โชติศักดิ์ อาสภวิริยะ

‘สนามบินใช่แต่เพียงบันไดขึ้นลงเครื่องบิน หากแต่เป็นประตูเปิดสู่ขุมทรัพย์ของคนไทยทั้งชาติ’

ท่ามกลางการจับตามองจากทั้งในและนอกประเทศถึงกำหนดการเปิดอย่างเป็นทางการ ‘ มหากาพย์สุวรรณภูมิ ‘ อันร่ายยาวมาแสนนาน ด้วยประมาณการเมื่อสร้างเสร็จสนามบินนานาชาติแห่งใหม่จะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งผู้โดยสารและสินค้าซึ่งเป็นหลักใหญ่ของภูมิภาค ทดแทนท่าอากาศยานดอนเมืองที่มีข้อจำกัดในการพัฒนาเพื่อรองรับการจราจรทางอากาศที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ทีมงานไฮคลาสได้บุกไปแง้มประตูท่าอากาศยานน้องใหม่ใกล้คลอด ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรที่กำลังเก็บรายละเอียดทุกตารางนิ้วของอาคารผู้โดยสาร พร้อมด้วยฉากหลังของกระเป๋าเดินทางที่เรียงรายอยู่ในระบบทดสอบ และเหล่าพนักงานฝึกหัดเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบที่กำลังใกล้เข้ามา

โชติศักดิ์ อาสภวิริยะ เปิดใจหลังได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ผู้มีหน้าที่หลักควบคุมดูแลท่าอากาศยานระหว่างประเทศ 6 แห่ง กับภารกิจใหญ่ยักษ์ระดับเมกกะโปรเจคต์ที่เร่งวันเร่งคืนให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

บทสนทนาเปิดฉากขึ้นในวันที่ 79 ของการแบกรับภารกิจระดับชาติ ภายใต้การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นระบบ ของอดีตอารามบอยสังกัดวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ผู้ก้าวข้ามความท้าทายในการทำงานมาตลอดชีวิต จากเด็กขายเรียงเบอร์แห่งศรีย่าน สู่ตำแหน่งขุนพลผู้สร้างตำนานความสำเร็จให้กับ SME Bank และมาถึงความภาคภูมิใจครั้งใหญ่กับงานเกียรติยศด้วยตำแหน่งบิ๊กบอส หรือ ‘ พี่กบ ‘ ของน้องๆ พนักงาน บมจ.ท่าอากาศยานไทย

ไฮคลาส : ความแตกต่างของงานในฐานะผู้บริหาร SME BANK มาสู่ผู้บริหาร AOT
เนื้อหาสาระของงานแตกต่างกันมากครับ มีสิ่งใหม่ๆ ที่ผมไม่เคยรับรู้มาก่อนเยอะมาก ขนาดขององค์กรและเรื่องราวมันทั้งใหญ่ ทั้งเยอะ ก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้มาก ซึ่งผมเองก็พยายามเรียนรู้ให้เร็ว และติดตามงาน

ไฮคลาส : ในมุมของคุณเอง เหตุผลที่คุณได้ก้าวมาสู่ตำแหน่งประวัติศาสตร์นี้คืออะไร
เหตุผลข้อแรก AOT ( Airport of Thailand Public Company Limited ) ต้องการคนที่มีความรู้เรื่องการเงิน เนื่องจากว่าเรามีภาระหนี้ที่เอามาใช้สร้างสุวรรณภูมิ เจ็ดหมื่นกว่าล้าน และเป็นหนี้สกุลเงินที่มีความเสี่ยงสูง ถ้าสุวรรณภูมิต้องมีส่วนต่อขยาย ก็ต้องมีหนี้อีก เพราะฉะนั้นผู้ที่จะมาบริหารได้ก็ต้องบริหารเรื่องหนี้ได้ดี ผู้ที่พิจารณาก็คงมองตรงประเด็นนี้เป็นสำคัญ

