First Lady

กล่าวได้ว่าความเจริญรุ่งเรืองของสังคมมนุษย์ที่มักชี้นำด้วยความแข็งแกร่งของบุรุษนั้นถูกห่อหุ้มด้วยความอ่อนโยนของเพศแม่ ประหนึ่งกระพี้ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องแก่น เพราะหากมองลึกลงไปในห้วงคำนึงแล้ว สตรีก็คือจุดเริ่มต้นแรงสร้างสรรค์อันทรงพลังของโลก ไม่แปลกหากผู้ชายจะยกย่อง ศรัทธา และเชื่อมั่นในบทบาทของผู้หญิง
สิ่งที่เราประมวลไว้ในไฮคลาสฉบับนี้ คือส่วนเสี้ยวของความผูกพันและความชื่นชมในพลังสร้างสรรค์ของผู้หญิงที่จุดประกายให้ผู้ชายคนหนึ่งออกเดินไปสู่ความหวังของตนได้อย่างภาคภูมิ หลังจากอ่านคอลัมน์นี้จบแล้วคุณอาจจะนึกถึง First lady คนใดคนหนึ่งขึ้นมา และพร้อมที่จะสืบสานปณิธานตามอย่างเธอคนนั้นต่อไป โดยลืมข้อจำกัดเรื่องเพศที่ขวางกั้นการนับถือของกันและกันไปโดยสนิท

ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์

ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับมุมมองจากผู้หญิงใกล้ตัวอย่างพี่สาว แล้วขยายวงไปถึงบุคคลที่คนส่วนใหญ่มองเธอในด้านลบอย่าง มาร์ธา สจ๊วต การเป็นนักเศรษฐศาสตร์ช่วยให้เขามีมุมมองต่อเหตุการณ์หรือการกระทำของ First lady รายนี้ในหลายแง่มุมและสอนเราว่าการเลือกที่จะชื่นชมบุคคลในด้านดีพร้อมกับเรียนรู้ความผิดพลาดของเขาเป็นเข็มทิศที่ดีในระดับหนึ่ง โดยที่เขายืนยันจะไม่ตัดสินความผิดพลาดของเธอจากกระพี้เล็กๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอได้สร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือ

“ถ้าเป็นคนใกล้ตัว First lady ก็เห็นจะเป็นพี่สาวเพราะเป็นผู้หญิงเก่ง แต่ถ้าคนที่เรารู้จักกันดีก็คือ มาร์ธา สจ๊วต เขามีคุณสมบัติหลายอย่างที่ควรจะมีใน Fist lady แต่ก็ไม่ได้บอกว่าการกระทำทุกอย่างของเขาถูก คนเราก็มีทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดี ผมเองก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวจึงไม่รู้ว่านิสัยจริงๆ ของเขาเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่จับต้องได้คือ มีความเป็นผู้นำ เริ่มจากไม่มีอะไรเลย เดิมเขาเป็นแม่บ้านแต่สร้างความสามารถทั้งการทำอาหาร การจัดสวน การตกแต่ง จนกระทั่งสามารถสร้างเป็นอาณาจักรธุรกิจขึ้นมาได้ ผมชื่นชมในส่วนนั้น

“เขามีหลายอย่างที่น่าชื่นชม ทำทุกอย่าง เป็นแม่บ้าน เป็นคนเขียนหนังสือ เป็นบรรณาธิการ เป็นนางแบบ เป็นนักธุรกิจ เป็นโบรกเกอร์ในตลาดหุ้น เขาทำได้ทุกอย่าง เพราะว่าเขาทำงานทุกอย่างให้ดีที่สุด เป็นเพอร์เฟคชั่นนิสต์ เขาก็ยอมรับตัวเองว่าไม่ใช่คนเพอร์เฟ็คต์แต่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มุมมองนี้ของมาร์ธา สจ๊วต เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผู้หญิงทุกคนน่าจะเอาเป็นแบบอย่าง”

“ปรัชญาชีวิตที่ผมได้จากมาร์ธา สจ๊วต ก็คือทำทุกอย่างทำเต็มที่ และ การพัฒนาตนเองตลอดเวลาซึ่งตรงนี้ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงก็ควรมีเหมือนกัน บริษัทของเขามีผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน เครื่องใช้ในครัว ตำราอาหาร ฯลฯ กระทั่งอสังหาริมทรัพย์ก็ยังมีเลย เขาจะไม่หยุดอยู่กับที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ดูว่าตรงไหนมีโอกาสที่เขามีความถนัดก็เอาสิ่งนั้นมาสร้างให้งอกเงยออกดอกออกผลออกมา ตรงนี้ผมคิดว่านักธุรกิจทุกคนจะต้องมี หรือเอาเป็นตัวอย่าง”

“หากได้มาร์ธา สจ๊วต มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้คอนโดของโครงการก็ดีเพราะเธอมีอิมเมจหนึ่งที่สื่อได้ตรงกับลูกค้าประเภทหนึ่ง แต่เธอคงไม่มา เพราะว่างานเยอะอยู่แล้ว (หัวเราะ) ไม่ได้บอกว่าเขาเพอร์เฟ็คต์ทุกอย่าง เขาพลาดหลายอย่าง ถ้าติดตามก็รู้ว่ามีปัญหาทางด้านกฎหมายซึ่งเราก็ไปตัดสินไม่ได้ว่าเขาถูกหรือผิดและเราเลือกเฉพาะส่วนที่ซึ่งก็ใช้ได้กับทุกอย่าง อาจจะต้องไม่ยึดติดในตัวบุคคลเท่าไหร่ ทุกคนก็มีส่วนดีๆ แล้วแต่ว่าเราจะเอาส่วนไหนของเขามา”

