ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์

กุนซือหนุ่มแห่งอาณาจักรเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์

ท่ามกลางการจับตามองถึงเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศคงไม่มีใครกล้าลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยเม็ดเงินมหาศาลกันมากนัก ทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ แถมยังต้องเผชิญกับการแข่งขันในกลุ่มผู้บริโภคที่ฐานรายได้แตกต่างกัน แต่เท่าที่เฝ้าติดตามเป็นระยะเห็นจะมีโครงการจากค่ายเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ที่ผุดโครงการหรูย่านใจกลางกรุงเสนอให้ผู้บริโภคกระเป๋าหนักยอมควักเงินจับจอง สาเหตุหนึ่งก็คงจะมาจากการได้มือดีเข้ามาช่วยเสริมทัพให้แข็งแกร่ง ไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็น กรรมการผู้จัดการหนุ่ม บี-ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ ลูกชายคนสุดท้องของ จำเริญ พูลวรลักษณ์

“ตอนเรียนผมไม่ได้มีความสนใจส่วนตัวทางด้านอสังหาริมทรัพย์สักเท่าไหร่นักแต่จากการที่ชอบสถาปัตยกรรมและเรียนอยู่ในเมืองใหญ่ได้เห็นตึกสูงอยู่ทุกวันจึงซึมซับงานด้านนี้ได้ง่าย เมื่อได้รับมอบหมายมาให้รับผิดชอบก็ต้องทำให้ได้ดีที่สุด ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เต็มตัว ตำแหน่งนี้นั้นไม่ใช่ตำแหน่งซึ่งโฟกัสไปในจุดใดจุดหนึ่งแต่จะต้องรู้ทั้งหมด ต้องรู้ทุกจุด ทุกๆ อย่าง เราต้องมาพิจารณาดูว่าจุดไหนที่สามารถพัฒนาได้ก่อนและหลัง ผมเข้ามาดูมาช่วยว่าจะเสริมประสิทธิภาพของบริษัทได้ในจุดไหนบ้าง อาจจะเป็นเพราะว่าการบริหารงานของคุณพ่อนั้นจะต้องทราบทุกอย่างหมดนี่คือสิ่งที่ผมได้รับมาเต็มๆ”

ดีกรีปริญญาเอกหมาดทางด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส พร้อมทั้งพื้นฐานลูกหม้อเศรษฐศาสตร์ในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ของเลือดใหม่อย่างดร.บีนี่เองที่ทำให้กุนซือเช่นเขาอ่านเกมต่างๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นนักแม้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง

“เมื่อมองถึงเรื่องงานเราต้องมองจากจุดย่อยไปยังจุดใหญ่ มองว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นแบบไหน ต่อไปก็มองในแง่ของตลาดคอนโดมิเนียม แล้วจึงมองไปที่เศรษฐกิจโดยรวมนักเศรษฐศาสตร์มองจากจุลภาคไปยังมหภาค ในแง่ของ บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ เราเน้นตลาด high-end ซึ่งจะไม่ค่อยแกว่งตัวเท่ากับตลาดคอนโดมิเนียมที่เป็น middle-end หรือว่า low-end เพราะรายได้ของลูกค้าเราจะค่อนข้างมั่นคงเศรษฐกิจดีอุปสงค์จะไม่เพิ่มมากขณะที่เศรษฐกิจชะลอลงอุปสงค์ก็จะไม่ลงไปมากเช่นกัน แต่ยอมรับว่ายอดขายนั้นช้าลงตามสภาพเศรษฐกิจแต่โอกาสของเราไปได้เรื่อยๆ และเราก็ยังมีโครงการเก็บไว้ในกระเป๋าบ้างแต่ก็ยังไม่ได้เปิดตัวรอจังหวะและโอกาสที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ”

“ประสบการณ์ปีกว่าๆ นั้นทำให้ผมทราบว่าหลายอย่างไม่มีอยู่ในตำราต้องเรียนเอาจากประสบการณ์ตรงแต่การทำงานมันก็เป็นกระบวนการที่เราต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ มีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา บ้างก็ต้องคิดให้นอกกรอบออกไป ซึ่งตอนนี้ก็มีอยู่ 3 โครงการใหม่ทั้งหมดของบริษัทที่ผมรับผิดชอบอยู่”

“เราต้องสนุกไปกับการทำงานถ้าหากเป็นผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจจะรู้สึกว่าซ้ำซากแต่ต้องเข้าใจว่าอสังหาริมทรัพย์โดยธรรมชาติของมันจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา มีเทคโนโลยี มีรูปแบบใหม่ๆ เข้ามา นวัตกรรม สำหรับอาคารสูงจากต่างประเทศที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่เบื่อนะครับ งานหนักแต่สนุกกับการที่ได้รับสิ่งใหม่และพิจารณาว่าแบบไหนเหมาะกับกรุงเทพฯ หรือเหมาะกับโครงการในต่างจังหวัดมากกว่า”

