ก่อเกียรติ แสงแก้ว

คีตการแห่งกาลอดีต เพื่อน ของ ก่อเกียรติ แสงแก้ว

แรกย่างก้าวเข้าสู่บ้านหลังอบอุ่นของคุณอุ๊ ก่อเกียรติ แสงแก้ว ก็ราวกับว่าเรากำลังย่างกรายสู่โลกอดีต เพราะที่นี่เต็มไปด้วยของเก่านานาชนิด และชนิดละหลายๆ ชิ้น คุณอุ๊ยิ้มร่าเริง พร้อมออกตัวว่า “ผมเป็นคนชอบของเก่าครับ” อย่างรู้ทันความคิด แม้จะออกตัวสั้นๆ แต่ความหมายกลับครอบคลุมประเด็นสนทนาในวันนี้ครบถ้วน

ทักทายพอหอมปากหอมคอ ก็ได้ฤกษ์ที่คุณอุ๊จะค่อยๆ เปิดกรุสมบัติส่วนตัวอันแสนภูมิใจให้เราได้ร่วมชื่นชม ไม่ช้าไม่นาน แผ่นเสียงมากกว่ามากก็ถูกนำออกมาอวดโฉม พร้อมคำบอกเล่าถึงความเป็นมาและความเป็นอยู่จากปากผู้สะสม

“ของเก่าสำหรับผมมันมีความคลาสสิคครับ ได้เห็นแล้วมันจะเกิดจินตนาการ เห็นวิวัฒนาการตั้งแต่สมัยก่อนว่ามันเป็นมาอย่างไร มันตื่นเต้นครับ อย่างเช่นแผ่นเสียงและเครื่องเล่น มันชวนตื่นเต้นตรงที่ว่า เข็มอันหนึ่ง พอมาวางบนแผ่นแล้วมันสามารถอ่านได้ (เสียงตื่นเต้น) มันไม่น่าเป็นไปได้นะครับ แต่มันก็เป็นไปได้ เราก็เลยรู้สึกว่ามันแปลกดี มันเป็นความคลาสสิคที่ใช้ได้จริง แล้วใครได้เห็นก็มีรอยยิ้ม ถึงแม้ว่ามันจะไม่ชัดเหมือนดีวีดี ณ ตอนนี้ก็ตาม แต่สำหรับผมจะมีความสุขทุกครั้งยามที่หยิบแผ่นมาเปิดเล่น

“แผ่นเสียงแผ่นแรกที่ผมซื้อมาเป็นแผ่นของเอลวิส เพรสลีย์ ครับ ซื้อมา ๒๐๐ กว่าบาท ตอนที่ซื้อมายังไม่มีเครื่องเล่นนะ (พูดกลั้วหัวเราะ) ซื้อมาเก็บไว้เฉยๆ เพราะสมัยก่อนเครื่องเล่นมันแพง ประมาณ ๓,๐๐๐ บาทสำหรับของไม่ดีมาก แต่ถ้าเกิดของดีจะประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ก็เลยซื้อตัวแผ่นก่อน แล้วค่อยเก็บเงินซื้อเครื่องเล่น ซึ่งจากตอนนั้นที่มีอยู่เครื่องเดียว ตอนนี้มี ๕-๖ เครื่องแล้ว ก็จะวางเกะกะไปหมด (หัวเราะ)” และไม่เฉพาะเครื่องเล่นเท่านั้นที่เพิ่มจำนวนขึ้นตามเวลาที่ล่วงผ่าน หากแต่ตัวแผ่นเสียงก็ไม่เว้น

