สาธิต ปิตุเตชะ

จุดพลิกผันของสถาบันการเมือง สาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย คงไม่มีพรรคไหนที่มีอายุยืนนานจนกลายเป็นสถาบันหนึ่งทางการเมืองเช่นพรรคประชาธิปัตย์เป็นแน่แท้ แน่ใจว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพรรคต้องผ่านอุปสรรคปัญหาเรื่องราวยุ่งยากและการเปลี่ยนแปลงมามากมาย จะเรียกว่า “โดนมาหนัก” ก็คงไม่ผิดนัก กระนั้นอุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงที่ประสบพบเจอมาในอดีต ก็คงไม่รุนแรงและน่าประหวั่นเท่าปัจจุบัน ที่มีพรรคทั้งพรรคเป็นเดิมพัน ว่าจะรอดหรือถูกยุบ

ระหว่างรอความชัดเจนทางการเมือง การสะสมเสบียงกรัง ซุ่มฝึกปรือขุนพลทแกล้วรอออกรบในสมรภูมิเลือกตั้งครั้งหน้า สาธิต ปุเตชะ อาสามาเผยถึงความมั่นใจของพรรคบนความผันผวนทางการเมือง

“กรณีการเลือกตั้งข้างหน้าที่จะมาถึง ผมคิดว่ามันไม่แตกต่างไปจากครั้งเดิม เพียงแต่ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัญหาการบริหารงานของคุณทักษิณ ซึ่งก็คือการทุจริตเชิงนโยบายที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

“สิ่งที่เปลี่ยนแปลงของพรรคการเมืองคือ ทำอย่างไรก็ตามให้พรรคการเมืองได้เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด นั่นก็คือการปรับภาพลักษณ์หรือการปรับมุมมองพรรคในสายตาประชาชน แต่หลักที่สำคัญของพรรคการเมืองคือต้องเป็นสถาบัน เป็นพรรคการเมืองที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความจริงใจกับพี่น้องประชาชน ส่วนการที่จะนำสิ่งเหล่านี้ไปสู่การรับรู้ของประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน อันนี้เป็นปัญหาด้านการเมืองที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนรับรู้ได้มากขึ้น”

“เมื่อตอนที่คุณทักษิณมีอำนาจ การเลือกตั้งมันเต็มไปด้วยเล่ห์กลที่จะให้ได้รับชัยชนะ มีการใช้ทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงิน เมื่อสิ่งเหล่านี้มันหมดสิ้นไปก็น่าจะทำให้ประชาชนได้คิดตามความรู้สึกของตัวเองอย่างเป็นอิสระมากขึ้น ไม่มีปัจจัยที่จะมาหันเหความรู้สึกของเขาได้ เพราะฉะนั้นในแง่ของการลงพื้นที่เราจึงน่าจะทำได้เข้าถึงประชาชนและการเลือกตั้งน่าจะดีกว่าครั้งที่แล้ว”

“พรรคของผมเป็นสถาบัน แต่ในการรับรู้ของประชาชนหลายๆ กลุ่มในสังคมที่จะต้องมีการใช้สิทธิ์เลือกตั้งก็อาจจะไม่ได้รับรู้ในสิ่งที่เราทำอยู่ ซึ่งพรรคก็จำเป็นที่จะต้องเพิ่มการเข้าถึงประชาชน การประชาสัมพันธ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องทำ เช่นการที่เราทำสมัชชาก็เป็นการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ได้เข้าถึงพรรคการเมืองได้มากขึ้น”

Related contents:

You may also like...