“ทั้งสู้กับคู่แข่งสู้กับเศรษฐกิจซึ่งพวกนี้เป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ได้ เห็นว่าสู้หลายอย่างแต่ที่ต้อต่อสู้คือทำอย่างไรไห้ตัวเองใส่ใจกับงานตลอดเวลา ในส่วนนี้ผมทำได้ในระดับหนึ่งเมื่อใส่ใจกับงานจะมองเห็นทุกอย่างว่ามันผูกพันกับธุรกิจ ไปเที่ยวหรือเดินทางไปไหน ก็จะเกิดความคิดใหม่ๆ ที่เราจะให้กับงาน ถ้าทำงานก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลย ต้องทุ่มเทตลอดเวลา เนื้องานก็จันทร์ถึงศุกร์นั่นแหละครับแต่ถ้าทำถึงจุดหนึ่งแล้วเมื่อครอบครัวเป็นเจ้าของก็จะต้องใส่ใจมากกว่าคนอื่น และคิดอยู่ตลอดเวลาว่าทำอย่างไรถึงจะช่วยเหลือบริษัทได้ และการเป็นกรรมการผู้จัดการเมื่อปัญหาเข้ามาพร้อมๆ กันก็จะต้องจัดอับดับแล้วแก้ไขไปความสำคัญ”

“ผมไม่ปฏิเสธเสียงที่บอกว่าเพราะเป็นทายาทจึงมาอยู่ ณ จุดนี้ได้ มันเป็นความจริง เอาสิ่งนั้นมาเป็นแรงผลักดันให้เราทำงานให้ดีไม่ว่ากับลูกค้าหรือพนักงาน ผมประนีประนอมกับลูกน้องนะจะไม่เรียกร้องในสิ่งที่เขาตอบสนองไม่ได้ ผมไม่ดุแต่จะถามว่าสิ่งที่ผมต้องการเขาสามารถทำได้ไหมมาคุยกันว่าถ้าไม่ได้มีเหตุผลอะไร แต่เราก็ยอมรับในการที่เขาทำงานเต็มที่ มีประสิทธิภาพเต็มร้อย จะเน้นให้พนักงานโปรแอคทีฟ สมมติมีปัญหาเข้ามาก็จะต้องช่วยคิดมาแล้ว ต้องช่วยบริษัทคิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรมากกว่าที่จะเข้ามาบอกด้วยประโยคแค่เพียงเกิดปัญหาขึ้น โชคดีที่เรามีทีมงานที่แข็งและทำงานหนักเรียกได้ว่าเต็มที่ ทุ่มเทให้กับบริษัท เราไม่ได้มีพนักงานเยอะมาก แต่ว่าทุกคนถือว่าเป็นชิ้นส่วนสำคัญซึ่งจะขาดเสียไม่ได้”

“หัวใจของคอโดมิเนียมก็คือ ที่ตั้ง ที่ตั้ง และที่ตั้ง ดังนั้นถามว่าในเมืองดีไหมก็อย่างที่บอกว่าจะต้องแล้วแต่ว่าจุดไหนที่ทำแล้วความเสี่ยงต่ำย่านทองหล่อ สุขุมวิท สาทร สีลม เป็นย่านที่ทำไปแล้วค่อนข้างแน่ใจว่ามีอุปทานอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าจะควบคุมต้นทุนให้ได้มากที่สุดเมื่อจบโครงการแล้วมีผลกำไรเป็นที่น่าพอใจอยู่”

ในวัย 32 ปียังถือว่ามีอะไรให้เขาได้สร้างสรรค์อีกเยอะแถมยังยืนยันว่าโสด!รักยังไม่มุ่งเพราะยุ่งกับงาน

“จุดนี้คิดว่ายังไม่พอใจเรายังต้องก้าวต่อไป แต่ถ้าดูในแง่ของการเติบโตก็พอใจโดยที่จะต้องพัฒนาไปมากกว่านี้ นี่คือจุดที่ผมมองทั้งตนเองและบริษัท อย่างบริษัทเราเพิ่งโตขึ้นมาได้ไม่นานแต่การที่โตมาได้ถึงขั้นนี้ก็พอใจในระดับหนึ่ง

“โดยส่วนตัวในอนาคตก็ต้องแต่งงานแต่มันยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ Priority list ของผมเรื่องแต่งงานยังไม่สูงมากเรื่องงานต้องมาก่อน อายุเท่าไหร่ก็แต่งได้นะครับ ผมน่ะชอบผู้หญิงที่มีอิสระ มีความเป็นผู้นำ เป็นผู้หญิงที่ไม่ง้อผู้ชาย สามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งใคร ผมอาจเป็นคนที่ไม่เชื่อใน Gender roleว่าผู้หญิงจะต้องทำงานแบบผู้หญิงซึ่งต่างจากผู้ชาย ผมเชื่อว่าในสิ่งที่ผมทำได้แฟนผมก็ต้องทำได้เหมือนกันถ้ามีปัญหาขึ้นมาเขาต้องเข้ามาทำแทนผมได้เช่นเดียวกันหากเขาทำไม่ได้ผมก็ต้องช่วยเขาได้ ผมไม่มองเป็นเรื่องของชายกับหญิงแต่เป็นคนสองคนที่ทำอะไรได้คล้ายๆ กัน ซึ่งตอนนี้เราก็ดูๆ กันไปก่อนยังไม่ได้กำหนดว่าจะลงหลักปักฐาน”

Related contents:

You may also like...