ดร.ณัฐกฤษฏ์ ทิวไผ่งาม

ความหวังใหม่แห่งทิวไผ่งาม

เรียกได้ว่า ดร.ณัฐกฤษฏ์ ทิวไผ่งาม กรรมการบริหาร บ. ณัฐหทัย จำกัด, กรรมการผู้จัดการ บ.ทริปเปิลเอ็น จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บ.NecTech Info Sys จำกัด เป็นหนุ่มมากความสามารถ คุณสมบัติครบถ้วนทั้งการศึกษา การงาน และส่วนประกอบอื่นๆ ในชีวิตอีกมากมาย พร้อมทั้งวิธีการคิดเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตนั้น เขามองว่าการเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านจะต้องเป็นที่พึ่งสำหรับทุกคนที่เขารักให้ได้มากที่สุด

นับแต่คว้าปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางด้านกฎหมายจาก University of Wisconsin Madison สหรัฐอเมริกา กลับมาก็ได้นำเอาทุนทางปัญญาเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับธุรกิจครอบครัวซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ให้รอดพ้นเป็นผลสำเร็จและกำลังก้าวต่อไปในวิถีทางอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

“ตอนนี้ที่ทำอยู่ก็มี ทิวริเวอร์เพลส (บ.ณัฐหทัย) เป็นหลักที่หนึ่ง โรงเรียนทิวไผ่งามพี่สาว (ดร.ณหทัย) จะดูแล ผมไม่นับเป็นหน้าที่หลักของผม สองก็คือ Thew Brain School (บ.NecTech Info Sys) เป็นโรงเรียนสำหรับเด็กวัย 2-5 ขวบ เป็นช่วง Critical ที่สำคัญสำหรับการพัฒนาสมอง และอีกอันหนึ่งก็คือ รีสอร์ทที่นครชัยศรีนะครับ (บ.ทริปเปิลเอ็น) ตอนนี้กำลังจะเปิดรีสอร์ทและพิพิธภัณฑ์อยู่ที่คุณพ่อสร้างไว้ ส่วนผมทำเรื่องการตลาดและหาลูกค้ากับการ Presentation”

“นักกฎหมายจะมองอะไรได้ชัดเจน อาจจะได้เปรียบนะเพราะเราถูกฝึกมาอย่างนี้ สมมุติมีปัญหาต้องแก้ไข เป็นเรื่องผู้รับเหมาก็ดี เป็นเรื่องงานเสร็จไม่ทันก็ดี นักกฎหมายจะเห็นประเด็นแล้วว่าต้องแก้ ต้องทำอย่างไร ต้องตรงจุด นี่คือเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย แต่วิชาการที่เอามาใช้ไม่มีเลย โบ๋เลย ผมก็เศร้าๆ เหมือนกันนะครับ หลายอย่าง คือผมเรียนมาทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ”

“ก่อนกลับมาผมตั้งใจว่าจะทำงานเกี่ยวกับกฎหมาย แต่พอกลับมาก็มีเรื่องปัญหาของตึกนี้ที่เป็นของที่บ้านมันมีปัญหา เราก็เห็นแล้วว่าถ้าเราปล่อยปัญหานี้ไว้เราจะเดือดร้อน อาจถึงขั้นลำบาก เราจะปล่อยให้ปัญหาเข้ามาคุกคามที่บ้านไม่ได้ เราก็ต้องมาจับตรงนี้ ก็รู้แล้วว่าคงไม่ได้ไปทางสายวิชาชีพ อย่างน้อยต้องมาจัดการกับตึกนี้ให้เสร็จซะก่อน”

“ความเป็นไปได้ของธุรกิจ Thew Brain School ถ้าเป็นก่อนวัยเรียนจริงๆ ต้องเป็นเนอสเซอรี่ในตัวไปเลย เป็นเนอสเซอรี่และก็เปิดเป็นสถาบันพิเศษไปด้วย โดยในระหว่างวันที่เลี้ยงลูกของคุณพ่อคุณแม่ไปก็สอนให้เด็กคิด สอนให้ทำอะไรไปด้วย ถ้าเนอสเซอรี่เด็กมาเรียนกับเรา 5 วัน และจริงๆ ในวัยเด็กผมรับตั้งแต่ขวบครึ่งนะ”

“ส่วน บริษัท ณัฐหทัย เป็นชื่อของพี่สาวผมกับผม (หัวเราะ) คุณพ่อคุณแม่เป็นคนตั้ง ตั้งแต่ก่อนผมจะกลับมาจากเมืองนอก ตึกนี้ก็ชื่อของบริษัทดูแลอยู่แล้ว ชื่อ ณัฐกฤษฏ์ กับ ณหทัย แต่ทุกคนจะเข้าใจว่าเป็นบริษัท ณหทัยหมด โดนพี่สาวข่ม ขนาดมาทีหลังนะครับ อยู่ทีหลังแต่ว่าดังกว่า (หัวเราะ)”
“มาถึงตรงนี้ผมคิดว่าผมชอบนะครับ ถ้าทำกฎหมายผมก็คงไม่ว่าความเอง คงเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย ให้คำปรึกษา มองภาพโดยรวม ตอนนี้รู้ตัวเองเลยว่าชอบทำธุรกิจ ชอบหาเงิน อยากรวย ถามว่าอยากรวย อยากได้เงินหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ แต่ว่าความฝันบางอย่างของคนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะตอบว่าต้องใช้เงินซื้อมา

