เคิร์ท ว๊าซไฟท์ล

131 ปีแห่งความภูมิใจของโอเรียนเต็ล

กว่าสี่ทศวรรษแล้วที่ชายหนุ่มชาวเยอรมันได้เดินทางไกลจากอีกซีกโลกหนึ่งเข้ามาสัมผัสและมีชีวิตอยู่ในเมืองไทย ด้วยมนต์เสน่ห์ของความเป็นไทยที่ส่งกลิ่นอายไปจูงใจเขาถึงเมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยความงามจากสาวไทยผู้เพียบพร้อมในตระกูลเก่าแก่ กระทั่งกลายเป็นแรงผลักดันให้ในที่สุดเมืองไทยได้กลายเป็นบ้าน เป็นที่ทำงานอันเปี่ยมสุข สิ่งสำคัญคือเป็นที่ตั้งขององค์กรที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

ด้วยเหตุผลจากการทุ่มเททำงานอย่างหนักหน่วงและละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอนของงานบริการ ประโยคที่ว่า ลูกค้าคือพระเจ้า มิอาจสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจใดๆ ได้ หากเพียงผู้ให้บริการไม่ศรัทธาในพระเจ้าองค์นั้น ซึ่ง มร.เคิร์ท ว๊าซไฟท์ล ผู้จัดการใหญ่ โรงแรมโอเรียนเต็ล สามารถทำให้ทั้งลูกค้า และพนักงานของโรงแรมโอเรียนเต็ล ได้รับและมอบความประทับใจซึ่งกันและกัน เฉกเช่นที่เคยเป็นมาตลอด 13 ทศวรรษ

โรงแรมอันมีประวัติความเป็นมายาวนานนาม “โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ” นับถึงตอนนี้ย่างเข้าสู่วัย 131 ปี เสมือนหนึ่งวัตถุโบราณล้ำค่าที่ยังคงความงดงาม และเพียบพร้อมด้วยประโยชน์ใช้สอย เป็นมรดกตกทอดจากคนรุ่นก่อนที่รักการบริการ มาจนถึงรุ่นที่ มร.เคิร์ท เข้ามารับหน้าที่บริหาร คงไม่ผิดนักที่เขาจะเป็นเหมือน ‘เจ้าของบ้าน’ ผู้รอคอยแขกหน้าใหม่ รวมถึงเพื่อนเก่าที่เคยพบเจอย้อนกลับมาเยี่ยมเยือนบ้านของเขาอีกครั้ง เขาเปรียบโรงแรมแห่งนี้เป็น ‘แจกันสมัยราชวงศ์หมิง’ ที่เขามีหน้าที่ดูแลทะนุถนอมเพื่อไม่ให้มีรอยร้าว และยังเป็นที่ไว้วางใจจากบุคคลระดับสูงจากทั่วทุกมุมโลกเสมอมา

รางวัลเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีคุณภาพขององค์กร กอปรกับสะท้อนความสามารถของหัวหน้างาน รวมถึงพนักงานทุกคนที่มีส่วนร่วมให้ชื่อของ โอเรียนเต็ล ถูกจารึกบนถ้วยรางวัลเกียรติยศจากสถาบันต่างๆ มากมาย ซึ่งล่าสุด มร.เคิร์ท เพิ่งได้รับมอบรางวัล Lifetime Achievement Award โดยสถาบัน Hotel Investment Conference Asia Pacific (HICAP) มอบแด่ผู้บริหารระดับสูงที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมการโรงแรม เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจในการทำงานเพื่อสร้างและรักษามาตรฐานการยอมรับจากทั่วโลกให้กับโรงแรมคู่บ้านคู่เมืองของไทยตลอดไป

ไฮคลาส : อะไรคือปัจจัยสำคัญในการบริหารจัดการโรงแรม
ความเสมอต้นเสมอปลายคือองค์ประกอบหลักในการบริหารงานโรงแรม ซึ่งมีอยู่ 4 องค์ประกอบที่ทำให้โอเรียนเต็ลได้รับความสำเร็จก็คือ ความเสมอต้นเสมอปลายของ

1. ตัวผมเองซึ่งก็เริ่มต้นมาเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้วในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป
2. พนักงานของที่นี่ทำงานอยู่กับโอเรียนเต็ลโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 15 ปี มีพนักงานประจำ 800 คน พนักงานไม่ประจำ 400 คน
3. แขกที่มาเป็นแขกประจำ เป็นแขกหน้าเดิม คือไปแล้วกลับมาใช้บริการของเราอีก บางคนก็มาตั้งแต่พ่อจนกระทั่งรุ่นลูก รุ่นลูกแล้วก็มาเป็นรุ่นหลาน
4. กลุ่มอิตัลไทยเป็นเจ้าของหลักในการบริหารด้วย

และพออยู่กันนานขนาดนี้ก็มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่าง 4 องค์ประกอบนี้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างพิเศษที่องค์ประกอบเหล่านี้จะอยู่ด้วยกันได้นานเพียงนี้

โดยพนักงานและทีมบริหารก็มีเป้าหมายเดียวกันคือทำให้แขกพอใจ สามารถเข้าถึงความต้องการของแขกที่มาพักโรงแรมของเราได้ เมื่อแขกรู้สึกพึงพอใจ เราก็ได้รับการยอมรับ

อีกอย่างหนึ่งก็คือ การได้อยู่ที่ประเทศไทย คนไทยเป็นคนที่มีใจบริการเป็นนิสัย สร้างความประทับใจให้คนที่พบเห็นโดยเฉพาะชาวต่างชาติ อันนี้คืออีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้