“สำหรับแผ่นเสียง ณ วันนี้ผมมีอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ แผ่นครับ เยอะมาก (ลากเสียง) เยอะจนไม่มีเวลามาเรียงลำดับ มันเลยดูรกๆ อย่างที่เห็น (หัวเราะ) แต่แม้จะดูว่ามีเยอะ ผมก็ยืนยันนะครับว่าผมไม่ใช่คนที่มีแผ่นเยอะที่สุดในประเทศไทย ไม่ใช่คนที่มีแผ่นเก่าที่สุดในประเทศไทย หรือมีแผ่นที่มีราคาแพงที่สุดในประเทศไทย ผมเป็นเพียงคนรุ่นใหม่คนหนึ่งที่กำลังรับไม้ผลัด (ยิ้ม) จากคนรุ่นเก่ารุ่นหนึ่งที่เขารักษาแผ่นเสียงมาถึงช่วงหนึ่ง ที่ถ้าเกิดเราไม่รักษาเอาไว้มันก็จะหายไป เพราะอย่างบางคนที่สะสม ลูกหลานเอาแผ่นมาโยนเล่นที่ทะเล เหมือนกับจานร่อน (หัวเราะ) มันเสียดายของนะครับ สำหรับนักสะสมมันมีคุณค่ามาก อย่างเพลงที่ฟังนี่เทปก็ไม่มีขาย ซีดีก็ไม่มีแล้ว จะปลุกให้เขามาร้องเหมือนเดิมก็ไม่ได้

“ถามถึงความรักความผูกพันระหว่างผมกับแผ่นเสียง ผมว่าเหมือนเราเป็นเพื่อนกันนะ บางทีอารมณ์เรากำลังสุข เรารู้แล้วว่าเราจะหยิบแผ่นไหนออกมา มันเป็นเพื่อนเรา เรามีความสุขก็สุขด้วยกัน เวลาเราเหงาเราก็เปิดแผ่นเหงาๆ ด้วยกัน เหมือนกับเป็นเพื่อนคนแรกที่เราได้เจอ อย่างเวลากลับมาถึงบ้านปุ๊บผมก็จะเปิดแผ่น เมื่อเพลงเริ่มบรรเลงทุกอย่างจะอยู่นอกบ้านหมดแล้ว ปัญหาทั้งหมดอยู่นอกบ้านหมด จึงเหมือนเป็นเพื่อนของเราครับ เป็นเพื่อนที่เราอยากให้เป็นตลอดไปจนกว่าเราจะดูแลไม่ไหว แล้วมีใครมารับเพื่อนเราไปเลี้ยงต่อ (ยิ้ม)”

เรื่อง (ไม่) ยุ่งของแผ่นเสียง

ในยุคที่เสียงเพลงได้รับการบันทึกลงแผ่นซีดีและดีวีดีเป็นหลัก แผ่นเสียงดูจะกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ตกสมัย ไม่อินเทรนด์อีกต่อไป กระนั้น ก็ยังมีหลายต่อหลายคนที่เลือกสะสมแผ่นเสียงด้วยความรู้สึกที่ว่า มันคลาสสิค ให้อารมณ์ย้อนยุคอย่างน่าอภิรมย์ ซึ่งจากการได้พูดคุยกับคุณอุ๊ ก่อเกียรติ แสงแก้ว ก็ทำให้เราได้รับรู้เรื่องราวของแผ่นเสียงและเครื่องเล่นเพิ่มขึ้นไม่น้อย ที่น่าสนใจคือ คุณอุ๊บอกว่าแผ่นเสียงนั้นให้เสียงที่ ‘ครบ’ ให้อรรถรสที่มากกว่าแผ่นซีดีหรือดีวีดีเสียอีก แถมเครื่องเล่น Gramophone และ Turntable ที่ใช้สำหรับเล่นแผ่นเสียงโดยเฉพาะนี้ การดูแลรักษาและซ่อมแซมดูจะง่ายกว่าเครื่องเล่นซีดีหรือเครื่องเล่นดีวีดีด้วยซ้ำ