ย้อนกลับไปถึงคนใกล้ตัวที่บอกว่านึกถึงพี่สาวเพราะพี่สาวเป็นคนที่รับมาจากคุณพ่ออีกทอดหนึ่ง เป็นคนที่ทำงานหนัก งานหนักอย่างเดียวไม่พอต้องเอาใจใส่เข้าไป เขาเป็นคนทำงานอาทิตย์ละ 7 วัน ถ้ามี 8 วันก็คงทำทั้ง 8 วันแล้ว เขาเอาใจใส่ลงไปในงานและพอใจอยู่กับงานแล้วทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ อาจจะมีพลาดบ้างแต่เราก็ปรับกลับเข้ามาแก้ไขได้ทัน”

อิศเรศ จิราธิวัฒน์

อิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ทายาทรุ่นที่สามแห่งตระกูลจิราธิวัฒน์อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคุณแม่เป็นลำดับแรก แต่ผู้หญิงที่เขามองว่าเป็น First lady อันเป็นแบบอย่างความประทับใจก็คือ แจคกี้-แจคเกอลีน เคนเนดี้ อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่ฮอตฮิตที่สุดคนหนึ่งนับแต่ยุคสงครามเย็น

“First lady สำหรับผมต้องเป็นคนแรกจริงๆ ก็คือคุณแม่เพราะว่าเราได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขามาตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่เลี้ยงดูเราจนเติบโตมา First lady ไม่จำเป็นต้องไอคอนนิคอย่างเดียว แต่เป็นคนที่มีคาแรคเตอร์ มีความสามารถพิเศษ มีความรู้ และผมคิดว่าคุณแม่ของผมเป็นผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ได้สอนผมตั้งแต่เด็กว่าควรจะประพฤติตัวอย่างไร สอนให้ผมเป็นคนกล้า และมีอิสระ ฯลฯ แต่ถ้าเป็นบุคคลนอกที่เป็นไอเดียก็เห็นจะเป็น แจคกี้-แจคเกอลีน เคนเนตี้ โอนาสซิส ที่เป็นภริยาม่ายของ จอห์น เอฟ.เคเนดี้ ผมชื่นชมสามีของเขาก่อนและเสียดายที่ถูกลอบสังหารไปเสียก่อนแต่จากการที่ผมได้ไปเรียนไฮสคูลทีเดียวกับ เจ.เอฟ.เค.ที่สหรัฐอเมริกาและผมก็ได้เห็นประวัติของเขาเยอะจึงเป็นที่มาของความชื่นชอบในครอบครัวนี้”

“ความโดดเด่นของแจคเกอลีน ก็คือผู้หญิงที่รักครอบครัวมาก มีลูกก็หลายคนรักลูกทุกคนและดูแลได้ดีมาก ที่สำคัญคือเขาสามารถเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นมามีบุคลิกของตัวเองเป็นคนที่มีบทบาทไม่ใช่แค่ในสังคมอย่าง
เดียวแต่ไปถึงในการเมืองด้วย และลูกเขาทุกคนเป็นคนที่ขยัน ตัวแจคกี้เองก็เป็นคนขยันจึงเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่นชมตั้งแต่เขาแต่งงานกับ เจ. เอฟ. เค. บทบาทของเขาในการเมืองก็เช่นเดียวกันเขาไม่เพียงติดตามสามีอย่างเดียวแต่เขามีบทบาทในการแสดงออก มีความคิดเห็น เกือบจะคล้าย กับฮิลลารี คลินตัน อยู่นิดๆ แต่ระดับจะเบากว่าฮิลลารี”

“ไม่เพียงแต่ในตำแหน่งเท่านั้นที่ทำให้เป็น First lady อันทำให้คนทั่วไประลึกนึกถึง และอาจจะมีส่วนให้ผมชอบผู้หญิงที่คล้ายๆ แจคกี้ ผมชอบที่เขาก็เป็นคนสวยนะ (ยิ้มกริ่ม) ยังคงจดจำภาพตอนเขาสาวๆตอนนั้นในตอนที่เรียนอยู่ไฮสคูลยิ่งทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับเขามากขึ้น เขาเป็นผู้หญิงที่ผมเห็นว่าคล้ายๆ คุณแม่ของผมนิดๆ นะ เป็นคนอิสระทางความคิดและการกระทำ ถึงแม้คนอื่นจะวิจารณ์เขาอย่างไรแต่เขารู้และมีจุดยืนของเขานี่สำคัญ มีอะไรก็จะพูดออกมาตลอดเวลาไม่ปิดบัง เป็นคุณแม่ที่เป็นต้นแบบให้กับลูกๆ ในฐานะคุณแม่”

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรลดัล
ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรลดัล ศิลปินนักร้อง นักแสดง นายแบบ และพรีเซนเตอร์คนล่าสุดของผลิตภัณฑ์มันฝรั่งทอดกรอบเลย์ ยกย่องและรำลึกถึงสตรีผู้เป็นแบบฉบับของความโอบอ้อมอารี แม่ชีเทเรซ่า หรือ มาเธอร์เทเรซ่า ออฟ กัลกัตตา แม่พระของผู้ยากไร้ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี ค.ศ.1979