องค์ประกอบ 4 อย่างข้างต้น คือการสร้างให้เกิดการยอมรับ เกิดความไว้วางใจ ความมีมารยาทของคนไทย จึงทำให้เราได้รับการยอมรับซึ่งเป็นองค์ประกอบของความสำเร็จที่ดี ในโรงแรมอื่นไม่มีองค์ประกอบหลัก 3 อย่างนี้ จึงทำให้โอเรียนเต็ลเป็นโรงแรมอันดับต้นๆ ของโลก และที่สำคัญสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับโอเรียนเต็ลทุกที่ แต่เกิดขึ้นที่โอเรียนเต็ลเมืองไทยเท่านั้น มันเกิดขึ้นจากการค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป

ไฮคลาส : ทำไมถึงเกิดขึ้นได้เฉพาะที่โอเรียนเต็ลเมืองไทย
น้อยครั้งมากที่ GM. จะมาอยู่ในโรงแรมเลย มีครอบครัว แต่ผมก็ได้ตัดสินใจว่าต้องมาอยู่ที่นี่ ผมมาอยู่ที่นี่ตลอด 25 ปี และเมื่อ 12 ปีที่แล้วก็ได้ย้ายไปอยู่ฝั่งศาลาไทย (Sala Rim Naam, The Oriental Spa ฝั่งธนบุรี) และผมก็เพิ่งย้ายออกไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เท่ากับว่าอยู่ประจำการ 24 ชั่วโมงเลย หากมีเหตุการณ์ที่คนอื่นไม่สามารถแก้ไขได้ ผมก็สามารถเข้ามาแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง เมื่อเป็นเช่นนี้พนักงานก็จะรู้สึกเกรงใจ ไม่กล้าทำนอกลู่นอกทาง เหมือนกับว่าผมอยู่ที่บ้านผมและมีคนมาทำงานให้

พนักงานที่รักงานบริการไม่สามารถมีองค์ประกอบเช่นนี้ได้ที่อื่นในโลกนอกจากที่เมืองไทย เป็นที่กล่าวขานของแขก และแขกก็จะชื่นชมว่าความมีมารยาทของคนไทยมาจากจิตและวิญญาณ มันไม่ได้ถูกสอนให้เป็น ต่างกับคนเยอรมัน หากเราให้เสิร์ฟกาแฟเขาก็จะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นทาส แต่ถ้าให้เขาไปมุดใต้ท้องรถ ซ่อมรถตัวเลอะคราบน้ำมัน เขารู้สึกโอเค ผมว่ามันเป็นธรรมชาติของคน

คนไทยเป็นคนที่รักงานบริการ ซึ่งโรงแรมเราก็มีการอบรมอยู่ประจำ และได้รับคำชมจากแขกที่มาใช้บริการว่าดีอย่างนู้นดีอย่างนี้ พอได้รับคำชมแบบนี้หลายๆ ครั้ง หรือทำดีหลายๆ ครั้งก็กลายเป็นนิสัยไปโดยปริยาย

การที่เราเปิดบริการมาแล้ว 130 ปี ก็ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้ ประกอบกับหลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 คนก็จะกลับไปรู้สึกดีกับสิ่งเก่าๆ สิ่งที่มีมายาวนาน รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันมีคุณค่า ซึ่งการผันเปลี่ยนนี้ก็สอดคล้องกับสิ่งที่โอเรียนเต็ลมีอยู่

การที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซึ่งไม่ใช่แม่น้ำทั่วไปแต่เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาก็เป็นข้อดี เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายประวัติศาสตร์และสายสำคัญของกรุงเทพฯ มีกิจกรรมที่เกิดขึ้นบริเวณริมแม่น้ำมากมาย โอเรียนเต็ลก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่สร้างสรรค์กิจกรรมริมน้ำขึ้นมา การได้อยู่ในตำแหน่งนี้มันเหมือนกับการที่เราได้ไปนั่งชมการแสดงบรอดเวย์ มีทิวทัศน์ที่เห็นกิจกรรมต่างๆ ของโรงแรม มันก็คือการให้ความบันเทิงกับแขกที่มาพักโรงแรมของเรา ทั้งหมดพอรวมแล้วมันคือสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก สิ่งที่ผมต้องทำก็คือทำให้มีความสม่ำเสมอ และป้องกันไม่ให้ของมีค่าที่เป็นองค์ประกอบมันเสียหายแตกร้าวเหมือนกับการดูแลแจกันสมัยราชวงศ์ หมิงอันล้ำค่า ป้องกันไม่ให้มันแตกหรือหล่น

ไฮคลาส : เหมือนกับเป็นบ้านของคุณ คุณอยู่ที่นี่ตลอดแทบจะไม่มีวันหยุด จึงสามารถเห็นจุดบกพร่อง
เห็นสิ่งที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงได้ตลอดเวลา
ใช่ แต่ไม่ใช่ผมคนเดียว พนักงานเขาก็เป็น รู้สึกเหมือนกับเราเป็นเจ้าของ พนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของ ตัวผมเองก็รู้สึกเช่นกัน บางครั้งผมก็จะมีปัญหากับเจ้าของซึ่งเป็นนายจ้าง เพราะการตัดสินใจไปก่อนโดยไม่ปรึกษาผู้บริหารของเครือโอเรียนเต็ลฯ โดยลืมและรู้สึกไปเองว่าเป็นโรงแรมของผม ผมรู้สึกว่าตัวเองมีความเป็นเจ้าของ พนักงานของผมก็รู้สึกมีความเป็นเจ้าของ และเนื่องจากที่นี่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย มีดารานักแสดงมาพัก บุคคลมีชื่อเสียงมาที่นี่ มีงานแต่งงาน มีแฟชั่นโชว์ มีความตื่นเต้นตลอดเวลา บ่อยครั้งที่พนักงานจะไม่ได้กลับบ้านเลย และพนักงานที่อยู่มานานก็มีความรู้สึกเป็นเพื่อนกัน เหมือนเป็นครอบครัวหนึ่ง

