ประเสริฐ บุญสัมพันธ์

รัฐวิสาหกิจก้าวไกล คืนกำไรสู่สังคม

จากประสบการณ์การทำงานในฐานะนักวิเคราะห์ที่บริษัทน้ำมันข้ามชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2520 และผันมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ที่บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด หลังจากนั้น ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ก็เข้ามาทำงานที่ ปตท. สั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งหัวหน้ากอง เติบโตในหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง ก้าวเป็นผู้จัดการฝ่าย ผู้ช่วยผู้ว่าการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดหรือซีอีโอของบริษัทพลังงานแห่งชาติ ที่มีความสำคัญที่สุดต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2546 ด้วยวัยเพียง 51 ปี

ปณิธานแรกที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. คนนี้ยึดมั่นคือการสานต่อความตั้งใจของผู้บริหารในอดีตให้สำเร็จ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่บริษัทพลังงานแห่งชาติในทันทีที่เข้ารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของ ปตท.ซึ่งอยู่ในช่วงหลังการแปรรูปหมาด ๆ ก็คือการมุ่งนำ ปตท.ให้ก้าวสู่องค์การแห่งความเป็นเลิศ (High Performance Organization) เพราะนับแต่ ปตท.เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้ถูกจับตามอง ถูกตรวจสอบจากทุกฝ่ายมากขึ้น ทั้งนักลงทุน ผู้ถือหุ้น สถาบันการเงิน นักวิเคราะห์ ตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ

การที่จะทำให้ ปตท.ก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ ในเบื้องต้นต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร โดยหันมามุ่งเน้นที่ผู้มีส่วนได้เสีย (Stake Holder) เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) หัวใจสำคัญสำหรับองค์กรที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่แสดงถึงการมีคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือทำให้คน ปตท.มีจิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่นที่จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประเทศมีความมั่นคงทางด้านพลังงาน รวมถึงการตอบแทนสังคมและประเทศชาติ (Corporate Social Responsibilities) อย่างชัดเจน

“ผมกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่า ณ วันนี้ ปตท.เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ให้เป็น 1 ใน 500 บริษัทชั้นนำของโลก และยังสามารถคว้ารางวัลเกียรติยศในรอบปีที่ผ่านมาได้มากกว่า 10 รางวัล อาทิ Finance Asia, Business Week, Forbes Global, Asia Money, FORTUNE 500, The Asset และ SET Awards

“การแปรรูปและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นบริษัทมหาชน ไม่ได้ทำให้ ปตท.เป็นบริษัทที่มุ่งหวังกำไรสูงสุด (Maximize Profit) เพราะไม่ใช่หลักการที่เหมาะสมกับ ปตท. ปรัชญาการทำงานของ ปตท. คือการสร้างสมดุลให้เกิดระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกภาคส่วน ซึ่งไม่ได้หมายถึงเฉพาะผู้ถือหุ้น ปตท.เท่านั้น”

ปัจจุบัน ปตท.ยังคงมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงพลังงาน มีรัฐเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกือบ 70% ดังนั้นนอกเหนือจากเป้าหมายในการทำธุรกิจเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ การสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับสากล และมีการกำกับดูแลที่ดีเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนแล้ว ปตท.ยังคงมุ่งมั่นดูแลและเกื้อกูลสังคม สิ่งแวดล้อม ความสำเร็จของ ปตท.ส่วนหนึ่งมาจากการบรรลุเป้าหมายของการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

โดยภายใต้การดำเนินงานร่วมกับประชาชน เครือข่ายชุมชน หน่วยงานภาครัฐ/เอกชน องค์กรพัฒนาเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ภายใต้แนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน เพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน อันจะก่อให้เกิดผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว โดย ปตท.ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ อาทิ

ด้านสิ่งแวดล้อม นับจากที่ ปตท.ได้ทำพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายแปลงปลูกป่าหนึ่งล้านไร่ตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2545 ปตท.ยังคงสนับสนุนการดูแลรักษาป่าร่วมกับชุมชนรอบพื้นที่ป่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านโครงการเสริมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า, โครงการอาสาสมัครป้องกันไฟป่า, โครงการยุวชนปตท.รักษาป่า, โครงการหมู่บ้านปตท.พัฒนา, โครงการทองผาภูมิตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี, โครงการรางวัลลูกโลกสีเขียว, โครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสนองพระราชประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้ และส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ

ด้านการศึกษา หัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ อาทิ โครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน, โครงการก่อสร้างอาคารเรียนและอาคารห้องสมุด ปตท.พลังไทย เพื่อไทย 20 แห่ง, สนับสนุนการจัดสร้างอาคารเรียนขนาด 2 ชั้น 8 ห้องเรียน ให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนในเขตภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 14 แห่ง

ด้านศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมการพัฒนาศิลปกรรมและการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติเสมอมา เช่น การจัดประกวดและแสดงผลงาน ‘ศิลปกรรม ปตท.’ ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ขยายผลสู่ภูมิภาคด้วยจัดการประกวดศิลปกรรม ปตท.เยาวชนภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ปตท.ได้สนับสนุนด้านกีฬา ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง 3 ปี ปีละ 30 ล้านบาท, ส่งเสริมกีฬาวิ่งมาราธอน สนับสนุนการแข่งขัน ‘ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ’ ร่วมกับ จังหวัดขอนแก่น และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ด้านสังคม และชุมชน ปตท.ได้ดำเนินโครงการสร้างชุมชนเข้มแข็งขึ้นที่ชุมชนห้วยเขย่ง จ.กาญจนบุรี บ้านหนองแฟบและชุมชนมาบชลูด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ส่งเสริมให้ชุมชนรู้จักปัญหาของตนเอง รู้จักร่วมกันหาทางแก้ปัญหาของตนเอง และดำเนินกิจกรรมด้านอาชีพแบบพึ่งตนเอง โดย ปตท. เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้เบื้องต้น ปัจจุบันมีกลุ่มชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

“ความฝันของผมไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหรือออกไปแล้ว ผมต้องการเห็น ปตท.เป็นบริษัทพลังงานไทยที่เป็นผู้นำในภูมิภาค และต่อไปเราจะก้าวเป็น Thai Premier Multinational Company ซึ่งจะต้องพัฒนาศักยภาพกลุ่ม ปตท.ไปสู่ความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง ความแข็งแกร่ง ความมั่นคงของ ปตท.จะช่วยลดช่องว่างทางสังคมได้มาก สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ทำให้สังคมไทยได้ใช้พลังงานอย่างพอเพียงในราคาที่เป็นธรรม หรือถูกกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งคนของ ปตท. ถูกสร้างมาให้ทำธุรกิจควบคู่กับสังคม และยึดมั่นมาโดยตลอด เราแข็งแรง เศรษฐกิจไทยแข็งแรง ”

Related contents:

You may also like...