โจ ฮอร์น พัธโนทัย

สะพานเชื่อมโลกตะวันตกและโลกตะวันออก

เมื่อ 5 ทศวรรษที่แล้ว สองพี่น้องวรรณไวและสิรินทร์ พัธโนทัยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีนอย่างลับๆ มาถึงทศวรรษนี้บุรุษหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นหลานบุญธรรมของอดีตนายกรัฐมนตรีโจว เอิน ไหล รัฐบุรุษแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังทำหน้าที่คล้ายๆ กับที่แม่และลุงของเขาได้ปฏิบัติมา หากแต่ในภารกิจที่เปิดเผยและเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

โจ ฮอร์น พัธโนทัย หนุ่มชื่อจีน หน้าฝรั่ง พูดภาษาไทยชัดเจน ภาษาอังกฤษดี ภาษาฝรั่งเศสคล่อง และที่สำคัญใช้ภาษาจีนได้เยี่ยม กรรมการอำนวยการบริษัท Strategy 613 จำกัด เอกชนซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่องค์กรธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐระหว่างไทยกับจีน และหลายบริษัทของยุโรปกับจีน นอกจากเติบโตในวัฒนธรรมอันหลากหลายแล้วเขาก็ยังเป็นศูนย์รวมของคนเก่งระดับหัวกะทิคนหนึ่ง บวกความสามารถและสายสัมพันธ์จึงส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากคุณปั้น-บัณฑูร ล่ำซำ แห่งธ.กสิกรไทยให้เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจประเทศจีน

“การสร้างตัวเองในมุมมองของนักธุรกิจต้องการ 3 อย่าง คือ ความรู้ คอนเนคชั่นจากคนที่รู้จัก เราไว้ใจเรา และ เงิน เมื่ออายุ 40 จึงจะสามารถพูดได้ว่าทั้ง 3 อย่างนี้ผมสร้างได้ถึงขั้นหนึ่ง สำหรับผมตอนคิดจะตั้งบริษัทนั้นมีทุนเป็นเงินเก็บและโบนัสจากการทำงานที่ปรึกษา (ดอยช์มอร์แกน เกรนเฟล และเมอร์ริล ลินช์) ด้านคอนเนคชั่นก็ดีจากการทำหน้าที่ใน IB (ที่ปรึกษาทางการเงิน) เป็นความชอบ เราสามารถเข้าใกล้คนที่เจ๋งในวงการธุรกิจทั้งๆ ที่ตอนนั้นอายุ 20 กว่า ผมเรียนรู้จากคนเหล่านี้เยอะมาก หลังจากทำงาน 3 ปีผมลาออกมาตั้งบริษัทของตัวเองที่ฮ่องกงแล้วย้ายมาเมืองไทยและมีอีกแห่งที่ปักกิ่ง”

โจเกิดที่อังกฤษหลังจากไทย-จีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไม่ถึงสองสัปดาห์ ปริญญาตรีจากอ๊อกซ์ฟอร์ดและปริญญาโทจากเคมบริดจ์ทางคณิตศาสตร์การันตีความเก่งกาจของหนุ่มคนนี้ได้ ซึ่งมีส่วนช่วยอยู่บ้างแต่สิ่งที่เป็นกำลังสำคัญผลักดันให้เขาเป็นที่ยอมรับคือความสามารถและทัศนคติที่ถ่ายทอดจากแม่

“คุณแม่ช่วยในด้านการชี้ทาง ไม่ได้ช่วยเรื่องเงินนะ คุณแม่ตั้งใจให้ทำเองซึ่งก็ดีเคยมีช่วงลำบากขอให้ช่วยแต่เขาก็บอกให้เราหาหนทางเองซึ่งถ้าช่วยตอนนั้นก็คงเป็นตราติดกับตัวเราไปตลอดแต่ในทางการปรึกษาก็ได้คุณแม่ช่วยชี้แนะ คุณแม่เก่งมากเรื่องการมองสถานการณ์ การมองคน เราก็พยายามเรียนแต่ไม่เก่งเท่าแม่”

“ผมก็คิดไม่ออกนะว่าจะทำอะไรได้ดีและสนุกกว่านี้ เป็นงานที่ทำให้เราสามารถทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำของธุรกิจในแต่ละประเทศ เรามี Value Added ในการช่วยหาช่องทางเข้าทำตลาดซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก”