ไฮคลาส : มีอะไรมาท้าทายคุณบ้างตลอด 40 ปีที่ผ่านมา
สิ่งที่ท้าทายก็คือสถานการณ์บ้านเมืองนี่แหละ ทุกครั้งที่ประเทศดำเนินไปได้ดี โอเรียนเต็ลก็ไปได้ดีด้วย แต่ถ้ามีจุดไหนที่เป็นสถานการณ์ที่ติดขัด โอเรียนเต็ลก็จะมีการแปรผันเช่นกันอันเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมือง เช่น ช่วงที่มีการรัฐประหาร เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ประเทศก็หยุดชะงัก ธุรกิจโรงแรมก็แย่ โดยเฉพาะเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 รวมถึง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ช่วงนั้นแย่มากๆ ธุรกิจซบเซาไปเป็นปี หลังจากนั้นไม่นานนักคนก็เริ่มกลับเข้ามาใช้บริการ ทั้งแขกจากในละแวกนี้ ฮ่องกง สิงคโปร์ แต่ในยุโรปและอเมริกาจะตามมาทีหลัง เช่นเดียวกันกับโรคระบาดและภัยธรรมชาติ ซาร์, ไข้หวัดนก และสึนามิ

และที่เพิ่งผ่านมาเร็วๆ นี้ก็คือการปฏิรูปฯ แต่ครั้งนี้ไม่เสียหายเท่าไหร่ เพราะไม่มีการเสียเลือดเนื้อ ชะงัก 6 สัปดาห์ ฉะนั้นสิ่งที่ท้าทายที่สุดคือ ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ร้ายๆ ไม่ว่าจะเป็นที่มนุษย์สร้างหรือธรรมชาติสร้าง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้าทายผมทั้งนั้น ถ้าประเทศไทยไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้นโอเรียนเต็ลก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน

นอกเหนือจากเหตุการณ์ปฏิรูปแล้วสิ่งต่างๆ ก็กำลังไปได้ดี แขกต่างชาติพากันเดินทางมาเมืองไทย มีการเฉลิมฉลองการครองราชย์ 60 ปี ทำให้มีคนหลั่งไหลเข้ามา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้สิ่งต่างๆ ก็สะดุด แต่ถ้ามุมที่ผมดูนั้นตั้งแต่ที่เข้ามาทำงานที่โรงแรมนี้พอถึงจุดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็จะมีช่วงที่ตกลงเหมือนกับเส้นกราฟที่ขึ้นอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่มีจุดสะดุดตามเหตุการณ์ของบ้านเมือง โดยรวมแล้วเราก็มีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นตลอด หลังจาก 40 ปีที่ผมอยู่มานั้นพอมีเหตุสะดุดผมก็เลยชินกับมันไปแล้ว แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้แผนการทางธุรกิจของผมเสียหายหมดเลย (เคาะโต๊ะ)

ไฮคลาส : ฉะนั้นก็ไม่มีอะไรเป็นปัญหาใหญ่ของคุณอีกต่อไปแล้วใช่ไหมหลังจากที่อยู่มานานถึงสี่ทศวรรษ
หลังจากที่มีการเฉลิมฉลอง 60 ปีของการครองราชย์ฯ ประเทศไทยเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก ลงในสื่อทุกแขนง ทั้งนิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ ฯลฯ เราก็คาดหวังไว้ว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีปีหนึ่งสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และก็น่าจะเป็นอย่างนี้ไปอีกระยะหนึ่งถึงสองปี และมีคนติดต่อมาเพื่อสำรองห้องพัก จองว่าจะมาช่วงนั้นช่วงนี้ อย่าง High season แต่เมื่อเหตุการณ์ปฏิรูปฯ เกิดขึ้นสิ่งเหล่านั้นก็จบ

ไฮคลาส : เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้คุณทำอะไรได้บ้าง
ทำอะไรไม่ได้เลย สิ่งที่คุณควรจะขอให้เกิดขึ้นก็คือทำอย่างไรให้ประเทศไทยไม่ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทั่วโลก เพราะว่าการได้ขึ้นหน้าหนึ่งมันก็คือข่าวร้ายนั่นแหละไม่มีข่าวดี (หัวเราะ) มร.บลูมเบอร์กเจ้าของบลูมเบอร์ก สถานีข่าวเศรษฐกิจ เคยให้คำแนะนำกับประเทศไทยในงาน YPO : Young President Organization โดยพูดที่ร้านนอร์มังดีของโอเรียนเต็ลไว้ว่า “อย่าให้ประเทศไทยตกเป็นข่าวบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ เพราะถ้าอยู่หน้าหนึ่งแปลว่ามีแต่ข่าวร้ายทั้งนั้นแหละ” แต่เมื่อตกเป็นข่าวไประยะหนึ่งมันก็จะถูกลืม เราก็ต้องใจเย็นๆ สิ่งต่างๆ มันก็จะดีขึ้น

ไฮคลาส : แล้วองค์ประกอบสำคัญในการประสบความสำเร็จของโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ คุณเอามาใช้กับโอเรียนเต็ล ดาราเทวี เชียงใหม่อย่างไร
ตอนนี้ผมยังพูดไม่ได้ เพราะโดยปกติแล้วเวลาเราเปิดโรงแรมต้องรอสักประมาณหนึ่งหรือสองปี ให้ถึงจุดที่ได้ตั้งตัว ก็เหมือนกับธุรกิจอื่นทั่วไปที่ต้องมีเวลาสองสามปีที่จะให้เวลาทุกอย่างได้ตั้งตัว ปีแรกทุกอย่างยังคงลำบากเพราะเป็นช่วงเริ่มต้น ปีที่สองก็เช่นกัน ปีที่สามจึงเริ่มจะดูผลว่าดีหรือไม่ดี จะไปรอดหรือไม่ และหลังจากนั้นก็จะมีองค์ประกอบสำคัญคือ เจ้าของ ผู้บริหาร พนักงาน โดยเฉพาะพนักงานเท่าที่ดูแล้วเนื่องจากเป็นคนเชียงใหม่ 90% ซึ่งพื้นฐานคนเชียงใหม่งดงามเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะกิริยามารยาท อ่อนน้อม เป็นกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมแบบไทยมากที่สุด