ข้อที่ 2 การที่จะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิดี หรือมีรายได้สูง ต้องมีความสามารถเรื่องการตลาด ซึ่งผมเอง ส่วนใหญ่คนก็รู้นะว่า ค่อนข้างที่จะมีประสบการณ์ มีความคิดทางด้านการตลาดค่อนข้างสูง นะครับ

หลังผ่านการสัมภาษณ์แล้วผมได้ทราบภายหลังว่า ผมทำคะแนนนำห่าง เพราะวิธีคิดในเรื่องของการที่จะสร้างนวัตกรรมทางการตลาด ผมใช้คำว่า proactive marketing ในขณะที่คนอื่นเขาใช้คำว่า marketing แค่คำก็แตกต่างแล้ว เพราะฉะนั้น เราก็จะมีสิ่งใหม่ๆ มาเยอะ แต่ว่าตอนนี้ ก็ต้องเตรียมการไว้นะ เพราะว่าภาระสำคัญเร่งด่วนในขณะนี้ก็คือการเปิดสุวรรณภูมิ

ไฮคลาส : การตัดสินใจก้าวมาบริหารตำแหน่งที่ถูกจับตามอง ในโครงการที่มีข่าวทุจริตกระหน่ำอย่างหนัก
ผมบอกคงไม่มีใครเชื่อนะ ว่าการมาทำงานที่นี่เป็นเรื่องตกบันไดพลอยโจน เพราะว่ามีคนท้าให้ผมมาสมัคร เพื่อนรุ่นเดียวกันท้าให้ผมมาสมัคร ผมก็มาสมัคร พอสมัครแล้ว ผมมีคะแนนค่อนข้างนำ แต่ว่าปัญหาต่างๆ ของสุวรรณภูมิที่ผ่านๆ มาในอดีต เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งผมก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง และโดยส่วนตัวไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างอะไรทั้งนั้น เพราะว่าผมไม่เคยมีประวัติในสิ่งเหล่านี้ และไม่ยุ่งกับสิ่งเหล่านี้

ผมอยากทำในงานด้านการตลาด ด้านการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาคน ในการท่าอากาศยาน ผมมองว่ายังมีอะไรที่ผมต้องทำในเรื่องการพัฒนาคนที่นี่อีกเยอะ เพื่อจะให้สนามบินของประเทศไทย สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ และทำให้ประเทศไทยเป็น hub ได้ ลำพังแค่เรื่องปัญหาภาษาอย่างเดียว ก็ต้องเคี่ยวเข็ญกันน่าดูเลย ประกอบกับเรื่องความรู้ด้านการตลาด ที่เราไม่เคยมีแนวความคิดด้านการตลาดในการทำงานมาก่อนเลย การท่าอากาศยานฯ ในอดีตเราก็เป็น Landlord ซะจนเคย แต่ถ้าเราจะเข้าไปสู่โลก เราคงต้องเป็น Land developer

ไฮคลาส : งานเร่งด่วนที่สุดของคุณในตอนนี้
ก็คือเรื่องเปิดสุวรรณภูมิให้ราบรื่น อันนี้คือความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งผมเองต้องเข้ามาช่วยทีมงานทั้งหมดในสุวรรณภูมิ ผมยอมรับว่าผมไม่มีความรู้เรื่องก่อสร้างเลย และไม่คุ้นเคยกับวิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบราชการ ซึ่งมีขั้นตอน วิธีการ น่าเวียนหัว แล้วก็ชวนให้หนาวๆ อยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องทำในสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบ โดยพยายามทำให้โปร่งใส ใสสะอาดที่สุด

ในส่วนของการเข้ามาช่วยคนในการท่าฯ จะเห็นชัดเจนว่าผมเข้ามาช่วย มีส่วนในการผลักดันให้งานหลายๆ อย่างลื่นไหลไปได้ และบางครั้งงานมันไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าเราไม่จัดลำดับความสำคัญ เราทำงานตามความเคยชิน เราไม่มีการ integrate บูรณาการองค์ความรู้ หรืองาน หรือความเชื่อมโยงกับคนอื่นๆ จึงทำให้งานติดขัดล่าช้า