“บางอุตสาหกรรมผมแนะเขาว่าไม่ต้องไปถ้าไปตอนนี้โอกาสล้มละลายสูง ไม่ใช่ทุกคนต้องมุ่งไปหาแม้จีนจะใหญ่แต่ก็ไม่ได้เป็นตลาดเดียวในโลก หลายครั้งที่ผมช่วยวิเคราะห์ว่าควรจะเข้าทางไหนหรือไม่ควรจะเข้าด้วยซ้ำ ไปแล้วจะต้องลำบากเจอคู่แข่งจีนก๊อปปี้ไอเดียเอาไปทำเองถูกกว่า ทุกรายที่ไปลงทุนต้องหาช่องทางเฉพาะของตัวเองให้เจอ ถ้าไม่หาด้วยตัวเองแน่นอนต้องเหนื่อย นอกจากที่เรามีอะไรที่เจ๋งจริงๆ เช่นกสิกรฯ ที่เก่งด้าน SMEs เพราะเขาเก่งด้านนี้และจีนก็ต้องการมันจึงเข้ากันพอดี”

“งานกับชีวิตของผมมันลิงค์ถึงกันทุกส่วน วัยนี้เวลานี้ควรจะทุ่มเท ถ้ามัววุ่นกับเรื่องอื่นมากไปก็จะทำให้เราต้องมาทุ่มเทกับงานเอาตอน 45 ก็ไม่ทันแล้ว ผมไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลยนะกับการทำงาน ทุกวันตื่นขึ้นมาอยากรีบมาทำงาน งานทำให้ต้องเดินทางบ่อย 1 เดือนอยู่เมืองไทยประมาณ 10 วัน จีน 10 วัน ที่เหลือก็เดินทางไปส่วนอื่นๆ ของโลก ผมบินทุก 3 วัน มีชีวิตบนเครื่องบินมากกว่าบ้าน งานที่เมืองจีนผมไปอยู่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง เสฉวน อันฮุย ฯ ทุกมณฑลรวมเขตปกครองตนเองผมไปเกือบหมดแล้ว ขาดอีกไม่กี่มณฑล”

“ผมได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่คือคุณตาแท้ๆ (สังข์ พัธโนทัย) ตาบุญธรรม (เลี่ยว เฉิง จื้อ คนสนิทของนายกฯ โจว ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลลุงและแม่ของเขาเมื่อวัยเยาว์) ส่วนท่านโจว เอิน ไหล ผมได้เรียนรู้ผ่านทางคุณแม่ซึ่งคุณแม่ก็เรียนรู้จากท่านมาเยอะเหมือนกัน โชคดีมากที่คนซึ่งอยู่รอบตัวผมตอนเด็กๆ นั้นเก่งทุกคน ทางฝั่งคุณปู่ คุณพ่อก็เก่ง เข้าใจว่าสิ่งที่เราทำคือสิ่งที่คุณตาเราทำมาแล้ว คุณแม่ก็ทำมาแล้ว โชคดีที่ตอนเด็กๆ คุณแม่หาคนรอบตัวที่เป็น Role Model ให้เราได้ ได้เห็นจากคนรอบตัวซึ่งเก่งทั้งนั้นถามเรื่องอะไรรู้หมด”
สะท้อนออกมาเป็นตัวของเขาที่ประสบความสำเร็จมากกว่าหลายคนในวัยเดียวกัน จากสายสัมพันธ์อันแนบแน่นถึง 3 ชั่วอายุคน จึงปรากฏภาพอักษรจีนตระหง่านเป็นเกียรติแก่บริษัทฯ ในฐานะสะพานเชื่อมความเจริญไม่เพียงไทยกับจีนแต่เป็นโลกตะวันออกและโลกตะวันตกที่ยิ่งใหญ่ ‘3 ยุคของตระกูลฉางเป็นเพื่อนที่ดีของประเทศจีน’ เป็นงานพู่กันซึ่งอดีตรองประธานสภาฯ ของจีนที่เพิ่งเกษียณได้เขียนขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เป็นอนุสรณ์ถึงความมั่นใจจากรุ่นสู่รุ่นที่นับวันยิ่งใกล้ชิดมากขึ้น

Related contents:

You may also like...