จากมุมมองนี้ทำให้เห็นเลยว่าเรื่องของพนักงานไม่เป็นปัญหา และเขาก็ภูมิใจและมีความสุขในสถานที่ที่เขาทำงาน เป็นโรงแรมที่ไม่เหมือนใคร มีลักษณะพิเศษ แขกที่ไปก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันหากจะสร้างสิ่งที่มีลักษณะนี้เป็นเรื่องยาก การอยู่เชียงใหม่ค่อนข้างลำบากไม่เหมือนกับการที่ไปทำที่ลาสเวกัส, มอนติคาโร, ลอนดอน

แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่เชียงใหม่นั้นไม่เหมือนเมืองใหญ่ๆ ข้างต้น ดาราเทวีต้องเป็นจุดหมายปลายทางด้วยตัวของมันเอง จะไปพึ่งเมืองเชียงใหม่ก็ไม่ได้ ก็เลยทำให้ตอนนี้สายการบินที่บินมาลงเชียงใหม่นั้นมีสายการบินระหว่างประเทศเพียงสายเดียวคือการบินไทย ทำให้คนที่จะมาจากฮ่องกงแทนที่จะใช้เวลา 2 ชั่วโมงก็กลายเป็นครึ่งวันเพราะต้องมาลงที่กรุงเทพฯ แต่ตอนนี้ก็สะดวกขึ้นเพราะที่สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศกับภายในประเทศนั้นเป็นอาคารเดียวกัน แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็น่าจะให้มีสายการบินอื่นๆ มาลงที่เชียงใหม่มากขึ้น

และอนาคตเชียงใหม่ก็จะมีโรงแรมหรูเพิ่มขึ้นมาโดยมีแชงกรีลา รวมถึงเมอริเดียนก็จะเปิด คาดว่าปีหน้าในช่วง High season ที่โรงแรมเหล่านี้เปิดก็น่าจะมีไฟล์ทจากสิงคโปร์หรือฮ่องกงมาลง และทันทีที่มีไฟล์ทตรงจากสิงคโปร์หรือฮ่องกงมาลง โรงแรมของเราก็จะประสบความสำเร็จไปโดยปริยาย

ไฮคลาส : สิ่งหนึ่งที่ถ้าใครได้รู้ว่าคุณมาอยู่ในตำแหน่งนี้ 40 กว่าปีในฐานะ GM. ก็ต้องสงสัยบ้างว่าทำไมมาอยู่ได้นานขนาดนี้
เป็นเพราะว่าผมไม่ได้อยากจะไปไหน ผมอยากอยู่ที่นี่

ไฮคลาส : ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคุณเลยหรือ
ใช่ เคยถูกทาบทามให้ไปอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของแมนดารินโอเรียนเต็ลหลายครั้งแต่ผมก็ปฏิเสธ ผมไม่อยากจากไปจากที่นี่ ครอบครัวผม ภรรยาผมเป็นคนไทยก็อยู่ที่นี่ ฉะนั้นทุกอย่างมันก็อยู่ที่ผม เพราะผมเป็นคนเลือกทางนี้เอง ผมเคยไปดูดวงอยู่ที่หนึ่ง หมอดูบอกว่าคุณต้องอยู่ใกล้ๆ น้ำ คุณจะมีความสุขและจะประสบความสำเร็จ

ผมอยู่ที่นี่มา 40 ปีแล้ว แต่งงานมาก็ 40 ปี ผมมักจะพูดล้อเล่นเสมอว่า “ภรรยาผมเป็นเมียหลวง ส่วนโรงแรมเป็นเมียน้อย” พอดีผมได้เจอสิ่งที่ชอบก็เลยอยู่ได้นาน ไม่เหมือนกับคนอื่นที่อยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบเลยอยู่ได้ไม่นาน ทางฝ่ายเจ้าของเขาเทคแคร์ผมดีมาโดยตลอด พนักงานก็เต็มที่กับงาน ทำให้ตำแหน่งของผมมันก็ไม่ได้ยากเย็น มันง่ายมาก ถ้าผมมีพนักงานดีผมก็จะเป็น GM. ที่ดี แต่ถ้าเกิดผมมีพนักงานที่แย่ผมก็จะเป็น GM. ที่แย่ (หัวเราะ)

ฉะนั้นพวกพนักงานนั่นแหละที่ทำให้ผมดูดี พอผมดูดีแล้วเจ้าของก็เทคแคร์ผมอย่างดี ทั้งดูแลทางด้านการเงิน การเลี้ยงดูเนื่องจากผมต้องมาอยู่ที่นี่ผมต้องกินดื่มที่นี่ ได้เดินทางไปแต่ในที่ที่ดีๆ ได้อยู่โรงแรมที่ดี ห้องที่ดีที่สุด อาหารการกินที่ดีที่สุด จากการที่ได้เดินทางนี่แหละผมก็ได้เรียนรู้ สะสมประสบการณ์และนำมาคิดย้อนกลับมาถึงโอเรียนเต็ลที่กรุงเทพฯ ว่าจะเอาไอเดียดีๆ เหมาะที่จะเอามาใช้ในกรุงเทพฯ จึงนำมาประยุกต์ใช้ แล้วจะมีอะไรดีไปกว่านี้ที่ได้เดินทาง ได้อยู่ในโรงแรมที่ดีที่สุด ทานอาหารดีๆ ทุกมื้อ เวลาผมไปไหนนอกจากที่เจ้าของดูแลค่าใช้จ่ายให้แล้ว เหล่า GM. ของทุกโรงแรมที่ผมไปก็จะดูแลกันเองเป็นอย่างดีเช่นกัน ผมอยู่เหมือนกับพระราชาเลย

