พนิช วิกิตเศรษฐ์

อดีตและว่าที่นายกฯ

ในอดีต พนิช วิกิตเศรษฐ์ คือนักธุรกิจมือทองที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของเมืองไทย โดยเฉพาะการบริหารกองทุน เรียกได้ว่ายากจะหาใครเทียบเทียมเขาได้ กระนั้น หากมนุษย์ทุกคนล้วนมีความฝันที่แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าความฝันนั้นจะนำมาซึ่งความเหนื่อยหนักแสนสาหัส แต่เราก็ยังปรารถนาจะปีนป่ายขึ้นไปดื่มด่ำฉันใด พนิช วิกิตเศรษฐ์ ก็เป็นฉันนั้น จากนักธุรกิจมือทอง วันนี้พนิชกระฉับกระเฉงอยู่ในบทบาทหน้าที่ของรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้านจราจรและการคลัง ที่เจ้าตัวเอ่ยปากว่า หนักมากๆ แต่นี่ก็คือความฝันและความตั้งใจของเขา ซึ่งเจ้าตัวก็แอบกระซิบว่า เขาอาจจะไม่ได้มีวันนี้เร็วเช่นนี้ หากชีวิตเขาไม่มีคนโปรด ๒ คนที่มีคำว่า ‘นายกฯ’ เป็นสร้อยต่อหลังชื่อ

“คนโปรดสำหรับผมต้องเป็นคนที่ผมสัมผัสได้จริงครับ ต้องเคยมีประสบการณ์กับเขา รู้จักเขา และเขาก็รู้จักผม ผมอาจจะไม่ได้เป็นคนโปรดของเขา แต่เขาเป็นคนโปรดของผม บอกเลยแล้วกันว่าผมมีคนโปรดที่อยากจะพูดถึง ๒ คน แต่โปรดในแง่มุมที่แตกต่างกัน

“คนแรกนี่เป็นทั้งเพื่อนและเป็นทั้งผู้บังคับบัญชาของผมครับ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมรู้จักเขาเป็นการส่วนตัวมา ๒๐ กว่าปีแล้ว ซึ่งในสายตาผมเขามีความโดดเด่นมาก ผมบอกตัวเองเลยว่าคนคนนี้ที่ชื่อมาร์คนี่ไม่ใช่ปกติ เป็นคนที่มีมิติความคิดลึกซึ้งมาก ก็รู้จักกันมา จนมีอยู่วันหนึ่งเราคุยกัน เขาบอกว่าในอนาคตเขาจะเป็นนายกรัฐมนตรี เขาบอกเลยนะ (เน้นเสียง) ซึ่งวันนั้นผมก็เชื่อ ผมยังพูดกับตัวเองเลยว่า ถ้าเขาเป็นนายกฯ เราต้องช่วยเขาทุกอย่าง

“และก็เป็นคุณอภิสิทธิ์นี่แหละครับที่ชวนผมมาเล่นการเมือง บอกตรงๆ ว่ารู้สึกเป็นเกียรตินะ เพราะผมเชื่อมั่นและศรัทธาในอุดมการณ์การทำงานของคุณอภิสิทธิ์ในฐานะเพื่อน ก็รับปากตกลง เพราะตัวเองก็อยากจะเล่นการเมืองอยู่แล้ว จนวันนี้ผมดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้านจราจรและการคลัง ก็เรียกได้ว่าผมคงมาได้ไม่เร็วอย่างนี้ถ้าไม่ได้เขาชวนเข้ามา (หัวเราะ)

“ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ผม Look up to ขึ้นไปแล้วเรียกได้เต็มปากว่าเป็น Icon หรือเป็น Role Model ที่ผมสัมผัสได้ โปรดในวิธีที่ท่านทำงาน คือท่านอานันท์ ปันยารชุน ครับ ผมรู้จักท่าน แม้ไม่เคยทำงานกับท่าน แต่เคยได้สัมผัส เคยได้ฟังท่านพูดคุย ผมโปรดวิธีการบริหารงานของท่าน ซึ่งใช้คนเก่งเป็น เพราะคนเก่งนี่มีไว้ใช้ แต่คนกว้างขวางมีไว้เป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้นำ นี่คือปรัชญาในการทำงานของผม ถ้าคุณใจกว้าง มีความกว้างขวาง (เน้นเสียง) คุณเป็นผู้นำได้ คนเก่งมันมีเยอะ และก็สามารถใช้เขาทำในเรื่องพิเศษๆ ได้ แต่คนที่กว้างขวาง มีคนเคารพรักและอยากทำงานให้นี่คือผู้นำ คุณกว้างไม่ได้นะถ้าคนไม่รักคุณ ต้อง All Round ไม่ใช่ Specialist นะ แต่ต้อง All Round คือเข้ากับคนได้ทุกระดับ คุยเรื่องวิชาการก็ได้ คุยเรื่องปาร์ตี้ก็ได้ คุยเรื่อง Non-sense ก็ได้ คุยเรื่อง Make-Sense ก็ได้ ผมโปรดคนที่เป็นแบบนี้ ซึ่งท่านอานันท์มีจุดนี้ชัดเจนมาก และผม Admire ท่านมาก ชอบท่านเพราะว่าท่านเลือกใช้คนเก่งมาก (เน้นเสียง)

“๒ คนนี้อยู่ในความโปรดที่แตกต่างกันครับ และทั้ง ๒ คนก็มีจุดเสียด้วย ซึ่งสำหรับผมคนมีจุดด้อย จุดเสียเป็นเรื่องปกติ เพราะถ้าเกิดเขามีจุดดีแล้วคุณไปมองแต่จุดดีของเขา แปลว่าเขาไม่ใช่คนที่คุณรู้จักดีพอแล้ว ถ้าใครบอกผมว่าคนนั้นไม่มีจุดด้อยเลยผมไม่เชื่อ มนุษย์ทุกคนต้องมีจุดด้อย แต่คุณสามารถที่จะพัฒนาจุดด้อยของคุณได้ไหม ซึ่งทั้งคุณอภิสิทธิ์และท่านอานันท์ล้วนมีจุดด้อย แต่เผอิญจุดดี จุดแข็งมีมากกว่า คือทั้ง ๒ เป็นคนเก่งมาก และเป็นคนดีมาก และทั้ง ๒ คนนี่ผม Admire ในเรื่องของการจับ Logic การลำดับเรื่อง การ Digest วิเคราะห์ข้อมูล แล้วก็ตัดสินใจ ๒ คนนี้เก่งมากๆ ซึ่งหลายคนที่เป็นผู้นำไม่มีนะ บางคนอาจจะ Present ตัวเองเก่ง บางคนอาจจะได้รับความเห็นใจจากประชาชน แต่ผมว่า ๒ คนนี้คือคนที่ผมสัมผัสแล้ว ได้เห็นเวลาเขาจะตัดสินใจนี่เขามี Logic ที่ดีมาก และผมบอกได้เลยว่าเขา Clear แล้วอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมทั้งคู่

“๒ คนนี้เป็นคนที่ผมโปรดมากครับ แล้วก็ถ้าเอา ๒ คนนี้มาผสมกัน คุณก็จะได้คนที่ผมโปรดขึ้นไปอีก (หัวเราะ) ซึ่งมันไม่มีไง มันไม่ใช่ความเป็นจริง มันก็เป็นแค่สิ่งที่คุณเอามาผสมกันเอง ที่สุดก็คือเราต้องยอมรับในจุดอ่อนและจุดแข็งของเขา แล้วเราก็ต้องยอมรับว่าถ้าเราจะต้องทำงานร่วมกับเขา เราก็ต้องเสริมจุดอ่อนของเขาให้ได้ และเขาก็ต้องใช้จุดแข็งของเราให้ดีที่สุด เท่านั้นเองครับ”

Related contents:

You may also like...