สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา

“รู้สึกว่าของพวกนี้มันมีแล้วก็ไม่มีน่ะ จะไปยึดจะไปติดกับมันเพื่ออะไร”

“ตั้งแต่เด็กๆ ผึ้งตามคุณพ่อกับคุณแม่ไปงานต่างๆ ตลอดเลยค่ะ เนื่องจากคุณพ่อรับราชการ มีโอกาสพบเจอผู้คนมากพอสมควร บางทีก็ไปเข้าเฝ้าฯ เข้าวัง ด้วยความที่เราเป็นเด็ก เป็นลูกคนสุดท้อง ท่านก็ไม่อยากทิ้งเราไว้ที่บ้าน ก็จะหิ้วเราไปด้วย ชีวิตตรงนั้นเลยเหมือนกับเป็นการสอนให้เรารู้จักเข้าสังคม ได้รู้จักวิธีการวางตัวกับคนทุกระดับโดยที่เราไม่รู้ตัว โดยผู้ใหญ่ไม่ต้องมานั่งสอนจ้ำจี้จ้ำไชกับเรา”

อีกหนึ่งบทบันทึกชีวิตของคุณผึ้ง สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บ . สรรพสินค้าเซ็นทรัล หญิงสาวมากความสามารถซึ่งเติบโตในครอบครัวทหาร บุตรสาวของพลเอก ยศ และ คุณหญิงเพลิน เทพหัสดิน ณ อยุธยา

“ การใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน…ถ้าบอกว่าแม่ปลูกฝังก็ไม่เชิง แต่ยอมรับว่ามีส่วนช่วยเยอะมาก ก็มีบ้างเหมือนกันนะคะที่ต้องพึ่งบารมีพ่อแม่ อาจทำให้ติดต่อได้วงกว้างขึ้น อย่างบางที…ได้รู้จักลูกของเพื่อนแม่ ถ้าตอนนี้เขาอยู่ในหน้าที่การงานดีๆ ก็มีส่วนช่วยเหมือนกัน (ยิ้ม)

“ แต่ผึ้งว่านามสกุลไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าคนนี้ดีหรือไม่ดี หลายๆ คนในประเทศนี้ทำอะไรดีมาตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่จำเป็นต้องเป็นราชนิกุล หลายๆ คนเป็นพ่อค้าด้วยซ้ำ ก็ทำคุณงามความดีเป็นประโยชน์กับประเทศชาติได้เหมือนกัน ความดีเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล อยากให้ทุกคนมองคนอย่างที่เขาเป็น มากกว่าที่จะมองว่าเป็นลูกหลานของใคร เพราะนามสกุลมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ

“ ชีวิตหรูของตัวเอง ทุกวันนี้ผึ้งรู้สึกว่าทำอะไรก็ตาม อยู่ที่ไหนก็ตาม คบใครก็ตาม ถ้าทำแล้วทำให้ชีวิตเรามีความสุข ผึ้งเอาตรงนั้นเป็นสำคัญ ไม่ได้มองว่าจะต้องใส่เสื้อผ้าเป็นแสน กระเป๋าเป็นแสน จิวเวลรี่แพงมากๆ แล้วนั่นคือชีวิตหรูที่คิดว่าเหมาะกับผึ้ง และไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราเห็นมามาก ( ลากเสียง )… จนเป็นไฮโซสูงส่งอะไรอย่างนั้นหรืออิ่มตัว แต่ผึ้งรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของที่ได้ฟังธรรมะมากกระมังคะ รู้สึกว่าของพวกนี้มันมีแล้วก็ไม่มีน่ะ จะไปยึดจะไปติดกับมันเพื่ออะไร

“แค่ตอนนี้เราอยู่ในสถานภาพที่คนให้เกียรติเราในระดับหนึ่ง ทำตัวไม่ให้เป็นปัญหาในสังคม ไม่ได้ทำตัวแย่ๆ ผึ้งก็รู้สึกว่าพอแล้วกับสถานภาพนั้น เจอหน้าใครเขาก็อยากพูดด้วย และไม่จำเป็นต้องมีสถานภาพอะไรที่เป็นพิเศษด้วยนะคะ

“ สำหรับวันว่าง เสาร์อาทิตย์ผึ้งก็จะอยู่กับคุณแม่ค่ะ เพราะตอนนี้คุณพ่อเสียไปแล้ว ในครอบครัวมีผึ้งคนเดียวที่ยังไม่ได้แต่งงาน และก็คงไม่แต่งงานด้วย ซึ่งก็ไม่รู้สึกขาดนะคะ รู้สึกแฮปปี้ด้วย ดีจังเลยที่ไม่ต้องมีภาระ

“ผึ้งรู้สึกว่าการมีครอบครัวสำหรับผึ้งโดยเฉพาะการมีลูกซึ่งเป็นภาระอันยิ่งใหญ่มากๆ ซึ่งผึ้งไม่สามารถทำได้ รู้สึกว่าเราไม่ได้ดีพอที่จะเป็นตัวอย่างให้กับใครนะ ผึ้งรู้สึกอย่างนั้นและการที่จะเป็นแม่ของลูกเราต้องทำตัวของเราให้ดีซะก่อน ณ ปัจจุบันนี้ผึ้งว่าอยู่ในสังคมไม่ง่ายนะ มีลูกก็ต้องดูแลเขาเยอะนะคะ และผึ้งก็ไม่อยากมีภาระขนาดนั้น เวลาใครถามไถ่ถึงชีวิตคู่ก็…ขำ ( หัวเราะ ) แต่ไม่เคยรู้สึกลบเลยนะคะ คุณแม่ก็มีทั้งพูด ทั้งหาให้สารพัด จนตอนนี้แม่ก็เลิกพูดแล้ว เพราะผึ้งรู้สึกว่ายังไม่ใช่คนที่เราอยากอยู่ด้วยจริงๆ เขาต้องอยู่กับเราตลอดเวลา และเราก็ต้องเห็นหน้าเขาตลอดเวลา คือถ้าเกิดเบื่ออะไรเราก็ยังเลิก ไม่ทำได้ แต่ถ้าเกิดแต่งงานมีลูกแล้วรู้สึกเบื่อขึ้นมากะทันหันนี่คงไม่ได้แน่ๆค่ะ (ยิ้ม) ”

Related contents:

You may also like...