ผมไม่คุ้นเคยกับระบบราชการ ผมคุ้นเคยกับว่า ทำให้เสร็จ ไม่ procedure approach แต่ end result oriented คืองานต้องจบ สำเร็จ จบได้ ในโลกนี้มี 2 อย่าง คือ logic กับ reality มีเพียงอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ มันต้องมีทั้ง 2 อย่างควบคู่กับไปเสมอ นี่คือสิ่งที่ผมสอนพวกเขาในการทำงาน

งานเร็วขึ้นเยอะ ดีขึ้นเยอะ เพราะมันไม่มีขั้นตอน จับมานั่งคุยกันทีเดียว ให้มันจบ แต่ต้องถูกต้องตามระเบียบกฎหมายนะ มันไม่ต้องไปนั่งโต้กันไปมา แทงงานเห็นแล้วเวียนหัว อู๊ย 20 กว่าคน เห็นแล้วปวดหัว ยิ่งสูงแล้วยิ่งตลกนะ ยิ่ง…เพื่อทราบ เพื่อทราบ เห็นด้วย อนุมัติ อะไรแบบนี้ มันเสียเวลาไปวันต่อวันกับคำพูดสั้นๆ มันไร้สาระ ผมจึงทำให้ขั้นตอนการทำงานสั้นลง จะได้ไม่ต้องมาเยิ่นเย้อมากมาย แล้วก็ทำงานเป็นทีมมากขึ้น

ไฮคลาส : ความสำเร็จที่ตั้งเป้าไว้
ใน 4 ปี ผมจะต้องทำให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบินที่ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกให้ได้ และผมจะต้องทำให้สนามบินในประเทศไทย เป็นสนามบินเพื่อคนไทย เพื่อชุมชน ซึ่งผมตั้งปรัชญาของผมเอาไว้ว่า airports serve community เพราะฉะนั้นสนามบินของผมจะต้องกระเสือกกระสน ดิ้นรน รับใช้สังคม ส่งเสริมให้สังคมมีเศรษฐกิจการค้าขายที่ดี สามารถเป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจของชุมชน ส่งเสริมให้สังคมดี ประหยัด เป็นสนามบินของชุมชน เช่น สนามบินเชียงใหม่ก็เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจของเชียงใหม่ สนามบินเชียงรายก็เป็นกำลังสำคัญของเชียงราย หาดใหญ่ก็ของหาดใหญ่ ภูเก็ตก็ของภูเก็ต นี่คือความหวังของผม

ไฮคลาส : จากการขยายของสุวรรณภูมิ แล้วในภูมิภาคมีการเตรียมการรองรับที่จะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมนอกเหนือจากส่วนกลางหรือไม่
ผมมีแผนที่จะขอเอาสนามบินของกองทัพอากาศเข้ามาช่วยร่วมบริหาร เพราะว่าผมอยากจะเห็นความเชื่อมโยงของการขนส่งต่างๆ เช่น ทางรถยนต์ ทางน้ำ ทางรถไฟ ว่าจะเชื่อมโยงกับสนามบินได้อย่างไร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แก่ประชาชนและสังคม

ดังนั้นในสนามบินในแต่ละภาค จึงน่าจะเป็นกลุ่มของสนามบิน เรียกว่าเป็น Group of the airports ในแต่ละภาค เช่น ภาคเหนือก็จะมีพิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ลำปาง เหล่านี้ และกลุ่มเหล่านี้จะต้องมานั่งวางยุทธศาสตร์ร่วมกันว่า กลุ่มสนามบินภาคเหนือจะสามารถส่งเสริม ผลักดันให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนภาคเหนืออย่างไร เช่น พืชผักผลไม้ในภาคเหนือ ทำไมจะต้องนั่งรถติดแอร์เย็นๆ ที่เรียก รถห้องเย็น จากภาคเหนือลงมา 7-8 ชั่วโมง มาขึ้นสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่จำเป็น ไปขึ้นที่เชียงใหม่เลย ไป Center ที่เชียงใหม่ก็ได้ พิษณุโลกก็ได้ แต่คำถามก็คือว่า แล้วสนามบินรองรับเขาหรือยัง เมื่อยังไม่รองรับ เราก็ต้องทำตัวเราให้พร้อมที่จะให้บริการแก่เขา ผมจะไปจัดสัมมนา ซึ่งสัมมนาเป็นแค่การจุดประกาย และผมจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง

ไฮคลาส : คุณจะใช้สนามบินเป็นกลไกในการเสริมสร้างเศรษฐกิจ
มันต้องสร้างแน่นอน

ไฮคลาส : ความผันผวนหรือสถานการณ์ภัยธรรมชาติ น้ำมันหรือเศรษฐกิจบางอย่างจากภายนอกมีผลกระทบเพียงใด
มีผลแน่นอน แต่มันไม่ได้มีผลต่อเราคนเดียว น้ำมันมีผลทั้งโลก ประเทศที่มีค่าครองชีพสูงกว่าเรา เดือดร้อนมากกว่าเรานะ บ้านเรานี่คนเขายังอยากจะมา เพราะใช้จ่ายนิดเดียวก็ได้ ค่าครองชีพเราต่ำกว่า ผมถึงบอกว่าการพูดว่าแพง เป็นการพูดจากความจริงเพียงครึ่งเดียว มันบอกเราแพงๆ แพงเทียบกับอะไร เทียบกับดอนเมืองก็แหงละ ไม่เทียบกับสิงคโปร์ล่ะ

เรื่องเศรษฐกิจของประเทศคุณอย่ามาถามผมเลย ผมไม่ใช่รัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพาณิชย์ ผมแค่มองในแง่ว่า เราจะทำตัว หรือเตรียมตัวยังไงให้พร้อมที่จะทำให้เศรษฐกิจได้ใช้ประโยชน์จากสนามบินของเรา ให้ประชาชน สังคมได้ใช้ประโยชน์จากเรา อย่างที่ผมไปสัมมนาที่ผ่านมานี่ผมรู้เลย เขาต้องการอะไรในสนามบินเชียงใหม่ เชียงราย คำตอบคือห้องเย็นครับ เพราะพืชผักผลไม้เขาต้องการแช่เย็น เขาบอก…คุณรีบๆ สร้างสิ ผมเหมา ผมผูกปีเลย ลำไยจะส่งออก ถ้าไม่มีห้องเย็นหรือไม่มีที่อบ 3 วันก็เน่า บร็อคเคอลี่ สตรอเบอร์รี่ พืชผักเมืองหนาว ดอกไม้ พวกนี้ต้องนั่งรถมา 8 ชั่วโมง ผมได้ยินดอกกล้วยไม้มันบ่น บอกว่า…นั่งรถมานานเหลือเกินกว่าจะได้ขึ้นที่สุวรรณภูมิ อันนี้เป็นมุกตลก ใช่ไหม ต้องให้มันขึ้นที่โน่นไปเลย นี่คือตัวอย่าง

ไฮคลาส : ไอเดียดีแต่ทำคนเดียวไม่ได้แน่ คุณถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ลงไปสู่ระดับปฏิบัติอย่างไร
แน่นอน มันทำคนเดียวไม่ได้ แต่เราทำด้วยการสะท้อนให้คนอื่นเห็นว่า ถ้าทำก็ได้ตังค์ ได้ความสำเร็จ เชื่อมโยงได้ สมมติว่ารถต้องวิ่งทางไกลมา ขากลับไม่มีลูกค้า ก็เปลืองหนักไปอีก ฉะนั้น ถ้ารถวิ่งสั้นลง กลับมา ได้รอบมากกว่า ค่าเสื่อมเท่าเดิม แต่วิ่งได้รอบมากกว่า มันก็ได้ผลประโยชน์มากกว่า เพราะฉะนั้น ต้องมองธุรกิจแบบครบวงจร