ไม่เพียงแต่การเป็นคริสต์ศาสนิกชนที่ปฏิบัติดีเท่านั้น แต่การกระทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนคือสิ่งที่ผู้คนในยุคนี้ได้สัมผัสจากท่าน แม้ถึงวันนี้นักบุญแห่งกัลกัตตาผู้นี้จะจากเราไปแล้ว แต่รูปแบบการดำเนินชีวิตด้วยเมตตาอย่างท่านก็ยังตราตรึงในใจเราเสมอ และอาจจะก่อร่างสร้างสันติสุขให้กับมวลมนุษย์ด้วยกันเองได้ จึงไม่แปลกที่หนุ่มอย่างปีเตอร์จะยกย่องให้ท่านเป็นต้นแบบและเป็นสุภาพสตรีผู้เป็นที่หนึ่งในดวงใจ

“สำหรับผม First lady ที่นึกได้คนแรกก็คือ มาเธอร์เทเรซ่า เป็นคนหนึ่งที่ได้รับการยกขึ้นเป็นเซนต์และเป็นต้นฉบับของแม่ทุกๆ คน เป็นคนที่ดีมากๆ ที่มีความห่วงใยให้กับคนอื่น มีแต่ความรักให้กับคนรอบ “คอนเซ็ปต์ของมาเธอร์เทเรซ่านั้นมากกว่าคนทั่วไปกระทำกัน เป็นอารมณ์ที่สื่อออกมาว่าท่านให้กับทุกคนไม่ว่าใคร และคนอื่นก็จะมาก่อนตัวเองตลอดเวลา เป็นรูปแบบที่ผมว่าคือสิ่งที่ถูกต้อง เราควรจะคำนึงถึงคนรอบข้าง ใครที่ลำบากถ้าเราช่วยได้ก็ควรจะช่วยเอาไว้ ง่ายๆ เช่นเราเห็นว่ามีคนที่รถเสียอยู่ข้างทางแล้วทำไมเราจะไม่ช่วยเขาสตาร์ทรถ หรือถ้ามีสายจัมพ์แบตเตอรี เห็นว่าอากาศร้อนแล้วจะมีใครช่วยเขา เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะทำให้โลกเรามีความสุขมากขึ้น เมื่อประกอบกันก็จะเป็นสิ่งใหญ่ๆ เกิดขึ้นทีละนิดทีละหน่อยในที่สุดมันก็จะมากมาย”

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
เวลานี้ชื่อของณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ในฐานะนายแบบ นักแสดง และไฮโซรูปงามยังคงฮิตติดทุกชาร์ตความนิยมมาอย่างยาวนาน ขณะที่ผู้หญิงคนแรกในใจเขาก็ไม่ใช่ใครอื่น คุณแม่ภิญญา ธนกรคุนนานนท์ ตามติดมาด้วยการยกย่องให้เภสัชกรหญิง ดร.กฤษณา ไกรสินธ์ เภสัชกรยิปซีผู้มีอุดมการณ์อันแรงกล้าเป็น First lady ที่เขาชื่นชม

“ผมนึกถึงคุณแม่ เพราะว่าคุณแม่เป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิต เป็นคนที่ให้กำเนิดชีวิตเรา เมื่อเราทำผิดก็ยังให้อภัย สอนเราหลายๆ เรื่องทั้งในการดำรงชีวิต คุณธรรม และหลายๆ อย่าง เป็นแม่แบบในการทำงานเพราะคุณแม่เป็นคนที่ทำงานหนักมากและเป็นคนที่รักครอบครัว นอกจากคุณแม่ผมก็นึกถึง ดร.กฤษณา ไกรสินธ์ เป็นคนที่ลุยและทำเพื่อคนทุกเชื้อชาติ เขาช่วยเหลือพัฒนายาสำหรับคนที่ป่วยจากโรคร้าย”

“ความสามารถ ความคิด และความตั้งใจของ ดร.กฤษณา นั้นทำให้ผมชื่นชมเขาที่มุ่งมั่นช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง คิดและทำเพื่อคนอื่นจริงๆ ไม่ได้มัวแต่สนใจตัวเองหากแต่มุ่งมั่นเพื่อการพัฒนายา ไปถึงทวีปแอฟริกาบุกตะลุยและทำวิจัยต่างๆ สร้างสถานที่เพื่อให้ชนพื้นเมืองสามารถผลิตยาเพื่อการรักษาและบรรเทาความทุกข์ยาก เขาทำเพื่อคนไทยและคนทั้งโลก”

“คุณสมบัติที่ผมประทับใจนอกการการที่ทำเพื่อคนอื่นก็คือ ความเสียสละ อดทน รู้สึกว่าเขาไม่ได้รังเกียจผู้ป่วยแต่พยายามช่วย และสร้างระบบการรักษา เขาไม่ซ้ำเติมคนที่กำลังล้ม แต่ใช้ความพยามเพื่อให้คนเหล่านั้นกลับขึ้นมายืนได้อีก ไม่ได้นั่งคิดเพียงอย่างเดียวแต่ลงมือกระทำจากความที่เขาลุยและเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะต้องทำได้ ผมรู้สึกว่าคนเราหากเชื่อมั่นในตัวเองและมีความตั้งใจมุมานะพยายามก็ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามของเรา”

“เราเกิดและเติบโตขึ้นมาในเมืองไทยเราได้อะไรหลายๆ อย่างซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าเราจะมีพระมหากษัตริย์ที่รักประชาชนมากๆ และเรามีสังคมไทยที่น่าอยู่ ฯลฯ ถ้าเราเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่เป็นประเทศโลกที่สามเราโชคดีกว่ามาก เรายังมีข้าวอยู่ในท้องนา เรายังมีปลาว่ายอยู่ในน้ำ ถ้าเราสามารถทำอะไรที่ตอบแทนให้กับสังคมประเทศชาติเราได้นั้นก็คือการตอบแทน

