พิภพ ธงไชย

การเปลี่ยนแปลงเพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย พิภพ ธงไชย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมาเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนของการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุม เดินขบวนประท้วงรัฐบาลคอรัปชั่น หรือการยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ที่ล้วนมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว คือลบล้างความสกปรกโสมม แล้วถักทอธงแห่งประชาธิปไตยให้ปลิวไสวอย่างสง่าสะอาดเหนือราชอาณาจักรไทย

แต่ก็เหมือนถูกสาป ให้การเปลี่ยนแปลงเพื่อประชาธิปไตยเต็มใบสมบูรณ์นั้นไม่เคยเดินทางไปถึงฝั่งฝัน มีอันต้องสะดุดหยุดลงทุกครั้ง ไม่ว่าจะโดยจากการคอรัปชั่นโกงกินของนักการเมือง หรือการขัดแข้งขัดขากันระหว่างพรรคเพื่อชิงอำนาจการบริหารประเทศมาไว้กับตน พิภพ ธงไชย ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการต้อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศมายาวนานคนหนึ่ง ร่วมแสดงทัศนะต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ผ่านมา รวมถึงเสนอแนวทางเพื่อไปสู่ประชาธิปไตยที่คนไทยใฝ่ฝันถึง

“ที่คนไทยต้องเปลี่ยนแปลงก็คือการตัดสินใจทางการเมือง ต้องคำนึงถึงความถูกต้องและจริยธรรมให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นในการพิจารณากิจกรรมทางการเมืองก็ดี คนที่จะมาเกี่ยวข้องทางการเมืองก็ดี การจะสนับสนุนให้ขึ้นมาเป็นผู้นำก็ดี จะต้องมีพื้นฐานทางจริยธรรม ความถูกต้อง และความเก่งควบคู่กัน”

“ผมคิดว่าคนไทยอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง คนไทยมีประสบการณ์กับคนดีแต่ทำงานไม่เป็น กับคนที่ทำงานเป็นและทำงานเก่งแต่เป็นคนไม่ดี เพราะฉะนั้นสังคมไทยมาถึงจุดที่จะต้องสามารถจัดโครงสร้างทางการเมืองให้คนดีและคนเก่งมาทำงานได้แล้ว จะเอาดีอย่างเดียวแต่ทำงานไม่เป็นผมว่าสังคมไทยผ่านตรงนั้นมาแล้ว จะเอาคนเก่งอย่างเดียวแต่เป็นคนไม่ดีคนไทยก็ผ่านมาแล้ว สังคมไทยกำลังอยู่ตรงกลาง และตอนนี้คนไทยได้ตระหนักแล้วว่าไม่อาจพึ่งพาระบบราชการและระบบการเมืองอย่างเดียวได้อีกต่อไป คนไทยตระหนักแล้วว่าสิทธิเสรีภาพและความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชนที่เรียกว่าประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมหรือการเมืองภาคประชาชน เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น

“เดิมทีเรามักจะมอบอำนาจให้นักการเมือง มอบให้ข้าราชการประจำบริหารราชการแผ่นดิน แล้วประชาชนก็ทำมาหากิน แต่ตอนนี้คนไทยตระหนักแล้วว่าจำเป็นต้องใช้สิทธิและเสรีภาพในการต่อรองกำหนดการเมืองหรือในการมีส่วนร่วมทางการเมือง เพราะเราก็รู้ว่าสิทธิเสรีภาพนั้นความสำคัญอยู่ที่สื่อมวลชน สื่อมวลชนจะสะท้อนสิทธิเสรีภาพของประชาชนออกสู่สาธารณะ เพราะฉะนั้นสื่อมวลชนที่มีเสรีภาพเป็นเรื่องสำคัญ เราผ่านเหตุการณ์พฤษภา ปี 2535 เรามีไอทีวี แต่แล้วไอทีวีก็ถูกฝ่ายการเมืองเข้าครอบงำ ประชาชนถูกปิดหูปิดตาและไม่เข้าใจ โดยเฉพาะในชนบท ไม่นับคนที่รับ ASTV ที่สามารถชมข่าว 2 ด้านและตัดสินใจได้

“คนไทยไม่ใช่คนเลวร้ายที่ตัดสินใจบนความถูกต้องไม่ได้ เพียงแต่ว่าที่ตัดสินใจบนความถูกต้องไม่ได้เพราะได้ข้อมูลไม่เท่ากัน ผมเชื่อว่าถ้าคนไทยได้ข้อมูลเท่ากันจะสามารถตัดสินใจบนความถูกต้องได้ เพราะว่าพระพุทธศาสนาก็ดี อิสลามก็ดี คริสตศาสนาก็ดี ที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาได้สร้างจริยธรรมพื้นฐานให้กับคนไทยพอสมควร แต่ว่าคนไทยยังติดเรื่องอำนาจนิยม เรื่องสังคมอุปถัมภ์ เรื่องพวกพ้อง

“คนไทยต้องตระหนักเรื่องการนำประเทศไปสู่การใช้กฎหมายที่เป็นธรรมมากกว่าพวกพ้องหรืออำนาจนิยม เราจะต้องนำพาประเทศไปสู่การมีกฎหมายกำกับ มีกระบวนการยุติธรรม และอีกอันหนึ่งที่คนไทยต้องตระหนัก คือความรู้ความสามารถของคนไทยยังอ่อนแอ อ่อนแอทั้งความรู้ อ่อนแอทั้งความสามารถที่สู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนไทยต้องสนใจการอ่านหนังสือและต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมากขึ้น”

Related contents:

You may also like...