ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

ตำนานลูกหนังเมืองไทย

เพชฌฆาตหน้าหยก ตำนานหมายเลข 9 ศูนย์หน้าตลอดการของวงการฟุตบอลเมืองไทย ‘ เดอะตุ๊ก ‘ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน จาก เจ้าหนูแข้งทอง ของสโมสรทหารอากาศ กระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดนักฟุตบอลแนวหน้า คนแรกที่เป็นดาวซัลโวตลอดกาลระดับชาติ

ความเป็นนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์ส่งให้เขาโด่งดังระดับซุปเปอร์สตาร์เป็น ‘ ดาราเอเชีย ‘ ที่ได้รับมอบหมายจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ให้เข้าร่วมแข่งขันนัดพิเศษที่ประเทศมาเลเซีย โดยสามารถยิงประตูทีมโบคาร์จูเนียร์ที่มี ดิเอโก มาราโดน่า นำทีม ลัดฟ้าไปค้าแข้งใน K League ของเกาหลีใต้ พร้อมคว้ารางวัลต่างๆ อาทิ รองเท้าทองคำในฐานะดาวซัลโว และค้าแข้งในมาเลเซีย กับสถิติระดับชาติใน 2 รายการคือคิงส์คัพ 5 สมัย และซีเกมส์ 6 สมัย ด้วยการทำประตู 103 ประตู แฮททริกรวม 6 ครั้ง ซึ่งนับว่าสูงสุดของทีมชาติไทย

“ ไม่ค่อยมีใครคาดหวังกับผมมากนัก การคาดหวังแทบจะไม่มีเลย ด้วยเหตุผลเพราะว่าส่วนใหญ่ถ้าเป็นเรื่องของกีฬาก็เป็น Step by step ก็คือเล่นทีมชาติ และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทุกคนลงไปแรกๆ อาจจะไม่เท่าไหร่ เล่นไปธรรมดาอาจจะเหมือนกับเป็นเรื่องปกติ แต่พอถึงจุดหนึ่งดารามันต้องแยกให้ออกว่าเป็นดาราธรรมดา กับเป็นดาราที่มีชื่อเสียงคล้ายๆ จะเข้าขั้นซุปเปอร์สตาร์จะสำคัญมาก พอมาถึงตรงนี้แล้วคนจะคาดหวังเยอะ ตอนแรกๆ เป็นนักฟุตบอลธรรมดา พอติดทีมชาติก็ยังธรรมดาอยู่ ”

“ แต่ รู้สึกภูมิใจที่ทุกคนมองเห็น และให้เกียรติเราในการที่เรารับใช้ประเทศชาติ และทุกคนให้เกียรติเราว่าเราเป็นคนที่มีมีชื่อเสียง เป็นฮีโร่ในดวงใจ เราก็ต้องพยายามทำตัวเราให้น้องๆ เห็นว่าฮีโร่ของเขากว่าจะมาถึงความสำเร็จตรงนี้ได้มันมีอะไรมาบ้าง เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับให้น้องๆ ก้าวต่อไป เป็นสิ่งที่ดีนะครับและรู้สึกภาคภูมิใจที่ประชาชนให้เกียรติเรา ”

“ สำหรับตัวผมเองกีฬาใช้เวลานาน พื้นฐานสำคัญที่สุด แต่ของเราโชคร้ายไปหน่อยที่เราไม่มีพื้นฐานที่แน่นเหมือนกับนักกีฬาในสมัยปัจจุบัน เพราะสมัยปัจจุบันมีการเรียนรู้จากต่างประเทศมีโค้ชที่ดีมาสอนมากมายเหลือเกิน มีฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นบอลกัลโช่ บอลพรีเมียร์ เยอะแยะไปหมด สมัยก่อนมันไม่มี ฉะนั้นพื้นฐานของนักฟุตบอลสมัยก่อนไม่ค่อยได้รับพื้นฐานที่แน่น แต่ว่ามีพรสวรรค์กันเยอะมาก แต่ผมแปลกใจจริงๆ นักฟุตบอลสมัยก่อนพื้นฐานดูแล้วการสอนจะน้อยกว่าสมัยนี้ด้วยซ้ำ แต่พรสวรรค์ทำให้นักฟุตบอลสมัยก่อนค่อนข่างเล่นดี ผมว่าพื้นฐานของผมไม่ค่อยแน่นด้วยซ้ำ แต่มีพรสวรรค์กับพรแสวงที่ช่วยกัน ”

“ ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่านักกีฬาฟุตบอลบ้านเรามีเงินเดือน หรือว่ามีรายได้ดีมาก หลายๆ สโมสรก็พัฒนาไปสู่ความเป็นลีกกึ่งอาชีพแล้ว นักฟุตบอลมีเงินเดือนระดับ 2-3 หมื่น ซึ่งเยอะกว่าสมัยก่อนเยอะแยะ รวมทั้งเล่นทีมชาติด้วยเงินเดือนรวมเบ็ดเสร็จ 6-7 หมื่น ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่ดีมากๆ “

“ ผมยังเชื่อว่านักฟุตบอลที่เก่งสามารถพาทีมไปสู่ความเป็นเลิศได้ ผมไม่เชื่อว่านักฟุตบอลที่ไม่เก่ง ขยัน วิ่งดี แต่ไม่มีสมองจะพาทีมไปได้ ไม่มีทาง แต่ถ้านักฟุตบอลที่มีสมอง ขยัน วิ่งดีด้วย เก่งด้วย จะพาทีมไปสู่ความเป็นเลิศผมยังเชื่ออย่างนั้นอยู่ เราสามารถพัฒนานักฟุตลบอลให้เก่งได้ ขยันได้ เล่นดีได้ และมีความรับผิดชอบได้ อยู่ที่จะทำกันหรือเปล่าเท่านั้นเอง แต่ผมคิดว่ายังสามารถทำได้ ”

“ ในสมัยก่อนฮีโร่ในดวงใจถ้าเป็นนักกีฬาฟุตบอลในประเทศก็เป็นคุณเจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง เพราะว่าเขาเป็นศูนย์หน้าสุภาพบุรุษ หรือว่า คุณอำนาจ เฉลิมเชาวลิต เป็นกองหลัง ผู้พันกระดูกเหล็กทั้งในและนอกสนาม รวมทั้ง ถ้านักฟุตบอลต่างประเทศรุ่นเดียวกันก็มี เอียน รัช , แกรด มูลเลอร์ , เปเล่ ซึ่งเปเล่ก็รุ่นพ่อไปแล้ว มาราโดน่า นักฟุตบอลที่เก่งๆ ก็ติดตาม ”

“ ดูหนังดูละครย้อนมาดูตัวเอง ดูเขาเป็นแบบอย่างแล้วก็มาพัฒนา คงไปยึดไม่ได้ แต่คงเป็นแบบอย่างว่าอะไรที่มันดี ดีแล้วเราสามารถพัฒนาสู่ความเป็นเลิศของตัวเราเองได้ก็จะทำ บางอย่างดีแล้วเราไม่สามารถทำได้เราก็ไม่ทำ เพราะว่าบางทีศักยภาพ ฝีมือเราอาจจะไม่ถึงเขา เขาทำได้เราทำไม่ได้ แต่เราก็พยายามที่จะทำให้มันกระเตื้องมากขึ้นเท่าที่จะทำได้ ก็เอาข้อดีของเขามา และเอาข้อเสียของคนอื่นมาปรับปรุงแก้ไขเรา เพราะนักฟุตบอลเก่งๆ ข้อเสียจะน้อยมาก ”

“ ประสบการณ์เป็นส่วนสำคัญในชีวิต ที่ทำให้เราพอกพูน คำว่าประสบการณ์อธิบายกันลำบาก แต่ถือว่าเกิดมาชาติหนึ่งเกิดมาเป็นคนไทยได้ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทย ประเทศชาติได้ ทุกวันนี้ถือว่าเราก็มีความภาคภูมิใจ เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า และรู้ว่าเกิดมาไม่เสียชาติเกิดถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ”

“ ผมว่าเป็นโชคอย่างหนึ่ง และเป็น Sense ในการเล่นด้วย เพราะว่าอันตรายในสนามฟุตบอลการปะทะนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราไม่สามารถที่จะล่วงรู้ได้ว่าเวลาไหนเราจะบาดเจ็บ เพียงแต่ว่าถ้าเรามีการป้องกัน ความเฉลียวฉลาดในเกมโอกาสที่จะบาดเจ็บก็มีน้อยลง กีฬาที่มันกระแทก กีฬาที่มันปะทะกันมีโอกาสบาดเจ็บอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราจะเอาตัวรอดในสถานการณ์นั้นๆ อย่างไรบ้างเท่านั้นเอง ”

Related contents:

You may also like...