ปิ่นยศ พิบูลสงคราม

Holiday ; Diving for Love

แม้เป็นผู้บริหารสายการบินไม่ได้ประกอบอาชีพครูโดยตรงแต่ ‘นกป๊อป’ ปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สายการบินนกแอร์ เหลนชายอดี8นายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็เป็นถึง Instructor สอนการดำน้ำ กิจกรรมในวันว่างของเขาจึงไม่เพียงแต่ดำดิ่งชมโลกใต้น้ำร่วมกับเพื่อนๆ เท่านั้น เพราะยังมีการสอนตั้งแต่ขั้นเบื้องต้นในกรุงเทพฯ ไปจนถึงนำทีมนักดำน้ำรุ่นใหม่ปฏิบัติการจริงในท้องทะเลซึ่งมักจะเป็นพัทยา สวรรค์ของการดำน้ำอันหลากหลายรูปแบบซึ่งใกล้และสะดวกที่สุด

“100% สำหรับงานก็คือนกแอร์ งานสายการบินนั้นปล่อยไม่ได้ แต่ในเวลาเดียวกันเพื่อการคลายเครียดและใจรักด้วยก็ยังสอนดำน้ำเป็นงานฟรีแลนซ์ วันธรรมดาก็มีบ้างที่สอนประมาณสองทุ่ม เสาร์-อาทิตย์จัดเวลาได้ ผมไม่ได้ทำเพื่อรายได้ แต่ทำเพื่อให้คนได้รักษ์โลกใต้น้ำมากขึ้นและเขาจะอนุรักษ์ธรรมชาติมากขึ้น ลูกศิษย์ดำน้ำก็มีหลายคนนะครับที่จบไปแล้ว คุณพาที CEO ของนกแอร์ ก็มาเรียนดำน้ำกับผมไปครึ่งหนึ่ง คนที่มาเรียนเป็นคนทำงานออฟฟิศเหมือนกัน เวลาก็มักจะว่างตรงกัน”

“ความชอบนั้นมีอยู่มานานแล้ว ตอนเรียนที่บอสตันผมก็ทำงานการตลาดของกิฟท์ช้อปที่อะควาเรียมของที่นั่น แม้อยู่ใกล้ชิดแต่ก็ไม่ถึงขั้นเลี้ยงโลมา และที่ไม่ได้ดำน้ำเพราะน้ำมันหนาวมาก ค่าเรียนก็แพง ไหนจะต้องเรียนหนังสือ พอกลับมาเมืองไทยก็เริ่มเรียนใต่ระดับขั้นขึ้นมาจนถึงขั้น Instructor เริ่มตั้งแต่ปี 2001-2004 ชนิดที่ว่าเรียนไม่หยุดเลยทำให้ตอนนี้สำหรับผมนั้นมาสามารถสอนให้คนเป็น Dive Master ได้”

“การดำน้ำมันเป็นอีกโลกหนึ่ง บนบกเราเห็นอยู่ว่ามันมีอะไร อย่างน้อยไปสวนสัตว์ก็ได้เห็น แต่โลกข้างล่างนั้นอีกแบบหนึ่งนี่คือเสน่ห์ของมัน การที่เราออกทริปได้อยู่กับเพื่อนบางที 4 วันก็เหมือนเราได้ย้อนกลับไปสมัยรับน้องใหม่ ได้สนุกด้วยกันเพราะต่างคนต่างมีโอกาสน้อย แต่ละคนก็จะติดการดำน้ำกันเอามาก”

“ตอนที่ผมดำน้ำเฉยๆ ไม่ได้สอนใคร ไม่ได้พาใครเที่ยวนั่นคือทำเพื่อตัวเอง และเป็นความสุขของเราและรวมทั้งภรรยา (ภวิณี พิบูลสงคราม) ด้วย แต่เมื่อเราสอนเราพาเที่ยวก็เป็นการเปิดประสบการณ์ให้เขาได้รับความสุขเราก็สุขมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ผมได้ปลูกฝังความคิดในการรักษ์ธรรมชาติกับเพื่อนๆ และผู้ที่มาเรียนดำน้ำ เช่น การกินหูฉลาม ทั้งครอบครัวเขาก็ชอบ เป็นที่รู้กันว่ามันทารุณเพียงใด แม้เราห้ามเขาไม่ได้แต่เมื่อได้ดำน้ำได้เจอฉลามที่น่ารัก เขาเกิดรักขึ้นมาและหยุดการกินหูฉลามซึ่งหายไป 2-3 เดือน กลับมาเรียนขั้นต่อไปก็บอกว่าเขาจุดประกายต่อจากผมไปเรื่อยๆ อย่างน้อยผมเซฟชีวิตฉลามได้มากขึ้น และจากการที่ผมรักทะเลกิจกรรมใดที่สามารถประยุกต์ กับการทำงานสายการบินก็ได้ประโยชน์ เราบินไปภาคใต้ ก็ใส่กิจกรรมทางทะเลลงไป”

“ภรรยาผมก็ดำน้ำด้วย เจอกันตอนทำงานที่เก่าบ.ยูนิลีเวอร์ชวนกันไปก็เลยสนิทสนมกันจากการดำน้ำ พูดได้ว่าหลงรักกันเพราะดำน้ำ จาการที่เป็นคนที่ชอบทะเลทั้งคู่ ชวนกันเรียนวางแผนการเรียนกับเพื่อนที่ทำงานอีก 8 คน เราดูแลกันเยอะก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นคู่บัดดี้กัน ไปๆ มาๆ จังหวะพาไป (ตามกลยุทธ์พิชิตใจสาว) ทำให้ได้คู่กัน การดำน้ำโดยเฉพาะคู่ชาย-หญิงทำให้คนสองคนได้เรียนรู้กันมากขึ้น มีคนบอกว่าหากเป็นแฟนกันมาเรียนดำน้ำถ้าไม่แต่งงานกันก็อาจจะเลิกกันไป มันต้องดูแลกันและกันเยอะมาก จะเห็นสภาพของอีกคนในสภาพที่ไม่ได้แต่งหน้า ฯลฯ ตอนนี้ภรรยาผมใกล้จะคลอดลูกจึงหยุดการสอนระยะหนึ่งคาดว่าสัก 3-4 เดือน สิ่งที่ทำได้มากที่สุดในการรักษ์ทะเลนอกจากการสอนฯ ก็คือตอนแต่งงานผมไม่ได้ให้ของชำร่วยแต่ผมเอาไปบริจาค WHALE AID เพื่ออนุรักษ์ฉลามวาฬ และสิ่งที่พวกเขาได้ก็คือร่วมทำบุญมีส่วนในการเซฟชีวิตฉลามวาฬ”

แหม…ทำเอาผมเองชักอยากจะเรียนดำน้ำซะแล้วสิ ไม่ใช่เพียงแค่อยากเห็นโลกที่แตกต่างไปจากที่ตาเห็นเท่านั้น เผื่อว่าจะเจอสาวรู้ใจผ่านหน้ากากดำน้ำกับเขาบ้าง เผลอๆ อาจจะได้ทำบุญเช่นนกป๊อปผู้ชอบโฉบลงใต้น้ำอีกสักคู่แต่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่

Related contents:

You may also like...