ไฮคลาส : เมื่อคุณไปที่โรงแรมอื่นก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีเช่นกันหรือ
ใช่ เขาต้อนรับเราอย่างดี ในหลายๆ ที่ เช่น ทางโรงแรมโฟร์ซีซั่นมาหาเรา เราก็ให้ห้องสวีทเขา ในทางกลับกันเมื่อเราไปในที่ของเขา เราก็อยากจะเห็นอะไรที่แตกต่าง ไม่ใช่ไปอยู่เฉพาะแต่ในเชนของเราตลอด อีกอย่างหนึ่งที่วิเศษมากๆ ก็คือการได้มาเรียนรู้จากแขกนี่แหละ การได้พบเจอและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นสิ่งที่ดี

ไฮคลาส : คุณแต่งงานที่เมืองไทย 40 ปีมาแล้ว และลูกๆ ของคุณก็เติบโตมาพร้อมกับภาพที่คุณทำงานหนัก
ลูกผมก็อยู่กับผมจนอายุ10 ขวบ หลังจากนั้นผมก็ส่งไปอยู่โรงเรียนกินนอนในต่างประเทศหมด

ไฮคลาส : เขาเห็นคุณทำงานหนักอยู่ที่นี่ เขาวิ่งเล่น ร้องไห้ และเติบโตมาพร้อมกับโรงแรม
ปัญหาหนึ่งก็คือเขาจะถูกสปอยล์เหลือเกินเมื่ออยู่ที่นี่ ไปไหนในฐานะลูก GM. พนักงานก็จะให้ขนม ให้เค้ก ให้โค้ก คุกกี้อยู่ตลอดเวลา ผมก็มักจะเขียนบันทึกบอกพนักงานว่าถ้าเห็นลูกของผมอย่าให้ขนม ให้เค้ก หรือโค้กกับเขา แต่มันก็ไม่มีทางได้ผลหรอก เพราะว่าคนไทยพอเห็นเด็กก็จะให้อยู่แล้ว ผมส่งบันทึกวันละร้อยฉบับก็ยังไม่ได้ผลอยู่ดี (หัวเราะ)

ไฮคลาส : คุณได้วางแผนให้ลูกตามรอยคุณหรือเปล่า
มี 2 คนที่เรียนมาทางด้านนี้ ลูกสาวคนโต (อินคา)ไปเรียนการโรงแรมที่โลซาน สวิตเซอร์แลนด์ ลูกชาย(คิม) ก็ไปเรียนการโรงแรมที่คอร์แนล (สหรัฐอเมริกา) ส่วนลูกสาวคนเล็ก (คาร์ล่า) ทำงานเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ด้านแฟชั่นให้กับ Yohji Yamamoto design house อยู่ในนิวยอร์ก ผมบอกลูกว่า “อย่า…อย่ามาเข้าวงการนี้ งานมันหนัก (หัวเราะ)”

ไฮคลาส : แต่ทำงานหนักมันก็มีความสุขไม่ใช่หรือ
งานของผมก็เป็นเหมือนงานอดิเรก ฉะนั้นผมทำงานหนักแต่ผมก็มีความสุขกับมันทุกวินาที ผมโชคดีแล้วที่ผมไม่ได้เป็นทันตแพทย์ ไม่ต้องมาจัดฟันให้กับลูกค้าทุกวัน (หัวเราะ) หรือเป็นทนายฟ้องหย่าที่ต้องเจอกับคู่สามีภรรยาที่ทะเลาะกันตลอดเวลา ผมว่าถ้าต้องไปทำแบบนั้นผมว่าไม่ทำอะไรเลยดีกว่า

ไฮคลาส : ตอนนี้กรุงเทพฯ จะมีโรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกเยอะ น่าจะมีการแข่งขันที่ร้อนแรงมากกว่าเดิม
โอเรียนเต็ลจะมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไรบ้าง
นักธุรกิจทุกคนก็ยอมรับกับผมว่าการแข่งขันเป็นเรื่องที่ดี เราจะไม่มีตัวตนอย่างที่เป็นอยู่อย่างในปัจจุบันได้ถ้าหากไม่มีการแข่งขัน ถ้าไม่มีเพนนินซูลา แชงกรีลา สุโขทัย ไฮแอท หรือโฟร์ซีซั่น ทุกครั้งที่มีโรงแรมใหม่เปิดขึ้นมาเราก็รู้แล้วว่ากำลังมีคนหายใจรดต้นคอเราอยู่ เราก็ต้องทำงานให้หนักขึ้น ผมก็ต้องไปคุยกับเจ้าของว่า ผมต้องใช้เงินแล้วนะ ทำนู่นทำนี่ ปรับปรุงใหม่ สร้างร้านอาหารใหม่ ฉะนั้นใน 7-8 ปีที่ผ่านมาเราเสียเงินไปประมาณ 90 ล้านดอลลาร์ในการ Renovate โรงแรมของเรา ซึ่งเจ้าของคงไม่ให้เงินผมมาลงทุนหรอกถ้าไม่มีคู่แข่ง และทำให้เราต้องพยายามมากขึ้น

การที่มีโรงแรมเพนนินซูลาอยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นจุดที่บังพระอาทิตย์ตกดินก็ทำให้เรารู้ว่าเราต้องปรับปรุงตัวอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นการแข่งขันเราเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และก็จะเป็นเครื่องบ่งบอกได้ด้วยว่าอันที่ดีที่สุดเท่านั้นแหละที่จะอยู่ได้ และอันที่ไม่ดีก็จะไปไม่รอด เหมือนกับการที่เราอยู่ในป่า9hv’gvk9y;ivf

ไฮคลาส : จะมีเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ หรือเปล่า
แน่นอน

