ชัย โสภณพนิช

โรบินฮู้ดมหาชน

ชายผู้มากประสบการณ์ในธุรกิจอันเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงของชีวิตและสุขภาพ ชัย โสภณพนิช นอกจากนั่งแท่นบริหารสูงสุดใน บมจ.กรุงเทพประกันภัย แล้ว ยังควบเก้าอี้บริหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สถานพยาบาลมาตรฐานสากลและหรูหราไม่ต่างจากโรงแรมห้าดาวซึ่งเขาริเริ่มมากับมือ เบื้องหลังความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้นยังมีสิ่งที่ชอบซึ่งเขาและองค์กรได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือทั้งแก่ภาครัฐ เอกชน และดำเนินการผลักดันให้สามารถถึงมือประชาชนผู้ขาดแคลน

“เวลาที่เรามีโอกาสที่จะให้ โดยทั่วไปโครงการของบริษัทเราจะพยายามเข้าไปช่วยโดยตรงกับคนที่เราคิดว่าลำบาก หรือควรจะมีการช่วยเหลือคนคนนั้น การที่เราให้เราก็คิดว่า ความสุขมาจากการที่เราให้คนที่เราคิดว่าเขามีความต้องการ และการที่เขาได้รับ เขาก็แสดงความสุขของเขา และส่วนใหญ่เขาก็จะคาดไม่ถึงว่าจะมีคนที่จะเข้าไปช่วยเขามากขนาดนั้น หรือแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เขาก็ไม่คิดว่าจะมีการเข้าไปช่วยเขา เราจะกระจายโครงการของเรา และพิจารณาว่าเงินที่เราจะเอาเข้าไปช่วยจะสร้างประโยชน์ได้ขนาดไหน”

“โครงการที่เรามีอยู่ค่อนข้างมาก เราก็จะดูว่าโครงการไหนที่เราเข้าไปแล้วผู้ที่ได้รับจะได้ประโยชน์มากที่สุด อันไหนที่เราคิดว่าเราคุมไม่ได้ หรือไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปดูแล เราก็จะตัดออก หลังจากนั้นโครงการที่เราเข้าไปช่วย ก็จะดูว่าเราดูแลได้แค่ไหน ไม่ได้ดูโครงการตามลำดับขนาดนั้น แต่เราจะให้ความสำคัญกับงบประมาณ โครงการที่เราชอบและคิดว่าได้ประโยชน์โดยตรง เราก็จะมีงบประมาณมากหน่อย อันไหนที่เราคิดว่าโครงการน้อยหน่อย เราก็ให้น้อยหน่อย แต่เราพยายามที่จะให้ทุกโครงการที่คิดว่าจะสร้างประโยชน์”

โดยในส่วนของการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมนั้นเป็นหน้าที่หลักของมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 ทำหน้าที่ในการรับผิดชอบติดต่อและประสานงาน นับเป็นการดำเนินกิจกรรมในลักษณะของการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) กิจกรรมที่ บมจ.กรุงเทพประกันภัยให้การสนับสนุนไม่ได้เน้นไปในด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น แต่พยายามให้ความสำคัญต่อสิ่งที่สร้างให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ทั้งการศึกษา ศาสนา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม รวมถึงศิลปวัฒนธรรมไทย

กิจกรรมทางสังคมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีและปฏิบัติมาอย่างยาวนานมีในหลายทิศทาง

ด้านการศึกษาและพัฒนาชุมชน ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 มาโดยตลอด, ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลในโครงการบัณฑิตคืนถิ่นเพื่อนักเรียนราชานุเคราะห์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในถิ่นทุรกันดารโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แก่นักศึกษาในระดับอุดมศึกษา, ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา, สนับสนุนมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ โดยการมอบเงินสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ต้นไม้และการปลูกป่า, โครงการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมบ้านหนองคอง และหมู่บ้านห้วยเลา จ.มุกดาหาร

ด้านสาธารณสุข กรุงเทพประกันภัยได้ร่วมกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลแก่ผู้เจ็บป่วยในพื้นที่ชนบท จ.สกลนคร, มุกดาหาร และในจังหวัดอื่นๆ, ผู้บริหารและพนักงานจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีในโอกาสครบวาระแห่งการดำเนินกิจการให้แก่ศูนย์รับบริจาคโลหิต สภากาชาดไทย, สนับสนุนโครงการนภาแพทย์ ด้วยการมอบเงินสมทบทุนจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินที่ห่างไกลสถานพยาบาล รวมถึงการขนส่งโลหิตและอวัยวะในการช่วยชีวิตให้กับสภากาชาดไทย

