องอาจ มหาดำรงค์กุล

ศิลปะบนหน้าปัดนาฬิกา

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่นาม องอาจ มหาดำรงค์กุล Management Executive แห่งห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีทองพาณิชย์ กำลังพาเราเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณ (Clocks & Watches Museum) ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น ๓ ของโรงแรมสวิสโฮเต็ล ย่านรัชดา สถานที่เก็บรวบรวมนาฬิกาแขวนผนังและนาฬิกาพกโบราณร่วม ๑๐๐ เรือนที่เป็นสมบัติของวงศ์ตระกูล ด้วยท่วงท่ากิริยาและการพูดจาที่ ‘องอาจ’ สมชื่อ

“ในพิพิธภัณฑ์นี้จะเป็นของสะสมของคุณดิลก มหาดำรงค์กุล ซึ่งเป็นคุณตาของผมนะครับ เมื่อก่อนคุณตาเป็นช่างซ่อมนาฬิกา ได้เปิดร้าน แล้วก็เก็บสะสมไว้ด้วย ที่เห็นนี่บางเรือนก็อายุ 200-300 ปีก็มีนะครับ เรียกว่าหาดูทั่วไปไม่ได้แล้ว มีที่นี่ที่เดียว”

เดินชมสิ่งที่คุณตาเพียรเก็บสะสมมาชั่วชีวิตอย่างตื่นตาตื่นใจ ก่อนจะชวนกันนั่งลงพูดคุยถามไถ่ในฐานะทายาทห้างค้านาฬิกาอันนำมาซึ่งความเป็นนักสะสมนาฬิกาในปัจจุบัน

“เริ่มสะสมนาฬิกาตั้งแต่เด็กเลยครับ ตั้งแต่จำความได้ เพราะว่าตัวเองเป็นคนที่เกิดในครอบครัวของคนที่ทำธุรกิจนาฬิกา เพราะฉะนั้นเวลาวันเกิดหรืออะไรก็แล้วแต่มักจะได้นาฬิกาข้อมือเป็นของขวัญอยู่เสมอ จากคุณแม่หรือคุณพ่อ หรือไม่ก็คุณตา ดิลก มหาดำรงค์กุล หรือไม่ก็น้าๆ ญาติๆ คือชอบให้นาฬิกา สำหรับนาฬิกาเรือนแรกที่มีในครอบครองก็คือนาฬิกา Citizen เสียดายผมจำไม่ได้ว่าเป็นรุ่นไหน จำได้แต่ว่าออกแนวสปอร์ต ซึ่ง
เหมาะสมกับผมมาก เพราะผมเป็นคนชอบเล่นกีฬา เวลาเล่นกีฬาแล้วได้ใส่นาฬิกาที่เป็นแนวสปอร์ตมันก็จะได้อารมณ์ของการเล่นกีฬานะครับ ไม่เชื่อจะลองดูก็ได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ (หัวเราะ)

“นับจากที่เริ่มสะสมอย่างจริงจัง จนวันนี้ก็มีประมาณ ๒๐ กว่าเรือนแล้วครับ ผมจะสะสมนาฬิกาข้อมือเป็นหลัก ต่างจากคุณตา ผมชอบนาฬิกาข้อมือเพราะว่ามันสามารถติดตัวเราไปได้ตลอด สามารถเป็นเครื่องบอกเวลาให้เราได้ในทุกๆ ช่วงเวลาในชีวิตประจำวันครับ

“หากพูดถึงเสน่ห์ของนาฬิกาในความรู้สึกผม นาฬิกามันคือประดิษฐกรรมชิ้นหนึ่งที่สร้างขึ้นมาโดยช่างฝีมือ แต่ละชิ้นส่วนมันเล็กมากแต่ก็สามารถนำมาประกอบกันได้ ไม่ว่าจะเป็นในตัวเครื่องเองหรือว่าวัสดุที่ใช้ในการผลิต มันก็จะมีคุณค่าในตัวของมันเอง นาฬิกามันไม่ใช่สินค้าอุตสาหกรรมที่ไหลมาตามสายพานซึ่งไม่ต้องประณีต กลับกัน มันต้องใช้ฝีมือของช่างฝีมือในการผลิต ต้องประณีตและละเอียดอ่อนมาก

“เสน่ห์ของนาฬิกาสำหรับผมจึงคือความเป็นกลไกในเรือนนาฬิกานั้นๆ ในความคิดของผมนาฬิกาจึงเป็นเหมือนศิลปะชิ้นหนึ่ง เพราะมันเกิดจากการประกอบสร้างของชิ้นส่วนต่างๆ จึงออกมาเป็นนาฬิกาเรือนหนึ่ง กว่ามันจะเสร็จได้เรือนหนึ่งก็ต้องใช้เวลานานพอควร และในอีกแง่หนึ่งก็คือความสำคัญในเรื่องของเวลา เพราะว่าในปัจจุบันถ้าเราขาดเครื่องบอกเวลามันก็จะทำให้เรากลายเป็นคนที่ไปไหนมาไหนไม่ทันนัดคนอื่นเขา ทำให้เราเป็นคนที่ไม่ตรงต่อเวลา ซึ่งมันก็จะส่งผลเสียไม่ว่าจะเป็นในทางธุรกิจ หรือว่าในมุมมองที่คนอื่นเขามองเรา”

สิ้นคำตอบของคุณองอาจ พานให้เราต้องสะดุ้งเล็กๆ เพราะเราเองวันนี้ก็มาช้ากว่ากำหนดนัดเล็กน้อย เดือดร้อนให้คุณองอาจต้องโทรฯ ตาม แต่เมื่อเลียบๆ เคียงๆ ถาม ก็ได้รับเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเป็นคำตอบ

“ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น เพียงแต่ว่าเพราะเราขายนาฬิกาเป็นอาชีพไงครับ เราก็เลยต้องตรงต่อเวลาแค่นั้นเอง (หัวเราะ)”

Related contents:

You may also like...