โยฮัน วิมลเฉลา

ความต้องการและชีวิตหลังไกปืน

ผมเคยคิดมโนภาพกิจกรรมในวันพักผ่อนของโยฮัน วิมลเฉลา หนุ่มมาดนุ่มพิธีกรฝีปากเยี่ยมแห่งรายการภาคภาษาอังกฤษมอร์นิ่งทอล์ค อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และล่าสุดกับหน้าที่โฆษกในงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก2007 ในอีกรูปแบบหนึ่งคงอ่อนโยนตามบุคลิกท่าทาง แต่หลังจากได้รับทราบถึงสิ่งที่เขาทำเบื้องหลังกล้องโทรทัศน์และกระดานไวท์บอร์ดแล้วต้องบอกกับตัวเองว่าอย่าเพิ่งตัดสินคนที่รูปลักษณ์ภายนอก

“ผมโชคร้ายหน่อยตรงที่ต้องทุ่มเวลาให้กับงาน จนทำให้มีเวลาพักผ่อนหรือว่าไปเที่ยววันหยุดกับเพื่อนๆ เหลือเพียงเล็กน้อย แต่ถ้ามีโอกาสผมก็จะทำกิจกรรมที่ทำให้ผมไม่ต้องคิดถึงเรื่องงาน การเล่นแอร์ซอฟท์ (หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ BB Gun) เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผมเลือกทำ เมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสผมก็มักจะทำกิจกรรมนอกสถานที่ เนื่องจากผมต้องอยู่ในที่ทำงานมาตลอดทั้งอาทิตย์แล้วซึ่งทำให้ผมรู้สึกขาดการติดต่อกับโลกภายนอก”

“ในช่วงหนึ่งของชีวิตวัยเด็กเราทุกคนเติบโตมากับการเล่นตำรวจจับผู้ร้ายหรือการเล่นเป็นคาวบอยกับอินเดียนแดง การเล่นแอร์ซอฟท์ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของเกมที่เราเล่นกันสมัยเด็กๆ นั่นแหละครับ เวลาเล่นแล้วจะรู้สึกได้ถึงการแข่งขันกันแต่ว่าเป็นความรู้สึกในแบบของผู้ใหญ่และเหมือนจริงมากกว่า มีคำพูดหนึ่งที่บอกว่า เด็กผู้ชายไม่รู้จักโตหรอก…เพียงแต่ของเล่นของพวกเขาจะแพงขึ้นเท่านั้นเอง”

“เกมนี้ใช้ลูกบอลพลาสติกแทนกระสุนโลหะ มันสะท้อนให้เห็นตัวตนของผมที่เป็นคนรักการผจญภัยและการแข่งขัน การเล่นแอร์ซอฟท์ทำให้ผมได้สนุกกับการต่อสู้ในแบบที่ไม่ต้องเสี่ยงกับการเจ็บตัว ไม่เพียงแต่ทำให้ผมรู้สึกถึงการทำกิจกรรมร่วมกันเป็นทีมเท่านั้นแต่ยังทำให้ผมรู้สึกพอใจกับความสำเร็จส่วนตัวด้วยเช่นกัน”

“แอร์ซอฟท์เป็นเกมที่เล่นง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือพิเศษ ปืนที่ใช้เล่นก็มีราคาไม่แพง สามารถเล่นเกมนี้ได้ทุกที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ไม่ได้ร่วมเล่นเกมด้วย ในสหรัฐอเมริกาเราอาจจะเข้าไปเล่นเกมนี้ในบริเวณป่าแถวบ้าน ซึ่งผมได้รู้จักแอร์ซอฟท์ครั้งแรกสมัยวัยรุ่นจากเพื่อนๆ ที่นิยมเล่นเพนท์บอลกันมาก่อน แม้ภายนอกทั้งสองจะคล้ายกันแต่สิ่งที่ต่างกันชัดเจนคือเพนท์บอลใช้กระสุนบอลลูกใหญ่ที่มีน้ำหมึกอยู่ข้างใน”

โดยปกติแล้วเราจะเห็นแอร์ซอฟท์กับเพนท์บอลคู่กัน แต่ความรู้สึกที่ได้จากแอร์ซอฟท์นั้นเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรู้สึกเหมือนจริง และปืนเพนท์บอลจะไม่เหมือนปืนแบบธรรมดาทั่วไปในขณะที่ปืนแอร์ซอฟท์จะดูเหมือนอาวุธปืนจริงทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่

“ตั้งแต่ย้ายมาอยู่เมืองไทยก็หาคนที่ชอบเล่นเหมือนกันยาก จากที่ไปลองเล่นตามสนามต่างๆ แล้วก็ได้เจอกลุ่มที่ผมเข้าไปเล่นด้วยได้ การพบเจอเพื่อนใหม่และคู่ต่อสู้หน้าใหม่ๆ ก็เป็นข้อดีเหมือนกัน คิดว่าในอนาคตอยากจะชวนนักศึกษาไปเล่นเกมนี้ด้วย ผมมั่นใจว่าพวกเขาคงจะไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะได้ยิงใส่อาจารย์สักครั้ง”

“จำนวนผู้เล่นก็เป็นไปตามขนาดของสนามและความเข้มข้นของเกมนะครับ คุณอาจจะจำลองการทำสงครามต่อสู้กันในป่ากว้าง หรือจำลองการต่อสู้แบบระยะประชิดในเมือง คุณอยากจะสู้กันตัวต่อตัว สิบคน หรือ 200 คนก็ได้ ถ้าคุณเล่นคนเดียวคุณก็จะไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกตื่นเต้นที่ต้องสู้กับฝ่ายตรงข้าม แต่ว่าคุณก็สามารถจะฝึกทักษะและความแม่นยำในการยิงปืนของคุณซึ่งคุณอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำถ้าเล่นกันเป็นกลุ่ม”

“การเล่นแอร์ซอฟท์ทำให้คุณตระหนักถึงมาตรการด้านความปลอดภัยในการใช้ปืนขณะเล่น และเรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม บทเรียนที่สำคัญในการต่อสู้ การทำงาน และชีวิตก็คือการเข้าใจและตระหนักว่าการกระทำของคุณไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อตัวคุณเองเท่านั้น แต่ว่ายังส่งผลถึงเพื่อนร่วมทีมของคุณด้วยเช่นกัน”

“ข้อจำกัดหนึ่งที่ทำไม่ได้สำหรับเกมนี้คือยังไม่เคยนำมาใช้กับการทำงาน ผมคิดว่าทางมหาวิทยาลัยคงไม่ยอมให้ผมเอาปืนแอร์ซอฟท์มายิงนักศึกษาที่ทำตัวเกเรในห้องเรียนของผมแน่ๆ แต่ผมมั่นใจว่าถ้าทำอย่างนั้นได้นักศึกษาพวกนั้นก็จะได้รับบทเรียนกันบ้างนะครับ” หนุ่มโยฮันพูดทิ้งท้ายแทนความต้องการของอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายๆ คน

Related contents:

You may also like...