“การที่เราไม่หยุดแค่ตอบแทนเมื่อสามารถมอบให้กับประเทศของเรา ผู้คนชาติเดียวกัน แต่เราทำให้คนทั้งโลกได้ผมว่านี่แหละสุดยอด นั่นคือการที่มองข้ามตัวเองไปแล้ว คนเราถ้าเกิดมาแล้วสามารถทำสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ได้ และยิ่งช่วยเหลือชีวิตคนได้ ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้มันก็เป็นอะไรที่ทำให้คนๆ นั้นเป็นที่จดจำจากคุณงามความดีและสิ่งที่ได้ทำไว้อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ผมคิดว่าเขาก็เป็นคนหนึ่งที่มีสิทธิ์ได้รับรางวัลระดับโลกในเวลาอันใกล้นี้จากสิ่งที่เขาทำ ยิ่งได้รับการนำเสนอจากสื่อมวลชนยิ่งทำให้รับรู้ได้ในวงกว้าง”

อรรณพ ไมเคิล เกษตระทัต
อีกหนึ่งหนุ่มผู้ยกย่องให้สตรีแกร่งนาม ฮิลลารี คลินตัน เป็นแบบอย่างในการทำงาน อรรณพ ไมเคิล เกษตระทัต Assistant Brand Manager-Premium Lay’s บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด คนที่รู้สึกคล้ายๆ กับผู้ชายจำนวนไม่น้อยและผู้หญิงอีกจำนวนมากที่ติดตามและยึดเอารูปแบบการยืนหยัดของอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกาผู้นี้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่

แม้ภาพลักษณ์อันมั่นคงจะเป็นบุคลิกที่เธอสะท้อนออกมา แต่ความเป็นสตรีเพศก็ยังคงเปล่งรัศมีอยู่มิเสื่อม และความเป็นตัวเองของฮิลลารีก็ดูจะคล้ายกับแฟนสาวของหนุ่มไมเคิลพอสมควร แต่ก็ยืนยันว่าแฟนของเขาไม่จำเป็นต้องเหมือนฮิลลารี
“ผมนึกถึง ฮิลลารี คลินตัน เพราะเธอคือสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา แต่นอกจาการที่เธอเป็นด้วยตำแหน่งก็ประทับใจที่ความมีภาวะผู้นำด้วยตำแหน่งเองและการแสดงออกที่คู่กับผู้นำ เขาต้องทนเยอะ เราก็รู้อยู่ว่าสามีก็ทำอะไรมาเยอะซึ่งเขาก็ยังสามารถทนได้และยังอยู่ในความรู้สึกของผู้คนมาจนทุกวันนี้ และต้องนี้ก็ประกาศตนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกต่างหาก”

“นอกจากเป็นต้นแบบให้กับผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่สามารถเป็นที่หนึ่งในสายตาของคนอื่น ในมุมมองของผมเขามีความเป็นผู้นำ ในเวลาเดียวกันเขารู้ว่าเมื่อเจอปัญหาเขาไม่ล้มพับแล้วยอมแพ้แต่เขาสู้และยืนหยัด รู้ว่าอะไรที่ควรจะทำต่อไป ซึ่งเท่าที่ดูคือเขาไม่ได้หลุดจากการเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเขาก็ยังอยู่ของเขาอย่างนั้น มีความกดดันนะจากทั้งสื่อหรือกระแสจากทั่วโลกที่พุ่งมากระทบเขาตอนที่คลินตันมีปัญหาในประเด็นของสามีภรรยา เขาผ่านจุดนั้นมาได้โดยที่ผ่านมาอย่างดีมากๆ ด้วยไม่มีภาพของการที่เขาร้องไห้ฟูมฟาย

“ผมว่าเราเห็นแล้วประทับใจว่าเขาเป็นผู้หญิงที่เก่ง คนอื่นอาจจะร้องไห้จนขาดสติหรือลาออกไม่เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งไปแล้วมั้งแต่เขานั้นยังคงยืนหยัดอยู่ได้มาตลอด ยิ่งเห็นภาพตอนนี้ที่เขาประกาศตนลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกยิ่งประทับใจเพิ่มขึ้น”

“แต่สำหรับผมคนข้างกายคงจะไม่ถึงขนาดฮิลลารี คนที่จะมาอยู่ข้างๆ เรา กับ First lady อาจจะคนละคอนเซ็ปต์กัน ผมต้องการที่เป็นตัวของตัวเองมากกว่าและมีความอ่อนไหว พูดแล้วก็ทำให้นึกถึงแฟน (หัวเราะ) มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ผมก็ไม่เคยคิดว่าแฟนผมคล้ายกับฮิลลารีเท่าไหร่แต่ว่าอาจจะเป็นไปได้ เวลาเราอยู่ด้วยเรามีความสุขมากๆ อยู่ใกล้เขาแล้วเราไม่รู้ว่ากี่โมงกี่ยามแล้ว เหมือนกับเวลาทุกสิ่งทุกอย่างมันหยุดหมด สำคัญคือการที่เราอยู่กับใครคนหนึ่งเมื่อเราแฮปปี้สิ่งนั้นสำคัญที่สุด ไม่จำเป็นต้องมานั่งคิดแต่เรารู้สึกได้”

