ปาริชาต ศิลปอาชา

บันดาลอาชีพให้เป็นการพักผ่อน

คนเมืองจำนวนไม่น้อยมีข้ออ้างสำหรับการดูแลตัวเองด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่มีเวลาว่าง แต่ในทางกลับกันมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่เป็นฝ่ายเสาะแสวงหาหรืออาจถึงขั้น “วิ่งเข้าหาเวลาว่าง” คุณยุ้ย ปาริชาต ศิลปอาชา บุตรสาวอดีต นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา เลือกที่จะเป็นคนเมืองประเภทหลังอย่างเต็มตัวไม่ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงเวลาที่หลายๆ คนวุ่นวายอยู่กับการทำงาน แต่เธอกลับลดระดับความสำคัญของธุรกิจส่วนตัวที่รับผิดชอบอยู่มาทุ่มเทกับการดูแลตนเองด้วยศาสตร์บำบัดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ “โยคะ” ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันทั้งหญิงและชาย จากแค่ลองฝึกถึงขั้นหลงใหล จนถึงวันนี้เธอมีดีกรีเป็นถึงอาจารย์สอนโยคะไปแล้ว

“สำหรับไลฟ์สไตล์ของตัวยุ้ย ปกติเกี่ยวพันกับการเล่นโยคะอยู่ตลอด หากพูดให้ติดตลกก็แทบจะบอกได้ว่าอาชีพหลักของยุ้ยคือการสอนโยคะอาชีพรองคือการเล่นโยคะ วันๆ หนึ่งเมื่อมีเวลาว่างก็อยู่แต่ Yoga Element Studio ที่นี่จึงเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของยุ้ยเสียแล้ว”

“ยุ้ยเริ่มเล่นโยคะมาได้ 3 ปีกว่า แรกๆ ไปซื้อหนังซื้อมาอ่านก็คิดว่าจะทำไม่ได้เพราะดูแล้วมีการดัดตัว ต้องกำหนดลมหายใจ เยอะแยะไปหมด คือไม่มีแรงกระตุ้น แต่พอได้ฝึกปฏิบัติจริงๆ ได้เรียนรู้ทฤษฎีก็เลยชอบ ประกอบกับสรีระเราให้จึงฝึกได้เร็ว ฝึกอยู่เกือบสองปีก็สอบครูได้”

แม้ว่าคุณยุ้ยจะมองการสอนโยคะของเธอ ณ Yoga Element Studio ย่านชิดลม เป็นเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิต แต่แท้จริงแล้วเธอมักบอกเสมอว่าจากผู้เล่นไปสู่การเป็นครูสอนโยคะเป็นงานที่เหนื่อยใช่เล่น และต้องรักที่จะทำ ใช่ว่าจะสอนกันได้ง่ายๆ แต่ความง่ายนี่เองที่ทำให้หลายคนได้ลองและหลงเสน่ห์มานักต่อนัก

“การสอนโยคะไม่ใช่บอกหรือพูดอย่างเดียว แต่เราต้องสอนด้วยความรู้ ลงมือปฏิบัติให้คนที่มาเรียนเขาเห็น ต้องแสดงตัวอย่างจัดท่าให้เขา เรียกได้ว่าต้องใช้ทั้งกายและใจในการสอน เพียงแต่ยุ้ยรักที่จะทำ”

“ยุ้ยเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ แต่ด้วยความที่ว่าเป็นงานที่รู้สึกว่าต้องทำให้ผ่านไปวันๆ ในใจเราชอบโยคะเข้าแล้ว ก็เลยออกมาทำงานที่เรารักดีกว่า เรารู้สึกว่าโยคะเป็นอะไรที่ไม่ตายตัว มันเหมือนการไป ช็อปปิ้ง หรือการเสริมสวยมากกว่า ”

“ยุ้ยดีใจนะคะ ที่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก ได้รับการยอบรับจากครอบครัว แม้รายได้ที่ได้รับกลับคืนจะน้อยกว่าการทำอาชีพอื่นก็ตามที แต่เทียบไม่ได้กับมูลค่าทางใจ ที่ทำให้ตัวเองดูมีคุณค่า ซึ่งเราจะรักษาตรงนี้ไว้ แล้วนำไปพัฒนาช่วยเหลือผู้อื่น”

เมื่อคลุกคลีกับโยคะถึงขนาดนี้จึงทำให้เธอรู้สึกว่าได้อะไรมากกว่าการพักผ่อนและไม่ใช่เพียงเพื่อมุ่งหวังจะเป็นสาวสวยตลอดกาล หรือทำตามกระแสนิยมของสาวชาวเมืองเท่านั้น

“ในแง่ตัวเอง เห็นได้ชัดว่าเรื่องบุคลิก การยืนการเดินเป็นสง่า และหลังจากเราฝึกโยคะการจัดระเบียบร่างกายดีขึ้น ไปทำบัตรประชาชนครั้งหลังส่วนสูงเพิ่มขึ้นอีกถึง 2 เซนติเมตร และมีการปรับลมหายใจที่ถูกต้อง ทำให้เราสามารถควบคุมสติได้ ทำให้อารมณ์เย็นลงไม่หุนหันพลันแล่น”

ผู้ที่ไม่เคยสัมผัสหรือเข้าใกล้อาจมองโยคะว่าเหมาะสำหรับผู้หญิงหรือผู้สูงอายุ แต่สำหรับคุณยุ้ยแล้วมองว่าโยคะนั้นเหมาะกับทุกเพศทุกวัยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นชายหรือหญิง แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจที่จะยอมเปิดรับมากกว่าข้อจำกัดอื่นๆ

“โยคะเล่นได้ทุกเพศทุกวัยคะ เพราะมันไม่มีข้อจำกัด สามารถเล่นได้ทั้งเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือช่วงเย็นก่อนดวงอาทิตย์ตก หรือเวลาว่างอื่นๆ ของวันก็สามารถเล่นได้ไม่จำกัดทั้งเวลาสถานที่เพียงแค่มีเสื่อขนาดพอเหมาะ การแต่งกายที่ยืดหยุ่น และหากมีเพื่อนร่วมกิจกรรมก็ช่วยให้ได้ทั้งการพักผ่อนและมิตรภาพไปพร้อมกัน โยคะจริงๆ จึงสามารถปรับให้เข้ากับอายุ สมรรถภาพทางร่างกายได้ไม่จำเป็นต้องใช้ท่าที่ยากในการทำ คนเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตยังสามารถเล่นได้เลย ต้องมาสัมผัสแล้วจะชอบ” เธอเองยังนำคุณพ่อและคุณแม่ซึ่งเจริญวัยพอสมควรปฏิบัติโยคะอยู่เนืองๆ เช่นกัน

หลายคนต้องมองหาและตั้งตารอวันเวลาสำหรับการพักผ่อนเพื่อเป็นโบนัสสำหรับตนเอง แต่ไม่ใช่สำหรับสาวสวยเช่นเธอ ซึ่งคนรอบข้างต่างอิจฉาชีวิตอันลงตัวที่ทำให้ทุกวันเป็นวันพักผ่อนแม้หลายๆ คนอยากมี แต่ไม่สามารถจัดสรรได้อย่างเธอ

Related contents:

You may also like...