และที่ค่อนข้างเป็นที่กล่าวถึงอยู่เสมอคือการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการอนุรักษ์ศิลปกรรมไทย ทั้งโบราณสถาน และโบราณวัตถุ อาทิโครงการบูรณะเจดีย์ภูเขาทอง โดยกรมศิลปากร รวมถึงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุล้ำค่ากว่าหนึ่งพันชิ้นบนชั้น 32 ของอาคารกรุงเทพประกันภัย เป็นอาทิ

“ผมเริ่มเก็บสะสมโบราณวัตถุมาตั้งแต่เมื่อ 25 ปีที่แล้วเพราะเห็นว่าคนต่างชาติซื้อของเก่าของบ้านเราไปมาก อย่างเช่นที่จ.ตากหลังจากขุดพบ มีคนเอาออกขาย เมื่อกรมศิลป์ฯ เข้าไปถึงก็เหลืออยู่แค่ 5-10 % ซึ่งของพวกนี้ที่เขาเอามาขาย ตามกฏหมายก็ต้องถือว่าขโมยมาขาย ตอนแรกเราก็ไม่เคยเห็นของดีขนาดนี้มาก่อน เราก็ไม่มั่นใจว่าอันนี้ของแท้หรือของปลอม ต้องส่งคนไปศึกษา ชาวญี่ปุ่นก็มาซื้อไปเยอะ เรารู้สึกเสียดายว่าของที่พบอย่างนี้เป็นมรดกไทย แต่กลับไปอยู่ในต่างประเทศ จึงพยายามเข้าไปแย่งซื้อกับเขาเพื่อเก็บของไว้ที่เมืองไทย”

“จากที่เราซื้อมาเมื่อ 25 ปีที่แล้ว และมีเป็นจำนวนมาก จึงควรเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ อันที่จริงเปิดเป็นห้องก็ได้ เพื่อให้เขาเข้ามาดู เพราะถ้าเราเก็บไว้ดูเอง มันก็ดูอยู่ได้แค่ไม่กี่คน ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับรุ่นเด็กๆ ถ้าเราอยากให้นักศึกษาได้เข้ามาดูของเราก็ควรจะเก็บไว้ในที่ที่เขาเข้ามาดูได้ นั่นคือความคิดที่มีมาตั้งแต่สมัยนั้น”

“สิ่งแรกที่เราคิดคือจะเป็นการตอบแทนสังคม แต่ไหนๆ เราทำอยู่แล้วเราก็ต้องนำมาสื่อสารให้คนทั่วไปเขารู้ อย่างหนึ่งเราคิดว่าฐานะการเงินของบริษัทก็อยู่ในที่ที่ดีกว่าคนทั่วไปเยอะ เราก็น่าจะเข้าไปช่วยยกระดับคนที่ยากจนกว่าเรา”

“ผลที่ได้รับมาจากความสุขในการที่ให้ เห็นว่าคนที่ได้รับเขาก็มีความสุข เราคิดว่าถ้าบริษัทมีกำไรที่ดี ก็น่าที่จะทำอะไรคืนสังคม แม้ว่ารัฐบาลจะเก็บภาษี ก็ควรที่จะเอาเงินภาษีตรงนี้เข้าไปพัฒนา แต่เราก็ถือว่ารัฐบาลคงไม่สามารถดูแลได้ในทุกกลุ่ม ถ้าหลังจากเราเสียภาษีแล้วเรายังมีกำไร พนักงานมีเงินเดือนเหลืออยู่เกินจำเป็น จึงนำเข้ามาช่วยในสังคม ธุรกิจของแต่ละบริษัท เงินที่เราได้รับมันก็มาจากสังคม มาจากเงินของคนทั่วไป ก็เท่ากับว่าเราก็มีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายก็จะเป็นกำไร รายได้เราก็ได้มาจากคนที่มีฐานะทางการเงินดี เพราะว่าเขาต้องจ่ายเบี้ยประกัน เขาจ่ายแล้วเราหักไปแล้วยังมีกำไรอยู่ เราก็ควรที่จะนำตรงนี้มาช่วยคนที่มีฐานะด้อยกว่า ถ้าเราจะมาเปรียบเทียบเป็นโรบินฮู้ดก็ได้ คือเอามาช่วยคนจน”

ซึ่งปณิธานหนึ่งในการเป็นโรบินฮู้ดแบบฉบับของเขาและองค์กรสามารถสื่อความหมายของการให้ได้ง่ายๆ และทุกคนก็มีสิทธิที่จะปฏิบัติตาม

“การให้ หมายถึง การมอบความปรารถนาดีและมอบสิ่งดีๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อบุคคล องค์กร มูลนิธิ หรือหน่วยงานต่างๆ ของสังคม ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นรูปของตัวเงินหรือทรัพย์สินเสมอไป แต่ควรคำนึงถึงความต้องการและประโยชน์สูงสุดที่เขาเหล่านั้นจะได้รับมากกว่า”

Related contents:

You may also like...