ไฮคลาส : ในกรุงเทพฯ มีพื้นที่เพียงพอหรือ
มีสิ เมื่อไม่กี่วันนี้ก็มีข่าวว่าโรงแรมแคมพินสกี (Kampinski) เซ็นสัญญาจะสร้างโรงแรมอยู่ด้านหลังสยามพารากอน บ้านที่อยู่ตรงสถานทูตฝรั่งเศสนี่ก็มีหลายรายที่เหล่ๆ ไว้ว่าจะแปลงเป็นโรงแรม และฝั่งตรงข้ามก็มีโรงแรมหลายกลุ่มมาดูเล็งๆ ว่าจะสร้างโรงแรมใหม่ และในที่สุดแล้วมันก็จะมีโรงแรมใหม่ผุดตามมา

คนรวยทั้งหลายก็อยากจะมีโรงแรมเป็นของตัวเอง เป็นสิ่งที่เราอยากจะคุยกับเพื่อนว่ามาจัดงานแต่งงานลูกคุณที่โรงแรมเราสิ มากินร้านอาหารฝรั่งเศสในโรงแรมเราสิ ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจชั้นนำมันก็จะช่วยให้มีโรงแรม ไม่ใช่เฉพาะที่เมืองไทยนะ แต่เป็นเทรนด์ไปทั่วโลกที่คนมีเงินต้องการจะมีโรงแรมเป็นของตัวเองและต้องเป็นโรงแรมระดับห้าดาว

ไฮคลาส : ถ้าให้ลำดับโรงแรมในโลก คุณว่าจะอยู่ในลำดับที่เท่าไหร่
หนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก ถ้าในกรุงเทพฯ ก็ดีที่สุดในกรุงเทพฯ เพราะราคาที่เราชาร์ตอยู่นั้นมันประมาณสองเท่าของหลายๆ ที่

ไฮคลาส : คุณเป็นคนนำเอาระบบการชำระเงินในสกุลดอลลาร์มาใช้และกลายเป็นมาตรฐานการชำระเงินในโรงแรมชั้นนำของไทย
เรามีการประชุมกับ 10 โรงแรมชั้นนำเพื่อตัดสินว่าจะใช้ระบบ US ดอลลาร์หรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นที่เงินบาทลอยตัวแทบไม่ต้องคุยเลย ต้องเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแน่นอน ซึ่งการประชุมนั้นก็เป็นการประชุมที่สั้นมากเลยนะ (หัวเราะ)

ไฮคลาส : กับรางวัลที่คุณและโรงแรมได้รับ มีความหมายว่าอย่างไร
มันคือผลพลอยได้จากงานที่เราทำนั่นเอง และมันได้กลายเป็นที่ยอมรับ ก็เมื่อปี ค.ศ.1981 เราได้รางวัลโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก เมื่อตอนนั้นไม่มีใครคาดฝันว่าจะได้รับรางวัลนี้ สิ่งนั้นเกิดจากลูกค้าที่มาพักและบอกต่อ ใครๆ ก็สามารถบอกได้ว่าโรงแรมของเราดีที่สุด แต่ถ้าลูกค้าพูดมันก็น่าเชื่อถือกว่า

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมเพิ่งไปรับรางวัลโรงแรมอันดับที่ 2 ของโลกจากเวทีเดิมคือ Institution Investor Magazine ซึ่งเป็นนิตยสารที่ส่งไปถึงนักการธนาคารชั้นนำทั่วโลก ซึ่งมันก็มีความหมายมากกับเรา เพราะว่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่นิวยอร์ก ไม่ใช่ลอนดอน ไม่ใช่ปารีส ที่เป็นศูนย์กลางของการลงทุน

ไฮคลาส : และรางวัลหนึ่งคือความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระราชวงศ์ในการถวายงานด้วยหรือเปล่า
ใช่ อยู่ที่ความมั่นใจ เราได้เลือกให้ช่วยเหลืองานแก่มูลนิธิโครงการหลวงในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา เราทำงานด้วยความมั่นใจมากขึ้น เราได้ส่งหัวหน้าเชฟของเรา (โนเบิร์ต คอสเนอร์) ไปช่วยงาน หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี และโครงการหลวงเป็นที่ปรึกษาทางด้านผลิตผลเมืองหนาว

ไฮคลาส : คุณเพ็นนี ภรรยาของคุณเป็นญาติกับหม่อมเจ้าภีศเดช ทำให้คุณมีความใกล้ชิดและพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่หรือเปล่า
แม่ของภรรยาผม (หม่อมเจ้าศศิธรพัฒนวดี รัชนี) เป็นพี่น้องกับหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ภรรยาผมจึงเป็นหลานสาวของท่าน

แต่ที่ผ่านมานั้นเป็นความไว้วางใจจากทางราชวงศ์เพราะว่าเราจะไม่ทำงานพลาด อย่างเช่นภารกิจเมื่อวันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2549 ที่สมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินี และพระราชวงศ์จาก 25 ประเทศ เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จึงไม่สามารถที่จะให้ใครที่ไว้วางใจไม่ได้มาทำ เมื่อได้รับเลือกแล้วอย่างงานที่ผ่านมามันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร สถานที่จัดเลี้ยงพระกระยาหารค่ำนั้นก็เป็นพระที่นั่งองค์ใหม่ ห้องครัวก็ใหม่ ถ้าหากมีเหตุการณ์สำคัญๆ ที่จะเกิดขึ้น ก็จะให้คนที่คุณรู้จักและคาดว่าสามารถทำได้มาทำให้ เอาคนที่ไว้ใจมารับผิดชอบเพราะคงไม่อยากให้งานไม่สมบูรณ์แบบ หรือผิดพลาดไปจากพระราชประสงค์ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะราบรื่น ทุกคนก็สามารถจะผิดพลาดได้ ผมก็สวดมนต์อยู่ตลอดเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้น

