พันเอก ปวีณ สิกขะมณฑล

Hi-class Car กับ พ่อหนุ่มอเมริกันกล้ามสวย Oldsmobile ’1969

ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน ‘ผู้การเป๋า’ พันเอกปวีณ สิกขะมณฑล นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชากรมราชองครักษ์ ปฏิบัติหน้าที่ประจำพระตำหนักจักรีบงกช หลังจากรู้จักมักคุ้นกันผ่านทางสัญญาณโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ และเมื่อผมไปถึงหน้าบ้านภาพของชายผู้หนึ่งใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้นกำลังทำความสะอาดรถยนต์และโรงเก็บรถทำเอาแปลกใจไม่น้อยว่า เอ…ทหารรับใช้หรือว่า…พี่เป๋า ประธานชมรมอเมริกัน คาร์ คลับ กันแน่ แต่เมื่อเสียงทักทายดังขึ้นทำให้ผมแน่ใจว่าแน่นอนล่ะรายนี้ชัวร์ถูกคนแล้วเรา

“เป็นยังไงล่ะน้อง เห็นรถแล้วผิดหวังไหม รถพี่ทุกคันน่ะไม่สวยหรูหรอกนะ แต่รับรองสตาร์ททีเดียวขับออกต่างจังหวัดได้สบายปลอดภัย ไม่มีตายกลางทางแน่นอน ไม่ใช่รถสวยแต่เก็บอยู่ในตู้ เปลี่ยนใจก็ยังทันนะ”

ก็เล่นออกตัวซะขนาดนี้ใครล่ะจะกล้า ในเมื่อบุกถึงถ้ำเสือแล้วไม่มีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาฝากก็เสียชื่อแย่ละสิ ยิ่งเป็นถึงระดับผู้เชี่ยวชาญการขับและจัดขบวนรถอารักขาบุคคลสำคัญซึ่งมีไม่กี่คนในเมืองไทย เอาเป็นว่าฉบับนี้ไม่เน้นหรูฟู่ฟ่า แต่เน้นประสบการณ์จากผู้ขับและรถที่มีความดุดัน สมรรถนะเกินร้อย ตามสไตล์หนุ่มอเมริกัน ล่ำบึ้ก ฉับไวที่รวมอยู่ใน Oldsmobile ’1969 ที่ไม่เหมือนใครคันนี้นี่แหละ

“คันนี้เป็นรถ Oldsmobile Cutlass ปี 1969 เดิมมันถูกทิ้งอยู่ในบ้านนายทหารอากาศแถวๆ ดอนเมืองนี่แหละครับ ตอนนั้นผมเรียนเสธ.ฯ ชอบขับรถตระเวนดูเพราะรถเหล่านี้อยู่ตามบ้านผู้หลักผู้ใหญ่ ผมจึงไปถามและขอซื้อเจอมันเป็นซากอยู่ ใช้คำว่า ซาก เลยล่ะ ซ่อมอยู่นาน แต่จะบอกนะผมจำได้ว่าเมื่อประมาณสัก 25 ปีที่แล้วรถอเมริกันขนาดกลางราคาแปดหมื่นถึงเรือนแสนนี่คือรถใช้แล้วนะครับแพงกว่ารถยุโรปเสียอีก”

ผมกระจ่างใจว่าทำไมบ้านนี้ถึงมีแต่รถยนต์ รถโมเดล ภาพถ่าย และสิ่งต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ฝั่งโลกใหม่ทั้งสิ้น ก็เพราะความประทับใจในรถอเมริกันของพล.อ.ดำรง สิกขะมณฑล อดีตสมุหราชองครักษ์ ผู้พ่อตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยสมัยประจำอยู่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้ายังติดตรึงใจผู้การเป๋าอยู่เสมอ

“การออกแบบดีไซน์ รถหลายประเทศมีจุดเด่นของตัวเอง แต่ในยุคที่อเมริกันเฟื่องฟูการให้เส้นสายของรถมันจะทำให้เห็นภาพว่ามันมีกล้าม ยุคต้นทศวรรษ 60 ถึง ปี 1973 เรียกว่ารถ Muscle Car ล้อหน้าเล็ก ล้อหลังใหญ่ มีการแต่งรถมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นคือยุค ‘30 และพัฒนามาเป็นเอกลักษณ์ของรถยุค ’60 เป็นรถสวยด้วยแรงด้วย แต่ละคันเครื่องยนต์เกิน 5000 ซีซี ไปถึง 7000 ซีซี แต่คันนี้ในตอนนี้วิ่งเร็วได้แต่ไม่แรงเท่าเดิมนะ ประมาณ 5700 ซีซี นี่คือมาตรฐานโดยทั่วๆ ไปนะ แต่ถ้าเป็นรถประเทศอื่นเต็มที่ 4000 ซีซี เจอไอ้บ้านี่ทำออกมามาตรฐานสูงกว่าเขาเพื่อน ความแรงบวกความนุ่มนวลในการขับขี่เหมือนรถถังที่ผมคุ้นเคยไม่มีในรถอื่นนอกจากรถยนต์อเมริกัน ยิ่งถ้ารวมการออกแบบภายในพิถีพิถันของ Oldsmobile อีกยิ่งเยี่ยมเชียวล่ะ”

“เดิมทีมันเป็นรถ 4 ประตูฮาร์ดท็อป ไขกระจกมาจะโล่งก็คือสปอร์ตในรูปร่าง 4 ประตู พอดีผมมีช่างต่างชาติซึ่งชำนาญการ ‘รื้อ’ แต่เป็นการรื้อแบบวิศวกรรมที่มีใบรับรองจากสถาบันชั้นนำ เรียกได้ว่าใช้เวลาซ่อมนานมาก ยิ่งการที่จะเอารถหนึ่งคันมาตัดคุณกล้ามั้ยล่ะ ต้องอาศัยหลักวิชาการการันตี และแน่ใจแค่ไหนหากมันวิ่งไม่ได้จะทำอย่างไร แต่ผมมีที่ปรึกษามืออาชีพ เผอิญผมทำธุรกิจให้เช่ารถยนต์ถ่ายหนัง ผมได้คันนี้มาก็แทบจะเรียกว่าฟรี แรกๆ ที่ตัดเสร็จยังไม่ลงตัว แก้ไขไปเรื่อยจนมาถึงตอนนี้ เรียกได้ว่าผ่านมาหลายกองถ่ายส่วนใหญ่ก็เป็นกองถ่ายต่างชาติที่มาถ่ายทำในบ้านเราเอาไปฉายเมืองนอก” เรียกได้ว่าทำเงินและสร้างความภูมิใจนั่นเอง

“ผมเป็นรายแรกของไทยก็ว่าได้นะที่ตัดหลังคาออกเป็นเปิดประทุนสำหรับ Oldsmobile และสำนักต่างๆ ที่เดิมไม่ยอมรับกลายเป็นว่าตอนนี้ราคานั้นไม่ต้องพูดถึงเลยเมื่อทุกอย่างมันพิสูจน์ว่านี่แหละของจริง ที่จะขับรถไปเข้าเวรก็มีบ้างตอนกลางคืนได้บรรยากาศเพลินไปอีกแบบ ยิ่งรถพวงมาลัยซ้ายด้วยนะเจอสาวจอดได้ใกล้ด้วย ใครจะบอกว่ารถแปลงก็เรื่องของผมนี่ไม่สน ความสุขของเรา และคนวิจารณ์ก็ไม่ได้ให้เงินเรามาทำรถ”

Related contents:

You may also like...