อิ๊บ ยุภาพักตร์ วัชราภัย

Spirit of Dance

แม้ยามอยู่บนเวที อิ๊บ ยุภาพักตร์ วัชราภัย ‘ไฮโซบันเทิง’ จะมีลีลาการร้องและเต้นที่เปี่ยมไปด้วยพลัง แต่ในวันสบายๆ บรรยากาศดีเธอสามารถนั่งทอดอารมณ์ไปกับสิ่งรอบตัวได้อย่างแทบจะเป็นคนละคน

“อิ๊บมีพื้นฐานการเต้นอยู่บ้างจากตอนเด็กๆ เพราะคุณแม่ให้เรียนเต้นโดยเริ่มต้นด้วยบัลเลต์ ตามด้วยแจ๊ซกับยิมนาสติก ได้เรียนอยู่ประมาณ 2 ปี แต่พอไปเรียนต่อเมืองนอกเมื่อตอนชั้นม.1 ก็ไม่ได้เต้นอีกเลย“

“พอจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ (จาก University of Pensilvania) จึงขอคุณแม่พักผ่อน 1 ปี ตอนนั้นมีโอกาสขึ้นคอนเสิร์ตการกุศล ได้ร้องเพลงและเต้นพอทำแล้วรู้สึกว่าชอบ พอได้มีโอกาสขึ้นเวทีอีกทีก็เลยมีความมั่นใจแน่นอนว่าอันนี้คือสิ่งที่ชอบ หลังจากถามความเห็นของคนรอบข้างแล้วก็คิดว่าเรามาทางนี้ได้ จึงมุ่งมั่นเริ่มเรียนร้องเพลงและเต้นรำมาถึงตอนนี้ได้ 3-4 ปีแล้ว”

“สิ่งที่ทำตอนนี้มีอยู่ 3 อย่าง คือ ร้านเสื้ออยู่ที่สยามเซนเตอร์ ชั้น 3 ชื่อร้าน ASIP และมีโปรเจคต์เต้นก็คือโปรเจคต์อิ๊บดีแดนซ์ เป็นการเต้นสำหรับงานอีเวนท์ปาร์ตี้ หรืองานเปิดตัวสินค้า สำหรับงานล่าสุดเลยก็คือการออกอัลบั้มเป็นศิลปิน”

เบื้องหลังท่วงท่าโยกย้ายอันพลิ้วไหว ใครจะรู้บ้างว่าเกิดจากแรงผลักดันภายในตัวเธอที่ได้ทำในสิ่งที่ตนรัก จึงถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ไม่ว่างานที่เธอรักจะเหนื่อยและหนักเพียงใด

“อิ๊บชอบทำงานด้วยใจ ชอบแบบว่าสนุกและมีความสุขจึงทำ ไม่ชอบทำเพราะโดนบังคับหรือจำเป็นต้องทำ คือบางทีมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ด้วยนิสัยแล้วรวมถึงโอกาสที่ผ่านเข้ามาก็เลยได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ยิ่งเมื่อเราทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและมีความสุข ก็จะออกมาได้ดีพร้อมกับมีกำลังทั้งใจกำลังกายในการทำงานให้ดีได้มากขึ้น”

“ด้วยโลกในปัจจุบัน การแข่งขันค่อนข้างสูง เรามีกันหลายคน งานก็อาจจะไม่ได้มีเยอะมาก เราต้องวางแผนชีวิตให้ดี ต้องศึกษาตัวเองให้ดีว่าชอบอะไร เรามีแววไปทางไหนแล้วจึงมุ่งไปทางนั้น เพราะว่าการเรียนรู้ตอนเริ่มทำงานอาจจะช้าไป ถ้าเราจบมากับอะไรที่เชี่ยวชาญไปทางใดทางหนึ่ง เราจะมีแต้มต่อสำหรับคนอื่น คือเราจะมีตัวตนของเรา”

“โลกเราตอนนี้เป็น Survival of the fitest คือถ้าแข็งแรงก็จะอยู่ได้ ตอนนี้ถ้าไม่เก่ง ไม่มีวิธีพลิกแพลงก็แย่ แต่ว่าอย่างนี้มันก็ดีอย่าง เพราะจะมีไอเดียใหม่ๆ มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นสำหรับโลกให้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ มันจะมีอะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา เมื่อมีอะไรที่ทำให้เราต้องคิด มีแรงกดดัน ทำให้คนที่เก่งได้ใช้สมองและผลักดันความคิดนั้นออกมา”

สำหรับการพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าในวันทำงาน กลับตรงกันข้ามกับบทบาทบนเวทีของเธออย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือ

“เวลาว่างจะนอนนิ่งๆ ชอบฤดูกับการเปลี่ยนแปลงของฤดู ได้สัมผัสแล้วนึกถึงเมื่อครั้งที่เรียนหนังสืออยู่อเมริกา เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาหนาวเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิมีแดดออกอิ๊บชอบช่วงเวลานั้น แต่เมืองไทยไม่ค่อยได้มีช่วงเวลาเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลก็เหมือนกับเวลาที่เราทำงานมาอย่างหนัก อดหลับอดนอน พอวันรุ่งขึ้นก็จะนอนอย่างเต็มที่ อิ๊บไม่ใช่คนที่เฉยๆ เรื่อยๆ เท่ากันทุกวัน แต่ชอบทำงานอัดเข้าไปแล้วค่อยพัก พอมันมีความ Contrast กันแบบนี้ เวลาได้พักจะมีคุณค่า และเมื่อกลับมาทำงานใหม่มันก็จะมีคุณค่าเช่นกัน”

และที่จะขาดเสียไม่ได้ก็คือชายในฝันที่วาดหวังเอาไว้ให้คอยนั่งอยู่เคียงข้างในยามเธอพักผ่อน

“อิ๊บขอคนที่นั่งมองแล้วสบายใจ ลักษณะผู้ชายที่เห็นแล้วเปลี่ยนความรู้สึกและหยุดความสนใจในสิ่งต่างๆ มาได้ก็คือหนุ่มมาดแมนเห็นไหล่กว้างมองเห็นมาแต่ไกล พอยิ้มก็โลกสดใส นั่นคือคนมีเสน่ห์ของอิ๊บ“

และถ้ามองไปข้างหน้าถึงก้าวต่อไปในอนาคต เธอกลับแสดงถึงความมุ่งมันที่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด

“ก้าวอัลบั้มยังไม่มั่นเลย เพราะฉะนั้นคงจะต้องทำอะไรทีละอย่าง ล้านก๊อปปี้ไม่ได้หวังแต่อยากได้สักล้านคอนเสิร์ต (หัวเราะ) อิ๊บชอบขึ้นเวที เหมือนได้ปลดปล่อย อย่างน้อยก้าวนี้ต้องให้มั่นก่อนถึงจะรู้ว่าก้าวต่อไปจะไปทางไหนต่อดี”

Related contents:

You may also like...