ไฮคลาส : อะไรเป็นความผิดพลาดที่สุดที่คุณเคยทำมา และอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
สิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่าทำได้ดีที่สุดก็คือเมื่องานเฉลิมฉลอง 60 ปีการครองราชย์ฯ แน่นอนทุกพระองค์ไม่ได้มาพักกับเรา แต่ 22 พระองค์มาเสวยที่โรงแรมของเราในช่วงเวลา 3 วันนั้น ซึ่งแต่ละพระองค์ทรงมาด้วยความตั้งพระทัยเอง ไม่ได้ถูกทูลเชิญมา แต่ว่าทรงมีพระราชประสงค์มาเป็นการส่วนพระองค์ พระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินี แห่งญี่ปุ่น พระราชินีแห่งสเปน พระราชาธิบดีแห่งสวีเดนและพระราชินีก็เสด็จฯ มาด้วย ฯลฯ

ส่วนเหตุการณ์ที่ร้ายที่สุดก็คือ ปีค.ศ.1973 เกิดไฟไหม้ รวมไปถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่บริษัทเชลล์กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปเปิดแหล่งน้ำมันใน อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จไปเป็นองค์ประธานในการเปิด และโอเรียนเต็ลก็ได้รับการไว้วางใจให้จัดงานครั้งนั้น โดยเป็นการถวายพระกระยาหารกลางวัน เราก็ให้รถออกไป 4 คันตั้งแต่ตีสอง เพื่อเตรียมอาหารเลี้ยงคนจำนวนมาก รถคันหนึ่งที่ขนเสบียงไปเกิดหลง ทหารติดตามด้วยเฮลิคอปเตอร์ และไปเจออยู่ห่างไป 100 กว่ากิโลเมตร ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาสิบโมงกว่าแล้วที่จะต้องเตรียมอาหารให้พร้อม คันนี้เป็นรถที่บรรทุกอาหารจานแรกซึ่งก็คือตับห่าน แต่ในที่สุดก็สามารถเสิร์ฟได้อย่างหวุดหวิดในตอนเที่ยงกว่าๆ

มีครั้งหนึ่งเราได้จัดปาร์ตี้บนเรือให้กับบริษัทใหญ่ข้ามชาติแห่งหนึ่ง ในเวลานั้นมีเรืออยู่ 2 ลำ ลำหนึ่งเตรียมไว้สำหรับบริษัทข้ามชาติ และอีกลำสำหรับสหประชาชาติ ซึ่งงานของบริษัทข้ามชาตินั้นเป็นงานหรู มีคาเวียร์ แชมเปญ และอาหารชั้นเยี่ยม แต่งานของสหประชาติเป็นอาหารพื้นๆ ซึ่งแขกของสหประชาชาติมาถึงก่อนและขึ้นเรือที่เตรียมไว้สำหรับอีกงานหนึ่งไปแทน ถึงตอนนั้นก็สายไปแล้วทำอะไรไม่ได้ บริษัทเจ้าของงานนั้นมาเห็นสภาพแล้วไม่ยอมขึ้นเรือ เขาผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง แต่เราก็ให้เขาทุกอย่างเป็นการสมนาคุณในความผิดพลาด ที่ไม่สามารถแก้สถานการณ์นั้นได้

รวมถึงครั้งที่ เอลิซซาเบธ เทเลอร์ จะมาพักที่โรงแรมของเรา เพื่อร่วมงานการกุศลที่จัดขึ้นในเมืองไทย เขาต้องการพักห้องที่ดีที่สุดหรูที่สุด โดยเฉพาะดาราระดับนี้จะไม่ได้จ่ายเต็มราคา แต่ได้จ่ายค่าที่พักในราคาพิเศษเพราะเราได้ประชาสัมพันธ์จากเขา แต่ในตอนนั้นห้องสวีทหรูที่สุดของเราห้อง Oriental Suite ไม่ว่าง เอลิซซาเบธ เทเลอร์ ก็ไม่พอใจติว่าน่าจะบอกกันก่อน ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่มาหรอก

บางครั้งเรื่องอย่างนี้ก็เกิดขึ้น เราก็ต้องทำทุกวิถีทางอย่างดีที่สุดเพื่อเรียกความน่าเชื่อถือกลับคืนมา ถ้าหากคุณจะต้องเดินไปข้างหน้า แต่คุณจะต้องเบี่ยงทิศทางเพื่อให้ลูกค้าพอใจก็ต้องยอม และต้องใช้เวลาในการทำให้คนกลับมาไว้เนื้อเชื่อใจและเป็นลูกค้าของเราอีก

ไฮคลาส : ดูแลตัวเองอย่างไร เพราะเห็นทำงานอยู่ตลอดเวลา
ในอายุขนาดนี้ และก็ยังทำงานแบบแอคทีฟก็ต้องดูแลตัวเองสักหน่อย ผมไม่เล่นกอล์ฟ เพราะว่าต้องใช้เวลา แต่ถ้าว่ายน้ำ เทนนิส สามารถเล่นได้ จากที่ทำงานข้ามไปฝั่งศาลาไทย ผมรีบข้ามไปโดยใช้เวลาชั่วโมงเดียวไปกลับทุกวัน สำคัญมากๆ ที่ต้องเล่นกีฬา เพราะอยู่ในธุรกิจนี้ต้องกินเยอะ ดื่มเยอะ

ไฮคลาส : อาหารโปรดของคุณคือ
กินทุกอย่าง มีคนบอกผมว่า “คุณฟิตนะ” ผมก็บอกว่า “เพราะผมกินอาหารที่โอเรียนเต็ลทุกวัน” และบอกกลับไปว่า “มากินที่นี่ทุกวันแล้วคุณก็จะฟิตเหมือนผมนี่แหละ”

วันหนึ่งๆ อย่างเช่นนอกจากอาหารเช้าผมก็พยายามจะทานอาหารฝรั่งมื้อหนึ่ง อาหารไทยอีกมื้อหนึ่ง อาหารเช้าก็จะทานมะละกอกับชา กับ porridge (ข้าวโอ๊ตที่ทานกับนม)