“หลักการการทำงานของผมผมเป็นคนชอบออกกำลังกายนะครับ หลักการทำงานเหมือนการออกกำลังกาย เคยได้ยินคำว่า No play No game มั้ยครับ ถ้าไม่เจ็บก็ไม่โต ออกกำลังกายเราต้องยกให้หนักดันให้ถึงลิมิตของตัวเอง กล้ามเนื้อเราถึงจะใหญ่ขึ้น เราอยากวิ่งให้เร็วเราก็ต้องวิ่งให้สุดสปีดเลย กล้ามเนื้อมันจะได้จำว่ามันจะต้องพัฒนา มันจะได้ไปได้เร็วขึ้น นี่คือหลักการออกกำลังกาย ทีนี้การทำงานนะครับ ถามว่าทำให้แกร่งขึ้นมั้ย มันทำให้แกร่งเหมือนกับการออกกำลังกายเลยครับ เพราะผมกลับมาก็เจอเรื่องหนักเลย ผมมาจับเคสนี้ถ้าไม่สำเร็จทางบ้านเดือดร้อนมีปัญหา ความเป็นความตายมันอยู่ในมือที่เราจะต้องจัดการทันที”

“จริงๆ ผมเป็นคนสมถะและชอบอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ทุกวันนี้ผมดูแอคทีฟและสู้เพราะอะไร เพราะมันมีปัญหาให้ต้องแก้ ผมเป็นคนที่ถ้าเห็นปัญหาอยู่ข้างหน้าผมต้องแก้ ผมไม่อยากให้คนที่อยู่ใกล้ๆ เดือดร้อน แต่ถ้าทุกอย่างลงตัวดีหมด ผมอยากไปเป็นอาจารย์สอน ชีวิตเรียบง่ายเฉยๆ ก็พอ”

“เรื่องอนาคตตอนนี้ก็ยังไม่ได้คิดเลยนะครับ เพราะว่าผมยังมีภาระอยู่ Brain School ก็เพิ่มจัดตั้งนะครับ และตึกนี้ก็เพิ่งทำ รีสอร์ทที่นครชัยศรีก็ยังไม่ได้เปิด ตอนนี้จะเรียกว่าผมประสบความสำเร็จก็คงไม่ได้ ถึงตึก (Thew River Place) จะเสร็จแล้วดูสวยงามดีอย่างห้องตัวอย่างที่เรานั่งอยู่ คำว่าสำเร็จก็คือโปรเจ็คต์คุณไปได้ตามแปลนที่วางไว้ ขายถึงเป้าที่คาดไว้ Brain School เปิดตามเป้าที่คาด รีสอร์ทที่นครชัยศรีเปิดไปแล้วมีคนมาอย่างที่เราคาดหวัง”

“วิสัยทัศน์ในการทำงานผมเน้นเรื่องความสุขส่วนตัวมากกว่า วิสัยทัศน์ในการดำรงชีวิตก็คือการบาลานซ์ระหว่างหน้าที่กับความสุข บางทีความสุขเยอะไปหน้าที่ก็บกพร่อง ผมว่าคนเราจะต้องเอาหน้าที่ไว้ก่อน แต่ถ้าคุณมีปัจจัย 4 ครบแล้วมีเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งที่คุณควรเน้นต่อไปก็คือความสุขรายวัน

“มนุษย์ถ้าเกิดมาแล้วทำงานจนตายโดยปราศจากความสุข เกิดมาเพื่ออะไร เหมือนผึ้งงานหรือ ปลวกงานมดงานตัวหนึ่งในรังอันกว้างใหญ่เท่านั้นเอง ชีวิตคุณก็ไม่ต่างจากมดปลวกที่เกิดมาเป็นเครื่องจักร คุณจะต้องเป็นมดที่วิเศษก็คือคุณจะต้องมีความสุข นอกจากทำงานแล้วคุณจะต้อง enjoy ชีวิต รักคนที่อยู่แวดล้อม รักธรรมชาติที่อยู่รอบข้าง ก็อยากฝากไว้ว่าอย่าลืมว่าชีวิตและโลกเรายังเป็นสิ่งที่สวยงามไม่มีอะไรที่แย่เกินไป”

ซึ่งผลแห่งการเติบโตตามแบบอย่างคุณณรงค์ และคุณอุษา ทิวไผ่งาม ทำให้ไผ่หนุ่มต้นนี้กำลังแผ่ขยายคุณค่าของตนออกไปตามความสามารถ เป็นที่พึ่งพิง พึ่งพา และความหวังให้กับครอบครัว คนรอบข้าง ดั่งเป็นความหวังในการสืบสายอุดมการณ์จากรุ่นสู่รุ่น

Related contents:

You may also like...