“การดูแลรักษาแผ่นเสียงนั้นไม่ยุ่งยากเลยครับ แต่พึงระวังอย่างเดียวคือเวลาเก็บต้องเรียงกันในแนวตั้ง ห้ามเรียงนอนซ้อนกันเพราะแผ่นจะคดทันที ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้นะครับ แต่มันเป็นจริง เพราะแผ่นเสียงส่วนใหญ่ทำมาจากแผ่นไวนิลครับ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วมันก็คือพลาสติกผสมชนิดหนึ่ง และด้วยความร้อน ด้วยอุณหภูมิของบ้านเรา ถ้าวางนอนมันสามารถคดจนใช้เล่นไม่ได้เลย ต้องตั้งเป็นแนวตั้ง แนวตะแคง หรือแนวเฉียงก็ยังพอได้ครับ อีกอย่างก็คือถ้าสมมติแผ่นหล่น ถ้าหล่นตรงๆ แนวตั้งจะไม่หัก แต่ถ้าเกิดหล่นแนวนอนหักง่ายมาก

“การทำความสะอาดแผ่นเสียงก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า หรือไม่ก็ใช้น้ำยาล้างจานที่ให้ฟองสบู่อ่อนๆ ถูเป็นวงกลมตามร่องแผ่นเสียง ส่วนในกรณีที่ต้องการปัดฝุ่น ก็ใช้บลัชออนของผู้หญิง หรือขนม้าที่ละเอียดที่สุดก็ได้ครับ ปัดทำความสะอาดตัวแผ่น รวมถึงปัดหัวเข็มที่ใช้อ่านได้ด้วย”
ในฐานะผู้ไม่ประสา ได้เห็นหัวเข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียงแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกว่า อย่างนี้เล่นไปนานๆ แผ่นจะสึกบ้างไหม

“ถ้าถามผม ผมว่ามันสึกแต่มันน้อยมากๆ สำหรับแผ่นไวนิลนะครับ แต่ถ้าเป็นแผ่นคลั่งจะสึก จะเห็นได้ชัดเลย เพราะตัวเข็มของ Gramophone ที่ใช้เล่นแผ่นคลั่งเป็นทองเหลืองครับ แหลมมาก แต่พอเล่นไปสักพักเข็มมันจะทู่ ซึ่งจะทำให้กินเนื้อแผ่น แต่ตัวเข็มของ Turntable ที่ใช้สำหรับเล่นแผ่นไวนิลจะเป็นเนื้อเหล็กครับ หรือว่าถ้าเป็นตัวเข็มสมัยก่อนจะเป็นเข็มเพชร จะไม่มีวันทู่ เวลาเล่นแผ่นมันก็จะแค่แตะแล้วก็อ่าน ไม่มีผลต่อการกินเนื้อเข้าไปครับ ก็เรียกได้ว่ามันก็เป็นวิวัฒนาการของแผ่นเสียงครับ แผ่นคลั่งยังกินเนื้อ แต่แผ่นไวนิลไม่กินเนื้อเท่าไหร่ครับ

“ในส่วนของการทำความสะอาดเครื่องเล่น โดยเฉพาะหัวเข็ม จะมีน้ำยาสำหรับทำความสะอาดโดยเฉพาะครับ แค่ค่อนข้างแพง หลอดเล็กเท่าขวดน้ำยาล้างเล็บ แต่ราคาประมาณ ๕๐๐ บาท ซึ่งถ้าเราไม่มีเงิน หรือเพิ่งเริ่มเล่น ก็สามารถใช้แอลกอฮอล์ธรรมดาล้างได้ครับ

“และถ้าเกิดเครื่องเสีย ก็ซ่อมง่ายนะครับ ๘๐-๙๐% อะไหล่ยังมี ยกเว้นชิ้นส่วนที่เฉพาะมาก เปลี่ยนอะไหล่ง่ายมากครับ อย่างเช่นกลไกข้างในของเครื่องเล่นแผ่นเสียงนี้จะมีอยู่ ๒ ระบบ คือแบบฟันเฟืองกับแบบสายพาน ถ้าฟันเฟืองเสียก็เปลี่ยน ถ้าสายพานขาดก็ไปซื้อสายพานมาเปลี่ยน ๔๐ บาท จบ ง่ายไหมครับ (หัวเราะ)”

Related contents:

You may also like...