นภัสถ์ อัสสกุล

Hi-class Car 1969 Alfa Romeo Spyder 1750 Veloce (Duetto) แม่สาวเปรี้ยวผู้เปลี่ยนรสนิยม

คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการจะเปลี่ยนความเชื่อของคนๆ หนึ่งได้ และคงไม่ใช่เรื่องยากที่ความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เคยเชื่อนั้นจะเปลี่ยนไปหลังจากได้สัมผัส สำหรับชายวัย 31 ปี ที่เพื่อนพ้องในแวดวงผู้นิยมรถคลาสสิคให้สมญา ‘เซียนอัลฟ่า’ แก่นักธุรกิจหนุ่มคมเข้มผู้อยู่เบื้อหลังบันดารา รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย และอีกหลายโครงการในเครือ อู๋-นภัสถ์ อัสสกุล Deputy Managing Director บ.สยาม เอสเตท จำกัด ผู้ซึ่งไม่เคยสนใจในรถยนต์เปิดประทุนแม้ตนเองจะเป็นผู้ขับขี่ที่นิยมความเร็วและความแรงของพาหนะทั้งใหม่และคลาสสิคแต่กลับสยบราบคาบให้กับ 1969 Alfa Romeo Spyder 1750 Veloce (Duetto) รุ่นพี่ที่มีอายุห่างจากเขาถึง 7 ปี

“อัลฟ่าฯ ในรุ่นปี ค.ศ. 1969 มี 601 คัน โดยคันนี้เป็นคันที่ 600 ก็ไม่แน่ใจว่าคันถัดไปมีจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือยังคงอยู่ในเมืองไทย ผมได้มาจากเซียนอัลฟ่ารุ่นใหญ่คนหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน เหมือนกับส่งต่อให้รุ่นน้องได้มีโอกาส ถือว่าโชคดีหลายอย่างเมื่อได้รถมาแล้วจังหวะทั้งหลายมันลงตัวเพราะผมยังไมได้แต่งงานจึงพูดได้ไม่เต็มปากเหมือนพ่อที่พร้อมจะมีลูก แต่รู้สึกเหมือนผู้ปกครองที่พร้อมจะเลี้ยงดูสิ่งหนึ่งสิ่งใด ทั้งช่างซ่อม ทั้งอะไหล่ ทั้งสีรถที่ผสมขึ้นใหม่สำหรับคันนี้โดยเฉพาะ ใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนก็ถอยเข้าบ้านได้เลยล่ะครับ แต่ก่อนหน้านั้นในครั้งแรกที่ผมได้ขับเขาก็ทำให้กำแพงความเชื่อเดิมๆ ของผมสลายลงไปอย่างสิ้นเชิง”

คุณอู๋คือผู้หนึ่งซึ่งเชื่อมาโดยตลอดว่ารถเปิดประทุนไม่ว่าคลาสสิคหรือรถสปอร์ตยุคใหม่นั้นแม้จะออกแบบให้มีความปลอดภัยแต่เมื่อบวกกับลักษณะนิสัยการขับรถเร็วของเขาแล้วมิอาจไว้วางใจในสิ่งที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

“คันนี้เป็นคันล่าสุดสำหรับผม ความรู้สึกที่ได้พบก็เหมือนได้เจอผู้หญิงที่เราสะดุดตากับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า รูปลักษณ์ภายนอกที่เอาความสวยมาก่อนส่วนฟังก์ชั่นนั้นมาทีหลัง เป็นรถเปิดประทุนซึ่งหากเปิดหลังคาขึ้นแล้วทำให้ผมเปลี่ยนมุมมองการขับรถ ไม่รู้ว่าทำไมสำหรับผมนั้นคันนี้สวยมากขับครั้งแรกลืมคันอื่นไปเลย ความเร็วสัมผัสได้ด้วยผิวหนัง ดึงวิญญาณนักขับรถออกมาครบรสชาติ จากก่อนหน้านี้ที่ผมไม่เคยเปิดใจรับรถเปิดประทุนแต่เมื่อมาเล่นรถคลาสสิคจึงเริ่มหันมองเมื่อได้พบเจ้าคันนี้ก็อย่างที่ว่า คือผมเปลี่ยนความคิดไปเลย”

“ผมจำได้ดีในวันแรกเมื่อขับรถเข้าบ้านแล้วบอกคุณพ่อว่าผมได้รถมาแล้ว คุณพ่อยังคงรักษามาดเอ่ยปากและชายตามองแต่สิ่งที่ทำให้ผมจดจำคือท่านบอกว่า เหรอ…เดี๋ยววันอาทิตย์ป๋าขอยืมขับไปตีกอล์ฟหน่อยนะ ทำให้ผมรับรู้ได้ว่าคุณพ่อแอบชมอยู่ในใจตามประสาคนจีนที่จะไม่ค่อยชมลูกหลานแต่จะแสดงออกด้วยการกระทำ และผู้หญิงคนแรกที่ได้นั่งก็คือคุณย่าผมพาขับวนในซอยบ้าน ถัดมาคือคุณแม่ ซึ่งความที่ท่านเป็นสถาปนิกเมื่อได้เห็นการออกแบบอย่างปราณีตขึ้นรูปด้วยดินเหนียวแบบเดิมๆ คุณแม่ก็ยิ่งชอบเป็นการใหญ่”

“ผมให้ชื่อเขาว่าพราวเดือน รถคลาสสิคทุกคันของผมมีชื่อ จากคันแรกอัลฟ่าโรมิโอที่ชื่อ โมริโอ อันเกิดจากคุณย่าเรียกเพี้ยน คันต่อมาชื่อแพรดาว ซึ่งผมตั้งชื่อนี้ให้ลูกเพื่อนแต่เขาไม่เอาเลยเอามาตั้งชื่อรถตัวเอง และเมื่อได้คันนี้มาจึงให้ชื่อพ้องกับคันก่อนหน้า และพราวเดือนนั้นก็สอดรับกับลักษณะของรถที่สามารถเปิดหลังคาชมท้องฟ้ายามค่ำคืนได้อย่าเต็มตา คันนี้ตอบโจทย์ได้ว่าเขาเป็นผมมากๆ และที่สำคัญก็ไม่เคยเกเรทำให้ผมต้อง ‘กินข้าวลิง’ ไม่ว่าจะไปหัวหินหรือขับรถกินลมถึงเขาใหญ่”

ด้วยความเต็มตานั่นเองที่คุณอู๋เคยปล่อยให้สาวเจ้าเคยเปียกฝนเพียงครั้งเดียว ซึ่งนั่นก็เพียงพอและเขาก็ให้คำมั่นว่าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก ยิ่งหน้าฝนเช่นนี้การนำรถคันโปรดออกนอกเคหะสถานจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับครั้งนี้เขายอมเป็นกรณีพิเศษยอมแหวกกฎให้เราได้รู้จักแม่สาวเปรี้ยวเข็ดฟันคันนี้

Related contents:

You may also like...