อรวรินทร์ โอสถานนท์

Princess Charming

หลังผ่านพ้น 364 วัน ในตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวอร์ส ชาม อรวรินทร์ โอสถานนท์ กำลังก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัวในบทบาทนักแสดง แต่ก่อนที่เราจะได้ชมอีกหนึ่งผลงานของสาวน้อยผู้พกพาความมั่นใจติดตัวอยู่เสมอนั้น ไฮคลาสไม่พลาดที่จะรีบจองคิวอันแน่นเอี้ยดชักชวนมาพูดคุยกันในบรรยากาศสบายๆ ยามบ่ายของวันเรียนและทำงาน ท่ามกลางสายตาชื่นชมของผู้พบเห็นซึ่งจับจ้องทุกอากัปกิริยาของเธอ ทำเอาผมเองในฐานะผู้สัมภาษณ์รู้สึกเขินแทน แต่เธอซึ่งเป็นเป้าหมายกลับรู้สึกคุ้นเคย

“เมื่อก่อนไปไหนมาไหนเราเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่และไม่ต้องเกร็งว่าจะต้องแต่งหน้าออกมาจากบ้านทุกวัน แต่พอได้รับตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวอร์สแล้วรู้สึกว่ามีความคาดหวัง และมีตำแหน่งที่ค้ำคออยู่ด้วย เราก็ต้องเปลี่ยนนิสัยเวลาออกจากบ้านต้องระมัดระวังการแต่งตัวให้มากขึ้น อย่างเมื่อตอนที่ได้ตำแหน่งใหม่ๆ ไม่รู้ตัวว่าจะเป็นเป้าสายตาขนาดนั้น ตื่นเช้ามาก็ออกไปเลือกตั้งแต่ไม่รู้ว่ามีกล้องดักรออยู่เยอะมากๆ (หัวเราะ) ตกใจมากเลยค่ะ ภาพก็ลงหนังสือพิมพ์โดยที่ไม่ได้แต่งหน้าเลย”

“มาถึงตอนนี้จะว่าหนึ่งปีมันก็เร็วนะคะ แต่ว่าเป็นช่วงที่ได้ทำอะไรได้เยอะมาก ในเวลาหนึ่งปีนั้น ประสบการณ์ที่ได้มาจากเวทีนี้มันไม่มีอยู่ในตำรา ซึ่งชามก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันเยอะเหลือเกินและมันถึงเวลาของคนอื่นแล้ว จึงไม่รู้สึกใจหายนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าชามมีงานอย่างอื่นรอรับอยู่ด้วย”

ส่วนประกอบในความโดดเด่น และทำให้มาถึงวันนี้ได้นั้นเธอยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิ นอกจากคุณแม่ผู้อยู่เคียงข้างในแทบจะทุกสถานการณ์ก็เห็นจะเป็นกีฬารวมถึงดนตรีที่หล่อหลอมให้เป็นสาวมากความสามารถและแวดล้อมไปด้วยเสน่ห์อันเป็นความหมายของคำว่า Charm ในภาษาอังกฤษ

“เรียกได้ว่าชามโตมากับดนตรี กับเปียโน ดนตรีทำให้เด็กมีสมาธิ และทำให้ผู้เรียนมีวินัยด้วยค่ะ ชามมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะสิ่งเหล่านี้และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งคุณแม่สอนเปียโนมีโรงเรียนดนตรี(ดุริยารมย์)อยู่ที่บ้าน”

“เสน่ห์ของชามนั้นน่าจะเป็นแบบผู้หญิงไทย เราได้ยินมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าสยามเมืองยิ้ม สยามเมืองยิ้ม ประเทศอื่นเขาก็ยิ้มเหมือนกัน ก็ไม่นึกว่าจะเป็นอะไรที่สำคัญ โตมาในโรงเรียนอินเตอร์ฯ ทุกคนเขาก็ยิ้มแย้มกันดีชามก็เลยคิดอย่างนั้น แต่พอไปประกวดนางงามจักรวาลที่อเมริกา ได้เรียนรู้โลกจากนางามอีก 80 กว่าประเทศ นางงามบางประเทศเขาไม่ยิ้มนะคะ (หัวเราะ) ชามก็เลยเข้าใจว่านี่แหละเสน่ห์ของผู้หญิงไทยที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ยิ้มได้ตลอดเวลา”

และยิ่งมีสายสะพายและมงกุฎนางงามการันตียิ่งทำให้เธอนั้นไม่ใช่เพียงสาวงามธรรมดาแต่กลายเป็นสาวเนื้อหอมที่ชายหนุ่มจำนวนไม่น้อยหมายปอง นอกเหนือจากชาติตระกูล รูปสมบัติ คุณสมบัติที่เพียบพร้อม

“สำหรับหนุ่มๆ (หัวเราะ) ก็มีเข้ามาบ้างนะคะ แต่ชามคบเป็นเพื่อนทุกคนค่ะ เพราะว่าชามฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากที่จะทำงานตรงนี้และอยากที่จะมายืนอยู่บนจุดนี้ ไม่อยากที่จะให้มีอะไรมาขัดขวาง”

เมื่อเป็นคนของประชาชนย่อมมีทั้งคนนิยม และคนที่ ‘ไม่ปลื้ม’ ซึ่งกลับกลายเป็นกระจกสะท้อนตัวเธอ สาวเจ้ายืนยันว่าพร้อมแก้ไขปรับปรุงอย่างเต็มกำลัง และเมื่อตัดสินใจวิ่งตามฝันเข้าสู่วงการมายาเราก็อดห่วงไม่ได้ว่าเธอจะพร้อมรับคมหอกคมดาบสารพัดรูปแบบเพียงใด

“ชามพยายามมองทุกอย่างในแง่ดีค่ะ มองโลกในแง่ดี และคิดว่าความล้มเหลวหรือสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นอาจจะมีอะไรที่ดีแอบแฝงอยู่ก็ได้ ทุกคนจะมีทั้งคนรักและคนไม่รัก ถ้าจะเจอก็เจอได้ทุกประเภทนะคะเพราะว่าคนที่รักเรา คนที่ชื่นชมเราอยู่เป็นเหมือนแรงสนับสนุน เขาทำให้เรารู้สึกดีและมีกำลังใจที่จะทำงานต่อในอนาคต แต่สำหรับแฟนนางงามที่อาจจะไม่ค่อยปลื้มเราสักเท่าไหร่ ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากเจอนะคะ ดีเสียอีกเขาจะได้แนะนำว่าเราควรแก้ไขอะไรบ้าง”

“ผู้หญิงที่สวยไม่จำเป็นที่จะต้องสวยแต่ภายนอกนะคะ คนเราสามารถสวยได้จากข้างในด้วย และชามคิดว่าตรงนั้นมันสำคัญมากกว่าค่ะ รู้สึกว่าเราต้องจิตใจดีด้วยถึงจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง”

Related contents:

You may also like...