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ความรักทำให้คนเป็นกวี และกวีทำให้คนซึ้งในความรัก ในฐานะกวี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีรางวัลซีไรต์ ประจำปี พ.ศ. 2523 และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) ประจำปี พ.ศ. 2536 เริ่มต้นความเป็นกวีด้วยการแต่งโคลงกลอนจีบสาว ท่วงทำนองเพลงกลอนของกวีศรีรัตนโกสินทร์ผู้นี้อ่อนหวานละเมียดละไมจนสาวใดได้อ่านถ้อยรจนาเป็นแข้งขาอ่อนระทวย ก่อนในกาลต่อมา เชิงกลอนของเขาจะคลี่คลายกลายเป็นกวีการเมืองที่เฝ้ามองจับตาความเป็นไปในสังคม และรจนาบทกวีอย่างรู้เท่าทัน เพื่อสังคมส่วนรวม

กระนั้น ด้วยความที่เริ่มต้นจากการเป็นกวีเพลงรัก เมื่อได้โจทย์ให้ต้องไปล้วงลึกถึง My First Lady ของมหากวี ก็อดนึกทึกทักเอาเองเล่นๆ ไม่ได้ว่าผู้หญิงคนสำคัญในชีวิตของกวีก็ไม่น่าจะเกินเลยไปจากอิสตรีที่ผลิดอกรักในหัวใจของเขา แต่คำตอบที่ได้รับกลับผิดคาดเล็กน้อย เพราะ My First Lady ของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หาใช่หญิงผู้ผลิดอกรักในหัวใจของเขา หากคือหญิงผู้ทำให้มีเขาอยู่ในโลกใบนี้ และเป็นเบ้าหลอมชีวิตให้เขาเป็นอยู่ในแบบของเขา นับแต่อ้อนแต่ออก กระทั่งวันวัยเวลานี้

“First Lady หรือผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมก็น่าจะเป็นแม่ละนะ (หัวเราะ) สำคัญที่สุด ต้องเป็น ‘แม่สมใจ’ แม่ผมมาจากลูกชาวนาจริงๆ ชาวนาที่กำลังจะล่มสลาย มาจากคนชั้นล่างสุด มาอยู่กับญาติ จนได้มาอยู่กับพ่อ อ่านหนังสือก็ไม่ออก เขียนหนังสือก็ไม่ได้ พ่อก็ต้องสอนให้อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ จนอ่านออกเขียนได้ แล้วก็จนกระทั่งรักการอ่าน ตั้งชื่อลูกๆ จากนิยายที่อ่านนั่นเอง เช่น ลูกคนสุดท้องก็เอามาจาก ‘บ้านทรายทอง’ ชื่อ พจมาน (หัวเราะ) น้องผมผู้หญิงทั้งนั้นเลย มีผมผู้ชายคนเดียว ผมก็ได้ชื่อตามเรื่อง ‘สังข์ทอง’ แต่พ่อเป็นคนตั้งให้

“แม่เลี้ยงดูลูกมาทุกคน จนจบปริญญาทุกคน แม่เลี้ยงดู ฝ่าฟันมาท่ามกลางฐานะที่ขึ้นบ้างลงบ้าง จนกระทั่งลงต่ำสุด พ่อกับแม่ต้องแยกกัน แกก็ยังประคับประคองชีวิตของแกมาได้ดี จนปัจจุบันนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ อายุ 87 แล้ว

“แม่ทำให้พวกเราเข้าใจชีวิตตั้งแต่ชนบท จนมาถึงในเมือง กระทั่งถึงเมืองหลวง จากต่ำสุด ถึงสูงสุดได้ แล้วก็ทำให้พวกเรารักการอ่าน โดยเฉพาะผมเป็นอย่างยิ่ง แม่ทำให้ผมรักในวิถีที่เป็นพื้นๆ พอเพียง แม้กระทั่งอาหารไทย แม่ก็สอนให้ตำน้ำพริก (เน้นเสียง) ต้องเป็นคนตำน้ำพริก ขูดมะพร้าว อะไรอย่างนี้ ทั้งที่ไม่ชอบเลย บัดนี้ก็ไม่ชอบ แต่ก็รู้ว่าอาหารไทยนี่มันจะอร่อยก็เพราะน้ำพริก นี่แหละครับ สิ่งเหล่านี้ผมก็ได้ติดตัวมาจากแม่

“ก็เรียกได้ว่าเพราะแม่ ผมถึงเป็นอยู่ ณ ทุกวันนี้ แม่ทำให้เราเข้าใจชีวิต เป็นอยู่กับชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าภาวะนั้นจะสูงสุดหรือต่ำสุดอย่างไร เพราะเราผ่านกับแม่มาหมดแล้ว”

รวิชญ์ เทิดวงส์
พระเอกหนุ่มหน้ามนร่างสูงโปร่งที่กำลังฮอตฮิตติดลมบนกับละคร ‘สุดแต่ฟ้ากำหนด’ ทางช่อง 3 ปิ๊บ รวิชญ์ เทิดวงส์ เห็นในจอออกจะอารมณ์ร้ายจนน่าหวาดหวั่น แต่หารู้ไม่ เมื่อทีมไฮคลาสสบโอกาสขอบุกบ้านพระเอกดังย่านเพชรบุรีเพื่อขอล้วงลึกถึง My First Lady กลับเป็นพี่ปิ๊บที่ยกมือสวัสดีทักทายมาแต่ไกล จนเราทักทายตอบแทบไม่ทัน
ในบ้านหลังสวย ครึ้มด้วยไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น พี่ปิ๊บยิ้มแย้มแจ่มใสเล่าให้เราฟังถึง My First Lady หรือผู้หญิงคนสำคัญในชีวิตของตัวเอง ซึ่งหากใครเคยได้ชมโฆษณาเครื่องดื่มโอวัลตินที่พี่เขานำแสดง อาจจะนึกออกแล้ว…

