ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์

จังหวะของการเปลี่ยนแปลง รักษาการรองหัวหน้าพรรคชาติไทย

จากชายผู้ผลุบๆ โผล่ๆ ในมุมมืด เมื่อได้จังหวะอันประจวบเหมาะ จึงประกาศทุบอ่างอย่างเป็นทางการ แล้วก้าวสู่เส้นทางการเมือง อาจเรียกได้ว่า ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เป็นผู้หนึ่งที่รู้จังหวะอย่างยิ่งในการคิดที่จะเปลี่ยนแปลง วันนี้จังหวะเหมาะ เราจึงชวนเขามาแสดงทัศนะต่อจังหวะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศ ทั้งที่ผ่านมา และที่ควรจะทำต่อไป

“สิ่งแรกคือคุณต้องดูสถานการณ์ เมื่อคุณจะเปลี่ยนแปลงอิมเมจหรือรีแบรนด์ดิ้งต้องดูว่าสถานการณ์เหมาะสมไหม สถานการณ์ช่วงไหนเป็นอย่างไร สิ่งที่สองคือจังหวะหรือ Timing ต้องรอจังหวะ ช่วงเวลาที่เหมาะสม บางเวลาไม่เหมาะสมก็ไม่ควรที่จะออกไป สามคือคุณต้องมีความอดทน ทั้ง ๓ อย่างมันเชื่อมต่อกันหมด ความอดทนก็คือคุณต้องรอจังหวะที่เหมาะสม สถานการณ์ที่สุกงอม ถ้าคุณออกไปผิดจังหวะบางช่วงเวลาก็อาจทำให้แย่ยิ่งกว่าเดิมซะอีก”

“สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ผมขอพูดเลยว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง (ที่จะออกมาเปลี่ยนแปลง) การเรียกร้องว่ามีอำนาจเก่าอำนาจใหม่ ขั้วเก่าขั้วใหม่ ผมว่ามันเป็นการขัดแย้งกันเสียมากกว่าการสมานฉันท์ มันจะเป็นการชนกันสู้กันระหว่างกลุ่มชนใหม่กับกลุ่มชนเก่า อำนาจใหม่กับอำนาจเก่ามากกว่าการที่จะมาสมานฉันท์ตามที่ปรากฏเป็นข่าว”

“การรีแบรนด์ดิ้งประเทศผมว่าจริงๆ ไม่ยากนะครับ เพียงแต่ว่าสถานการณ์การทำงานในปัจจุบันมันเป็นรัฐบาลข้าราชการที่เขามีเวลาจำกัด ซึ่งเวลาที่เขามีก็แค่เอาตัวรอด เขาไม่ได้คิดจะรีแบรนด์ประเทศไทย เขามาปกครองประเทศเพื่อให้พ้นสถานการณ์ตรงช่วงนี้ไปเท่านั้น นี่คือสิ่งสำคัญที่คิดว่าเขาคงไม่สามารถที่จะรีแบรนด์ประเทศไทยได้

“จังหวะเวลาในช่วงนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะว่าเศรษฐกิจมันไม่ดี ทั้งการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจมันไม่ดี พอไม่ดีมันก็ไม่เหมาะสมอย่างที่ผมเรียนให้ทราบตั้งแต่ต้นว่า Timing มันไม่ได้”

“ในช่วงนี้ปรากฏภาพว่ามีการปฏิวัติรัฐประการเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองเพื่อป้องกันคอรัปชั่น เพราะฉะนั้นคุณต้องอาศัยจังหวะนี้รีแบรนด์ดิ้งประเทศไทย ต้องล้างภาพคอรัปชั่นต่างๆ แต่ไม่ใช่ไปล้างผลาญอีกฝ่ายหนึ่งโดยเอาประเทศไทยเป็นเครื่องมือ โดยเอาสนามบินสุวรรณภูมิ หรือเอารัฐธรรมนูญไปเป็นเครื่องมือ ที่ผมบอกว่าเครื่องมือนั้นหมายความว่าเหมือนกับเดิมพันแล้วมาชนกัน เช่น ถ้าเราจะเอาชนะอำนาจเก่าเราก็ไปยกเลิกสุวรรณภูมิเพราะมีการคอรัปชั่น หรือพยายามเอารัฐธรรมนูญเพื่อไปล้มหรือป้องกันทักษิณไม่ให้กลับมามีอำนาจ อย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง”

“ผมคิดว่าต้องประชาสัมพันธ์โดยเอาจุดด้อยของเรามาเป็นจุดเด่น จุดด้อยของเราคือความรับผิดชอบก็เอาตรงนี้มาเป็นจุดขายของเรา จะทำประเทศให้สะอาด แก้ไขคอรัปชั่นด้วยวิธีใด ก็จับนักการเมืองไปติดคุกสัก ๒-๓ คน ผมว่าทำได้แล้ว (หัวเราะ)”

Related contents:

You may also like...