ธีรวุฒิ อัศวโสภณ

ความภูมิใจในภารกิจเปลื้องผ้า Mercedes-Benz 190 SL ’1961

การที่คนๆหนึ่งจะค้นพบความต้องการที่แท้จริงของตัวเองต้องใช้ระยะเวลาและประสบการณ์ในการแสวงหา ยิ่งรวมถึงความพร้อมอาจเป็นหนทางสู่การค้นพบได้ชัดเจนขึ้น เช่นเดียวกับคุณเปิ๋ม-ธีรวุฒิ อัศวโสภณ กรรมการผู้จัดการ บจก. Bio Electric Energy เจ้าของธุรกิจเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพสำหรับการผลิตพลังงาน ซึ่งกว่าจะได้รู้ว่าตนเองหลงใหลเสน่ห์ของรถยนต์คลาสสิค 2 ประตูก็กลายเป็นเจ้าของรถยนต์คลาสสิค 4 ประตูไปหลายคัน กว่าจะกลับตัวได้ซึ่งแม้ยังไม่สายเกินแก้ก็ต้องเริ่มต้นมุ่งมั่นกันเป็นการใหญ่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือความภูมิใจที่ได้แปลงโฉม Mercedes-Benz 190 SL ’1961

“ผมสะสมรถคลาสสิค 4 ประตูมาก่อนซึ่งมาย้อนนึกดูอีกทีคิดว่าน่าจะสะสม 2 ประตูตั้งแต่แรก ตอนนี้ผมก็พยายามแสวงหารถคลาสสิคที่ต้องการโดยเน้นรุ่นท็อปๆ เพราะโรงเก็บรถคลาสสิคของผมมีพื้นที่น้อย แต่เนื่องจากตลาดเมืองไทยนั้นหายากมากๆ ถ้ามีต้องรีบเสาะหามาสะสมเอาไว้เลย

“มันตอบสนองความต้องการซึ่งนอกจากเป็นความชอบในรูปลักษณ์อันสวยงามแล้วก็ยังเหมือนได้ย้อนยุคไปในสมัยรุ่นคุณพ่อคุณปู่ซึ่งสมัยนั้นไม่มีโอกาสได้ขับรถสปอร์ตแบบนี้ ตอนนั้นคนที่มีฐานะ นายทหารระดับสูงหรือพวกนักการเมืองระดับสูงๆถึงจะมีรถพวกนี้ได้เนื่องจากราคามันแพง ความใฝ่ฝันของท่านนั้นมีอยู่แต่เนื่องจากวันนี้เรามีความสามารถในการดูแลก็อยากเอามาเก็บไว้เหมือนกับเป็นตัวแทนพวกท่าน จะเห็นถึงภาพยุคนั้นในยุคทศวรรษ 1960-1970 เห็นกิจกรรมในยุคนั้น บ้านเมืองค่อนข้างมีวัฒนธรรมสูงและผมสังเกตได้อย่างหนึ่งว่าคนที่เล่นรถคลาสสิคมักจะเป็นคนที่ชมชอบในศิลปวัฒนธรรมโดยการขลุกอยู่กับสิ่งเหล่านี้”

ครั้งแรกที่คุณเปิ๋มได้เห็นคันนี้ในเว็บไซต์จึงพยายามติดต่อเจ้าของแต่เท่าไหร่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้สมใจสักทีกระทั่งเพื่อนคนหนึ่งช่วยเหลือให้ได้โทรศัพท์คุยกันในเบื้องต้นกระทั่งนัดไปดูรถปรากฏว่าเจ้าของนั้นรู้จักกับตนทำให้ตกลงง่ายขึ้นรีบจัดการเสร็จสรรพและจัดหาช่างซ่อมฝีมือเยี่ยมเพราะเกรงว่าจะมีคนไปซื้อตัดหน้า

“รถรุ่นนี้ผลิตช่วงปี 1955-1963 มีทั้งซอฟท์ท็อปและฮาร์ดท็อปซึ่งรถผมก็มีแต่ผมไม่ใส่เพราะชอบรถเปิดประทุนมากกว่า ผมจะเลือกขับในช่วงเช้าเสาร์อาทิตย์ที่ปลอดโปร่งหรือขับไปงานที่บ้านญาติ แต่ถ้ารู้สึกว่าฟ้าครึ้มจะไม่เอาออกวิ่งเลยรถทุกคันจะไม่ยอมให้เจอฝนซึ่งผมก็เป็นเหมือนคนเก็บรถคลาสสิคทั่วไปที่กลัวหน้าฝน”

“ตอนที่ได้คันนี้มาก็เรียกว่าเป็นสภาพที่ดีแต่เนื่องจากผมเป็นคนที่จะต้องทำให้รถสมบูรณ์ 100% เราบูรณะให้อยู่ในสภาพเหมือนกับเป็นรถที่เพิ่งออกจากโรงงาน ฉะนั้นจะไม่มีชิ้นส่วนไหนที่แปลกปลอมหรือดัดแปลงซึ่งเราจะไม่ทำเลย เราเน้นชิ้นส่วนที่เป็นออริจินัลทั้งสิ้น ซึ่งใช้เวลาในการทำประมาณ 9-10 เดือน

“มีการเปลี่ยนแปลงก็เช่นสี เปลี่ยนจากที่ได้มาเป็นสีบรอนซ์ซึ่งแต่เดิมนั้นมีสีเขียวอ่อนๆ การจะบูรณะให้เป็นสีเดิมก็คิดอยู่นานได้รับคำแนะนำจากช่างผู้เชี่ยวชาญซึ่งในที่สุดผมจึงเลือกสีที่ชอบดีกว่าเพราะไหนๆ เราทำทั้งคันแล้ว ‘ถ้าเป็นผู้หญิงก็เหมือนกับเปลื้องผ้าออกทั้งหมดแล้วมาแต่งตัวใหม่’ ฉะนั้นความเป็นของเดิมยังคงอยู่โดยเฉพาะเครื่องยนต์และชิ้นส่วนทุกชิ้น พูดง่ายๆ ว่าเรารื้อออกมาแล้วค่อยประกอบกลับไปใหม่ชิ้นไหนสึกหรอก็เปลี่ยนใหม่ให้ช่างไปเลือกที่เยอรมนีเลยเพราะตอนนั้นลูกยังเล็กผมเองไม่สะดวกนักและที่สำคัญคือผมต้องการเก็บไปอีกนานเพื่อมอบต่อให้ลูกให้หลาน”

ด้วยปณิธานอันแรงกล้าบวกกับมนตราของรถคลาสสิค 2 ประตูที่ใฝ่ฝันได้มาอยู่ในความครอบครองจึงอดปลื้มไม่ได้จนกระทั่งคุณเสาวลักษณ์ โชติเทวัญ คู่ชีวิตแอบตัดพ้อเล็กน้อยว่าทุ่มเทกับรถคลาสสิคไปไม่น้อยเลยโดยเฉพาะเจ้าคันนี้ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับแต่โดยดี

“คันนี้มาอยู่กับผมได้กว่า 2 ปีแล้วตัวผมเองดูและทุกวันถ้ามีอะไรที่แปลกปลอมหรือทำให้ไม่มั่นใจผมจะเรียกช่างมาดูแลทันทีเนื่องจากการที่เราทำรถให้เยี่ยมขนาดนี้ก็หวังว่าจะไม่ต้องเจอปัญหากลางถนนแน่ๆ”

Related contents:

You may also like...