“พูดถึง My First Lady สำหรับผมแล้วก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณแม่ ด้วยความที่เราใกล้ชิดกัน คุณแม่ก็ค่อนข้างจะมีบทบาทกับเรามาก ใกล้ชิดกว่าคุณพ่ออีกนะ หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างในชีวิตของผมก็ได้รับอิทธิพลมาจากคุณแม่

“คุณแม่ผมนามสกุลเดิมเวชชาชีวะ ซึ่งจริงๆ แล้วผมกับคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน คุณแม่เกิดที่ลพบุรี มีพี่น้องรวมตัวคุณแม่เองก็ 7 คน คุณตาเปิดร้านขายยาและร้านถ่ายรูปอยู่ที่นั่น ก่อนจะย้ายมาตั้งรกรากที่กรุงเทพฯ อยู่ตรงซอยพิพัฒน์ แถวสาทร คุณแม่เริ่มเรียนที่โรงเรียนราชินี แล้วก็ไปต่อที่เตรียมอุดม ไปจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็ไปเรียนที่อังกฤษ

“เราสนิทกันมากและคุณแม่ก็จะเป็นคนที่คอยดูแลทุกอย่างให้เราตั้งแต่เข้าชั้นเรียนอนุบาล มาถึงตอนประถม มัธยม คุณแม่ก็เป็นคนตัดสินใจเรื่องโรงเรียน ทุกๆ เรื่องเลยละพูดง่ายๆ แต่ถึงจะสนิทก็มีตีเหมือนกัน ถูกตีเหมือนกันเวลาดื้อ เวลาซน แต่หลักๆ แล้วคุณแม่ก็ค่อนข้างจะตามใจ

“ลักษณะเด่นของคุณแม่คือเป็นคนที่มีความละเอียดมาก โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบันทึก หรือว่าข้อมูลที่เป็นสิ่งพิมพ์พวกนี้ คุณแม่จะเป็นคนจัดระเบียบให้เรามาตั้งแต่เด็ก ของของผมทุกชิ้นจะไม่เคยหายเพราะคุณแม่จัดระบบให้อย่างดี อย่างช่วงที่ผมอยู่มหาวิทยาลัย ก็มีการเป็นนายแบบ ถ่ายแบบ ทุกวันนี้หนังสือทุกเล่มคุณแม่ก็ติดตาม แล้วก็เก็บรวบรวมไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นละครที่ถ่าย แต่ละเรื่องที่ออกอากาศคุณแม่ก็จะตามบันทึกวิดีโอไว้ จริงๆ แล้วท่านก็คงมองเราเป็นเด็กตลอดเวลา (พูดกลั้วหัวเราะ) แล้วท่านก็เฝ้าดูชีวิตเรามาตลอด ผมเองก็อยู่ในสายตาท่านอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ เป็นคนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของผมที่สุด และถ้าจะมองอีกมุมหนึ่งก็ได้ว่า ที่ผมเป็นอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะคุณแม่นี่เอง

“ปัจจุบันอาจจะใกล้ชิดกันน้อยลง เพราะวันนี้ผมเองก็มีครอบครัว แต่งงานออกมาอยู่ที่บ้านนี้ แต่ถึงจะน้อยลงคุณแม่ท่านก็มาหาทุกวัน เพราะอยู่ในช่วงเห่อหลาน (หัวเราะ) ไปมาหาสู่เกือบทุกวัน บ่ายๆ ก็มาแล้ว มาเยี่ยมหลาน มันก็จะไม่ได้มีแค่เราแล้วตอนนี้ มีหลานด้วย ท่านก็ไปใกล้ชิดกับหลานพอสมควร (พูดกลั้วหัวเราะ)”

สัตยา ศรีอ่อน
ผู้บริหารหัวใจสีเขียวอย่าง สัตยา ศรีอ่อน รองกรรมการผู้จัดการบริษัทแพนสยาม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ดูแลด้านวางแผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์เครื่องปรับอากาศเซ็นทรัลแอร์ ย้ำว่าคุณค่าของผู้หญิงคนสำคัญของชีวิตเขาเป็นทั้งผู้สร้างและผู้เติมพลังใจให้ผู้บริหารไฟแรงเช่นตัวเขา

“ผมคิดว่า อันดับแรก สตรีคือผู้สร้างทุกๆสิ่งบนโลกนี้เนื่องจากมนุษย์ที่เป็นผู้สร้างโลก ล้วนเกิดมาจากสตรีทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเราอยากได้ผู้สร้างที่ดีก็ต้องทำให้เบ้าหลอมอันแรกของมนุษย์ทุกๆคนเป็นเบ้าหลอมที่มีคุณภาพ…
2. First Lady ของผมคือคนที่คอยเติมพลังให้กับเราตลอดเวลา เนื่องจากการดำรงตนอยู่ในสังคมปัจจุบัน พลังของเราก็ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆจากภารกิจต่างๆ และความรับผิดชอบมากมาย
3. ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผม ต้องมีคุณสมบัติ คือข็งแกร่งและอ่อนโยนได้ดี ภายใต้แรงกดดันต่างๆ
ผมคิดว่าภรรยาผม คือ First Lady เพราะเธอเป็น ข้อ 1, 2 และ 3 แต่เราก็ต้องเข้าใจปรัชญาว่าคณิตศาสตร์ไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะในการดำเนินชีวิต 1+1 = 1 “

เทพไท เสนพงศ์
โฆษกสำนักเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ได้รับจากคุณแม่เอื้อน เสนพงศ์ ว่า

