ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล

Art Connection เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

พูดถึงเรื่องวัฒนธรรม ต้องยอมรับว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ เพราะที่จริงวัฒนธรรมก็คือองค์ความรู้ที่มนุษย์ทั้งมวลคิดค้นขึ้น และถ่ายทอดสู่รุ่นต่อรุ่น ดังนั้นวัฒนธรรมจึงเป็นเรื่องของสังคมโดยรวมยากที่ใครคนใดคนหนึ่งจะกะเกณฑ์ได้ แต่เมื่อผู้หญิงเก่งอย่าง ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ต้องมากำกับดูแลเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับองค์ความรู้ของชาติเหล่านี้ จึงเป็นภาระที่หนักหนาอย่างยิ่ง

“ปัจจุบันเรื่องวัฒนธรรมมันหลุดพ้นจากการแข่งขันกันโดยใช้สื่อ แล้วเข้าสู่ยุคของการแข่งขันทางด้านองค์ความรู้ ใครมีองค์ความรู้มากก็เป็นมหาอำนาจ ดังนั้นจะเห็นว่าตอนนี้มีปัญหาเรื่องภูมิปัญญาและลิขสิทธิ์ค่อนข้างมาก เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน ถ้าหากเราไม่รู้จักการจัดการ เรียบเรียง รวบรวมองค์ความรู้ที่เรามี แล้วนำมาบริหารจัดการ ปกป้องคุ้มครอง เราก็จะถูกเอาเปรียบ

… แต่เนื่องจากเราไม่ค่อยใส่ใจเรื่ององค์ความรู้ ดังนั้นสังคมไทยในปัจจุบันนั้น จึงเป็นสังคมที่ขาดการดำรงชีวิตแบบมีความรู้เป็นฐาน เราจึงไหลไปตามกระแส เพราะเราขาดฐานความรู้ทางวัฒนธรรมที่แน่นพอ…

…นอกจากนี้เรายังดูแลศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยด้วย ถือเป็นโรงละครที่ดีที่สุดในเชิงกายภาพ ระบบแสง เสียง และเวทีดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนให้เราสร้าง

…แต่บางอย่างมันยังไม่เพียงพอ เช่น การผลิตละครเวทีใหญ่ๆนั้น ต้องใช้ฉากมากถึง 36 ฉาก ซึ่งเรามีไม่พอ อีกเรื่องหนึ่งคือจำนวนที่นั่งก็เช่นกัน สำหรับโปรดักชั่นใหญ่ๆนั้น เมื่อนำมาหารแล้วทำให้ราคาบัตรมันต้องแพงมาก จึงจะคุ้มกับการผลิตต่อรอบ เพราะฉะนั้นหากทำโปรดักชั่นใหญ่มากๆก็จะไปไม่รอด ที่สำคัญคือขนาดที่นั่งมันเล็กกว่าขนาดมาตรฐานของคนไทยปัจจุบัน (หัวเราะ) เราก็อยากจะปรับปรุงซึ่งก็ต้องใช้เงินเยอะ

…แต่เมื่อเปลี่ยนที่นั่งให้กว้างขึ้น ทางเดินกว้างขึ้น ที่นั่งก็จะมีจำนวนน้อยลง กระทบกับการขายบัตรในโปรดักชั่นอีก นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เราอยากได้โรงละครใหม่เพิ่มขึ้น ในเชิงบริการ ศูนย์วัฒนธรรมฯ ไม่ได้หมายความแค่ โรงละครหรือ ห้องจัดแสดงเท่านั้น หมายรวมถึงองค์รวมของการบริการทางวัฒนธรรมด้วย

…จากการสำรวจ ศูนย์วัฒนธรรมฯติดอันดับสถานที่ที่ประชาชนรู้จักมากเป็นอันดับต้นๆ แต่ถามว่าเราเข้าถึงประชาชนมากน้อยแค่ไหน คิดว่าส่วนใหญ่เข้าถึงประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพ และปริมณฑลเท่านั้น เนื่องจากมีสถานที่ตั้งในกรุงเทพ เพราะฉะนั้นผู้ที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล

…เราจึงอยากให้มีศูนย์วัฒนธรรมแบบนี้อีกในต่างจังหวัด เพราะว่าความเจริญมันไม่ควรจะมากระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพ ไม่ได้หมายความว่าต้องมีทุกจังหวัด อย่างน้อยภาคละ 1 จังหวัดก็น่าจะดี เพื่อเปิดเป็นเวทีให้กับศิลปินพื้นบ้าน

…เราก็ฝันอยากให้ศูนย์วัฒนธรรมดำเนินงานได้อย่างคล่องตัว ครอบคลุม แล้วเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งอันที่จริงมันขัดกับสิ่งที่เราจะต้องอุดหนุนให้คนหันมาสร้างงานทางวัฒนธรรมให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นตอนนี้เราเลี้ยงตัวเองไม่ได้ เพราะเราเน้นการสนับสนุนให้คนอื่นหันมาสร้างงานทางวัฒนธรรม เราก็อยากจะทำงานทางด้านบริการทางวัฒนธรรมให้ครอบคลุม เป็นที่นิยม และเข้าถึงคนหมู่มากให้มากขึ้น มุ่งเน้นการอนุรักษ์ รักษา สืบสาน ถ่ายทอด และปกป้องวัฒนธรรมพื้นบ้านซึ่งมีอยู่มากมายทั่วประเทศ ให้ครอบคลุม พยายามรู้จักทรัพย์สมบัติทางวัฒนธรรมพื้นบ้านทั้งหมดของประเทศ เก็บรักษา นำมาใช้ และปกป้องให้ปลอดภัย” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมกล่าวอย่างมุ่งมั่น

Related contents:

You may also like...