เข้ามาพร้อมกัน ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงที่มีความเปลี่ยนแปลงสูงมากซึ่งหลังจากประมวลคำแนะนำจากคนรอบข้างแล้วก็ได้คำตอบที่ว่าถ้าอยากทำงานช่วยเหลือสังคมก็ทำเลย ซึ่งสสปน.เป็นองค์กรที่ช่วยเหลือสังคมประเทศชาติจึงตัดสินใจว่าเราเข้ามาคลุกวงในเลยแล้วกัน”

ซึ่งภารกิจที่รออยู่เบื้องหน้านั้นถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือของเขาในฐานะผู้บริหาร ขณะที่พิสูจน์ศักยภาพขององค์การมหาชนที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินนับหมื่นล้านเข้าสู่ท้องคลัง

“องค์กรในลักษณะนี้มีอยู่ทั่วโลก ชื่อทั่วไปเขาเรียกว่า CVB : Convention and Visitor Bureau เน้นเรื่องการเป็นศูนย์กลางเหมือนกับ One Stop Shopping ให้กับผู้ที่จะเข้ามาจัดนิทรรศการ หรือจัดประชุม สำหรับเมืองไทยนั้นอุตสาหกรรมนี้มูลค่า 5 หมื่นล้านบาทที่จะนำรายได้เข้าประเทศ

“อุตสาหกรรม MICE นี้ประกอบไปด้วย 4 ส่วนคือ Meeting, Incentives, Convention, Exhibition ซึ่งไม่ได้มองเฉพาะรายย่อยเท่านั้น องค์กรนี้ทำอย่างไรก็ได้ที่จะโปรโมทให้ MICE มีรายได้เข้าประเทศให้ได้มากที่สุด ไม่ได้แปลว่าเราจะเข้าไปเป็นตัวแทนจัดเสมอไปเราอาจจะช่วยในเชิงของนโยบาย ช่วยปรับเปลี่ยน ช่วยคุยกับรัฐให้ ช่วยปรับกระบวนการการเข้าเมืองให้ง่ายขึ้น

“อีกด้านคือช่วย win biz ให้กับเอกชน เรื่องบางอย่างเช่น Convention เป็นการเข้ามาโดยที่เจ้าภาพคือสมาคมต่างๆ เราจะเป็นตัวแทนสมาคมเข้าไปช่วยเติมเต็มส่วนนั้นได้ แต่บางส่วนที่เอกชนทำอยู่แล้วเราก็จะเข้าไปช่วยสนับสนุน รองรับ เป็นศูนย์ให้ข้อมูลครบวงจรแก่ต่างชาติที่จะเข้ามาซึ่งบางทีเขาไม่รู้ว่าจะติดต่อกับใครได้ เมื่อมาที่เราเรามีข้อมูลให้ เป็นผู้ช่วยให้กับองค์กรเอกชนไทยหรือราชการไทยที่อยากจะประชาสัมพันธ์ต่อต่างชาติแทนที่จะทำแบบกระเซ็นกระสายก็มารวมกันแล้วจึงประชาสัมพันธ์ซึ่งมันให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า”

“สสปน.อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักนายกฯ ด้วยโครงสร้างองค์การมหาชนการตัดสินใจต่างๆ จะมีคณะกรรมการอิสระซึ่งกำกับนโยบายของสสปน.อีกทีกระบวนการต่างๆ คณะกรรมการสามารถตรวจสอบและกำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติได้ ฉะนั้นจึงหลุดจากระบบของราชการพอสมควร แต่ว่าจะมีความเป็นองค์กรรัฐอยู่”

แม้จะเป็นเครื่องทดสอบชิ้นใหญ่และสำคัญซึ่งเขาจะต้องผ่านมันได้แน่ๆ เพราะดูจากสิ่งที่เขาทำมาตลอดและตั้งใจจะทำต่อเนื่องคือการได้แรงสนับสนุนจากครอบครัวที่แสนอบอุ่น

“ถ้าในเรื่องของการทำให้ประเทศชาติคุณพ่อคุณแม่สนับสนุนเต็มที่เราเป็นครอบครัวข้าราชการอยู่แล้ว แต่การทำงานนี้ก็เป็นวาระนะครับ 4 ปี ซึ่งชีวิตในรูปแบบใหม่นี้จะกลายเป็นอีกแบบหนึ่งซึ่งแปลกใหม่ที่ผ่านมาเป็นลูกจ้างบริษัทระยะยาวหรือขึ้นเป็นผู้บริหาร ต่อไปอีกสักพักก็ค่อยมาว่ากันอีกทีก็แล้วกันว่าผลจะเป็นอย่างไร”

“ตอนนี้ยังไม่มีลูกจึงมีเวลาทุ่มเทกับการทำงาน ลูกที่มีอยู่ (ไทเกอร์-สุนัขพันธุ์บ๊อกเซอร์) ไม่ต้องพาไปโรงเรียนอนุบาล (หัวเราะ) ส่วนลูกที่จะมีในอนาคตก็ยังไม่ได้วางโครงการแต่ถ้ามีก็คงหนักมากขึ้นเลยคราวนี้แต่ไม่เป็นไรหรอกครับได้ทำงานเพื่อชาติ

Related contents:

You may also like...