ไฮคลาส : คุณเริ่มวันๆ หนึ่งของคุณเมื่อไหร่ และจบเมื่อไหร่
ช่วงหลังๆ มานี้ผมไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วก็เลยมาสายหน่อย มาถึงประมาณ 10 โมง เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรของกรุงเทพฯ และกลับตอนสามหรือสี่ทุ่ม

ไฮคลาส : รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไทยหรือเปล่า
(หัวเราะ) ขอบคุณที่บอกผมนะ ผมรู้สึกทั้งใช่และไม่ใช่นะ ผมอยู่ในโรงแรมนี้มันเป็นธุรกิจที่อินเตอร์ฯ มากๆ ถ้าหากผมเป็นผู้จัดการในบริษัทที่ต้องขายยาในเมืองไทยผมก็คงต้องเป็นคนไทยมากกว่านี้ แต่งานนี้มันไม่ใช่ เพราะส่วนใหญ่แขกที่นี่ก็เป็นชาวต่างชาติอยู่แล้ว แต่ในอีกทางหนึ่งผมอยู่มาตั้ง 40 ปี ก็ย่อมมีความเป็นพุทธมากกว่าแคทอลิกซึ่งก็เป็นวิถีชีวิตของผมอยู่แล้ว เมื่อคุณอยู่ที่ที่หนึ่งคุณก็จะเป็นส่วนหนึ่งของมัน ผมมาอยู่ที่นี่นานถึง 40 ปี แสดงว่าผมชอบ แต่บางคนที่มาอยู่แล้วไม่ชอบก็มี แต่สำหรับผมน่ะชอบ เช่นกันถ้าหากให้ผมไปอยู่ที่ฮ่องกงสักอาทิตย์หนึ่งผมคงแย่มาก

ไฮคลาส : คุณพูดภาษาไทยได้บ้างไหม
ไม่เลย แต่ถ้าผมไปอยู่ในที่ที่มันจำเป็นผมก็เอาตัวรอดได้ และที่นี่พนักงานก็ต้องพูดภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

ไฮคลาส : แล้วถ้าคุณรู้สึกว่ามีคนไทยกำลังนินทา
(หัวเราะ) ผมไม่สนใจ คงเป็นวิถีชีวิตของคนไทยอยู่แล้ว ที่เขาต้องนินทาคุณ ถ้าหากเขาไม่นินทาคุณสิผิดปกติ

ไฮคลาส : คุณคิดจะเกษียณตัวเองบ้างไหม
แน่นอน ผมก็คงอยู่ยุโรป 6 เดือน และที่เหลือก็อยู่เมืองไทย

ไฮคลาส : มันใกล้จะมาถึงหรือยัง
ก็ตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว ผมก็บอกว่าอีก 2 ปี อีก 2 ปี แต่มันก็ยังไม่เกิดขึ้นสักที ตอนนี้ผมก็ยังมีแรงทำอยู่ แต่เมื่อถึงเวลาที่รู้สึกอ่อนแรงทำไม่ไหวแล้วนั่นแหละผมถึงจะเกษียณ ถ้าผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมทำอยู่มันทำให้สุขภาพผมแย่ลงผมก็คงต้องเลิกเดี๋ยวนั้นแหละ ใน 40 ปีที่ทำมาผมยังไม่เคยป่วยเลย แต่ผมไม่ควรจะพูดเรื่องนั้นหรอกเพราะว่าพอพูดถึงเรื่องนั้นแล้วมันก็มักจะเป็น ประวัติครอบครัวผมก็อายุยืนอย่างนี้แหละ พ่อแม่ผมก็อยู่ถึง 80 กว่าทั้งนั้น มันอยู่ในยีนของครอบครัวผมที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง

ไฮคลาส : แต่คุณก็กระฉับกระเฉงดี
ผมยังหนุ่มอยู่เลย (หัวเราะ)

ไฮคลาส : ตั้งแต่เริ่มต้นมาคุณเคยฝันไหมว่าคุณจะมาได้ไกลถึงขนาดนี้
ตอนเด็กไม่ได้คิดเลย แค่คิดว่าให้มันสนุกไปวันๆ ผมเริ่มทำงานในลอนดอน และตัวผมเองก็เขียนจดหมายมาถึงภรรยาผมว่าไม่ชอบ สุดท้ายก็เลยถามภรรยา (ตอนนั้นเป็นแฟนกัน) ผมว่ามีงานอะไรแถวๆ นี้ให้ผมทำมั้ย สุดท้ายก็ได้มาทำงานที่นิภาลอดจ์ พัทยา แต่พ่อแม่ผมบอกว่าไม่ดีหรอก พัทยาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงว่าต้องลุยไปข้างหน้าตลอด

ผมมีคติประจำตัวเหมือนไนกี้ คือ Just do it ทำให้ดีที่สุด เมื่อเราเริ่มต้นจะประสบความสำเร็จเราก็สามารถที่จะหล่อเลี้ยงความสำเร็จที่เราได้มานั้นให้เป็นความสำเร็จในขั้นต่อไป ต้องมีความสม่ำเสมอ ทำดีที่สุด และที่สำคัญก็คือคุณต้องโชคดี สำคัญมากเลย ซึ่งผมก็โชคดีมาก และส่วนหนึ่งก็คือภรรยาผม บ่อยครั้งที่อะไรหลายๆ อย่างน่าจะไปในทางร้าย แต่มันก็กลับโชคดีและผ่านมาได้ ตลอดชีวิตของผมไม่เคยคิดถึงปีหน้า ปีถัดไป ผมจะปล่อยให้มันเกิดขึ้น และทำสิ่งที่ดีที่สุด มีโชค ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จะมาเป็นชิ้นๆ ก็เหมือนกับจิ๊กซอว์ที่ต้องเอามาต่อเรียงให้เป็นภาพ

Related contents:

You may also like...