“ผมมีความผูกพันกับคุณแม่มาก มีโอกาสดูแลปรนนิบัติท่านอย่างใกล้ชิดเสมอ ทุกครั้งที่ผมได้ใกล้ชิดกับคุณแม่ ไม่ว่าจะเคร่งเครียดเรื่องภารกิจและงานการเมืองแค่ไหน ก็ทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้น
ผมมีความรู้สึกลึกๆว่าการที่ได้ดูแลคุณแม่ของเราเป็นอย่างดี ชีวิตเราก็จะประสบกับความสุขความสำเร็จ เพราะผมมีความเชื่อว่าแม่คือพระอันดับหนึ่งของลูก ถ้าเราดูแลคุณแม่อย่างรักใคร่บูชาย่อมเป็นมงคลสูงสุดแก่ชีวิต”

สมศักดิ์ อ่อนศรี
ชายผู้เดินทางจากครอบครัวยากจนสู่นายทหารชั้นผู้น้อยของกองทัพเรือ ก่อนจะผันตัวเองไปสู่ ‘งานกลางคืน’กับอาชีพบาร์เทนเดอร์พ่วงด้วยการเป็นนายหน้าขายประกัน กระทั่งกลายเป็นเจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงรายใหญ่อันดับต้นๆของเมืองไทย ที่สามารถเนรมิตสถานบันเทิงชั้นนำอย่าง The Forte, The Piano, The Pent, Tango Metropolis และSherbet ให้ตื่นตาตื่นใจถูกกับจริตของถูกใจใครๆหลายคน สมศักดิ์ถ่ายทอดเรื่องราวของบันดาลใจจากผู้หญิงหลายคนในชีวิตของเขาอย่างน่าฟังว่า

“ในวัยเด็ก ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจก็คือคุณแม่ ซึ่งเรารู้สึกอยู่เสมอว่าแม่เป็นคนที่ให้ความรักเราอย่างมากมาโดยตลอด แม่รักเราเหลือเกิน คำว่า ‘เหลือเกิน’ นั่นแหละที่เราไม่อยากทำให้แม่เสียใจ เราเองก็ไต่เต้ามาจากครอบครัวที่ยากจนซึ่งในที่สุดก็ผ่านตรงนั้นมาได้

พอมาถึงช่วงหนึ่งผมก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เข้ามาเป็นแรงบันดาลใจให้ผม ตอนนั้นเป็นทหารที่ชอบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กบ้านนอก เรียกได้ว่าอยู่ในฐานะเดียวกันกับเรา แต่ต่อมาเขาประสบความสำเร็จ คือตอนนั้นมันเป็นความรักในเชิงชู้สาวและถือเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราพยายามสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างทุกอย่างเพื่อทัดเทียมเขาให้ได้

ความรู้สึกจึงคล้ายๆกับผู้ชายคนหนึ่งที่ใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือ เพื่อปลุกเร้าและกระตุ้นให้มีความพยายาม ช่วยให้มีแรงสู้ จนในที่สุดเมื่อพบกับความผิดหวังก็ต้องฝันฝ่ากับเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นวิกฤตของผู้ชายโฉด…ที่อกหัก(หัวเราะร่วน) ที่ในที่สุดก็ใช้ผู้หญิงคนนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้เราผลักดันตนเองต่อไปข้างหน้า ผ่านคนแล้วคนเล่า ในที่สุดก็พบกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจอีกครั้งซึ่งคือภรรยา

แต่ถาม ณ เวลานี้ ต้องบอกว่า 95 % ของแรงบันดาลใจของผมเองก็คือลูกสาว ซึ่งมีอิทธิพลกับชีวิตของผมมาก ”

กันตภณ ผาณิตรัตน์
กันตภณ ผาณิตรัตน์ Assistant Vice President, Marketing บริษัท Central Pattana Public Company Limited เล่าถึงสาวรุ่นน้องที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน แรงบันดาลใจ และผู้เตือนสติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผม เขาอายุน้อยกว่าผม เป็นน้องที่เจอเขาตั้งแต่จบจากจุฬาฯใหม่ๆ แล้วเห็นเขามาตลอดว่ามีสไตล์การทำงานที่คล้ายกัน คือเขาก็เป็นลูกน้องทำงานกับผมเป็นเวลากว่า 10 ปี เวลามองเขาแล้วเรารู้สึกว่ามองเห็นตัวเอง เพราะเรามีชีวิตคล้ายๆกันคือทุกเรื่องที่ผมเคยเจอมาก่อน เขาก็ต้องเจอมันเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต่างก็เป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน คือบางทีเวลาส่งเขาไปทำงานแทนะจะรู้เลยว่าเขาจะพูดเหมือนที่เราคิดเลย เพราะฉะนั้นพวกเราต่างก็ทำงาน ส่งเสริม แล้วก็เตือนสติกันและกันเสมอด้วย (หัวเราะ)”

ส.ศิวรักษ์
นักคิด นักเขียน และนักวิชาการคนสำคัญซึ่งสร้างสรรค์ผลงานชี้แนะสังคมมาอย่างยาวนาน จนมีผู้ให้ความเคารพเชื่อถือมากมาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาผลงานของปราชญ์แห่งยุคท่านนี้ใช้ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยวิทยาสั่งสอนคนในยุคปัจจุบันได้อย่างมีมิติและทรงพลัง คราวนี้ ส.ศิวรักษ์ เล่าถึงผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจของท่านด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่า

“ผมคิดว่าถ้าไม่ใช่แม่…(หัวเราะ) ผมคิดว่าท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ คือผู้หญิงตัวอย่างคนหนึ่ง ท่านเป็นทั้งแม่ที่ดีของลูก เมียที่ดีของผัว และมิตรที่ดีของทุกๆคน ตลอดชีวิตของ่ทานเอง โดยส่วนตัวแล้วท่านไม่เคยมีศัตรู และท่านเองก็ให้อภัยกับทุกๆคนที่ปองร้ายต่อท่าน ต่อสามีท่าน ถือได้ว่าท่านเป็นผู้หญิงตัวอย่าง

หากท่านยังมีชิวตอยู่จนถึงวันที่ 2 มกราคม ปีหน้าก็จะมีอายุครบ 96 ปี แต่ท่านก็มาเสียชีวิตลงในวันที่ 11 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายปรีดี พนมยงค์ สามีของท่าน โดยมีจดหมายสั่งเสียว่าไม่ขอรับเกียรติยศใดใด และไม่ต้องการงานศพที่หรูหราฟุ่มเฟือย นับเป็นผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจ และควรจะเป็นแรงบันดาลใจของใครๆด้วย”

ประวิช จรรยาสิทธิกุล
ประวิช จรรยาสิทธิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าจังซีลอน ภูเก็ต ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการโฆษณาและส่งเสริมการขายมากว่า 18 ปี เล่าถึงความประทับใจของผู้หญิงเก่งคนหนึ่งที่เป็นทั้งอดีตเจ้านาย พี่สาวที่เคารพ แบบอย่าง และแรงบันดาลใจในเวลาเดียวกัน

“เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การดำเนินชีวิตของคนเรา เราใช้เวลาเกือบค่อนชีวิตในการทำงาน และการที่คนเราจะประสบความสำเร็จหรือ บรรลุสู่จุดหมายในการทำงานย่อมต้องมีบุคคลที่อยู่เบื้องหลังในความสำเร็จ ซึ่งอาจจะเป็น Idol หรือเป็น Inspiration แรงบันดาลใจการทำงานกันแทบทั้งนั้น

ในชีวิตการทำงานสายธุรกิจการค้าปลีก (Retail Business) ของผม ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผมมี คุณสุวิมล จึงโชติกะพิษิฐ อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารทรัพย์สิน บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งอดีตเธอเป็นเจ้านายผม แต่ปัจจุบันเธอเป็นพี่สาวซึ่งผมเรียกเธอว่า “พี่แป๊ะ” ที่เป็นต้นแบบในการทำงานของผม ในเรื่องของความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดีต่อองค์กรและนายจ้าง สนุกกับงานที่ทำ รับผิดชอบงานให้ออกมาดีที่สุด ยุติธรรมในการปกครองลูกน้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่สาวผมคนนี้ใช้ในการทำงานและปกครองลูกน้องมาโดยตลอด ผมได้สัมผัสและรับรู้สิ่งเหล่านี้ผ่านการทำงานร่วมกันกับเธอมาร่วม 20 ปี จนทำให้ผมซึมซับสิ่งเหล่านี้เข้ามาเป็นต้นแบบโดยไม่รู้ตัว แต่ในวันนี้ผมได้แยกออกมาบริหารงานธุรกิจค้าปลีกที่ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ผมก็ยังคงนำต้นแบบของพี่สาวผมคนนี้มาใช้เป็นแนวทางในการบริหารของผมด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นต้นแบบที่เราเคยทำ มีประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีตนำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งยังคงใช้ได้
เป็นอย่างดีในการทำงานและแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในการบริหารงานของผม

นอกเหนือจากต้นแบบที่กล่าวมาแล้ว ในเรื่องการตัดสินใจให้ข้อคิด ในการทำงานหลายๆเรื่อง รวมถึงการดำเนินชีวิตส่วนตัว ซึ่งพี่สาวของผมคนนี้ค่อนข้างจะมี Sense ในการคาดเดาเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำ พูดอะไรก็จะเป็นอย่างนั้น สิ่งไหนที่เธอบอกไว้ก็มักจะเป็นไปตามที่เธอพูดเสมอๆจนน่าประหลาดใจ ในเรื่องของแรงบันดาลใจในการทำงาน บางเรื่องก็ได้มาจากพี่สาวผมคนนี้ บางทีเธอผ่านหรือประสบกับเหตุการณ์อะไรมาเป็นไอเดียใหม่ๆที่มีประโยชน์ในการทำงาน เธอก็มักจะโทรมาคุยให้ฟังเป็นประจำ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆในการสร้างสรรค์งานของผม

การทำธุรกิจค้าปลีก ต้องติดตาม Trend และกระแสต่างๆอย่างไม่คลาดสายตา จึงจะทำให้เราบริหารค้าปลีกได้อย่างมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังต้องติดตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อที่เราจะได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้เกิดความพอใจสูงสุด ต้นแบบและแรงบันดาลใจจาก “พี่แป๊ะ” พี่สาวของผมถือได้ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผมเลยก็ว่าได้ เราต่างคนยังมีไฟอยู่เพียงแต่ปัจจุบันนี้เราไม่ได้ทำงานร่วมกันเท่านั้น ความสัมพันธ์ ความรู้สึกที่ดีเราก็ยังมีให้กันมาโดยตลอด ซึ่งเธอมักจะพูดกับผมเสมอๆว่า ‘การที่เรามีผลงานที่ดี ย่อมเป็นเกราะคุ้มกันเราไปตลอดชีวิตการทำงาน ใครก็ทำอะไรเราไม่ได้เพราะเราเป็นคนทำงา ’”

Related contents:

You may also like...