ไฮคลาส : ตามที่ชูนโยบายขึ้นมา คิดว่าเราสามารถแข่งกับสนามบินยักษ์ใหญ่อย่างสิงค์โปร์ ฮ่องกงได้แค่ไหน
ต้องยอมรับว่าทั้งสิงคโปร์ ทั้งฮ่องกง มีความทันสมัย มีความสามารถในการบริหารจัดการค่อนข้างดีมาก แต่เราก็มีลักษณะภูมิศาสตร์ที่ดีมากกว่า และในขณะเดียวกัน เราก็มีลักษณะวิสัยของคนไทย สังคมไทย สิ่งที่มีความสวยงาม ที่ดึงดูดจิตใจคนให้เข้ามาท่องเที่ยวมากกว่าสิงคโปร์ คุณคิดดูสิว่าใครอยากไปอยู่สิงคโปร์บ้างล่ะ มีลูกน้ำ 3 ตัวในอ่างน้ำก็โดนจับแล้ว ใครอยากกินหมากฝรั่งก็ไม่ได้ ใครอยากไปอยู่ อย่างบ้านเราฝรั่งอยากมาเพราะเราสุขสบาย สังคมเราค่อนข้างมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สีสันแหล่งท่องเที่ยวก็เยอะ และมีข้อหนึ่งที่ทั้งสิงคโปร์และฮ่องกงสู้เราไม่ได้เด็ดขาด คือเขาไม่มี Domestic Flight เพราะเกาะมันเล็กกะติ๊ดนึง ในขณะที่เรามี Domestic flight ที่สามารถเชื่อมโยงได้ทั่ว

อีกหน่อยเราอาจจะมีสายการบินจากแฟรงค์เฟิร์ตมาลงที่อุดรฯ ได้เลย เพราะลูกเขยเยอรมันมีเยอะที่อุดรฯ ไปดูได้ ผมไม่ได้โกหก ลูกเขยเยอรมันเต็มอุดรฯ เลย ใช่ไหม นี่คือตัวอย่าง เพราะฉะนั้นเราก็มีทั้งข้ออ่อนกว่า ด้อยกว่า ทั้งข้อดีกว่า ก็ต้องมานั่งผสมผสาน พอเป็น Hub ในการต่อสู้กัน มันไม่ได้ใช้มิติเดียว

ไฮคลาส : คาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการเผด็จศึกอีกเท่าไร
โห…เขาสู้กันมาเป็น 3 ศตวรรษแล้ว ผมเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์ ก็แค่ทำให้ดีที่สุด แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน วิธีคิดเปลี่ยน สิงคโปร์เองก็คิดที่จะเปลี่ยน ไม่อยากจะมาแข่งขันกับเรา เพราะไม่มีประโยชน์ เขาเอาเราเป็นฐานทางการผลิตเลย นี่คุณเห็นไหมสิงคโปร์เขาลงทุนกับเราเยอะแยะเลย เขาเปลี่ยนวิธีคิดแล้ว ไม่ใช่ตัวกูของกูอีกต่อไป โลกนี้มัน Globalize แล้ว เฉพาะฉะนั้นมันต้องมองว่าจะเชื่อมโยงกันยังไงต่างหาก พุทธศาสนาสอนพวกนี้มานานแล้ว ทุกวันนี้ทำไมถึงต้องมาเป็น Globalization ล่ะ ก็ต้องเชื่อมโยงกันหมด เชื่อมโยงกับอะไร ไม่มีตัวตน ไม่มีขอบเขตประเทศ ไม่มี เดี๋ยวนี้มันเดินกันทั่วไปหมดแล้ว นี่คือการไม่มีตัวกูของกู ชัดเจนเลยนะ ถ้าคุณศึกษาพระพุทธศาสนาดีๆ คุณจะจี๊ดเรื่องนี้เลย

ไฮคลาส : ณ ตอนนี้ ความเชื่อมโยงระหว่างทิศทางของการเมืองกับความเป็นไปของสุวรรณภูมิ
จริงๆ การเมืองมันเกี่ยวกับทุกส่วนของประเทศแหละ เกี่ยวทุกเรื่อง อยู่ที่ว่า…เราก็ทำงานในหน้าที่ของเรา พยายามรักษาองค์กรให้บอบช้ำน้อยที่สุด ถ้าเราสามารถทำให้ทุกคนในองค์กรคิดถึงคำๆ เดียวได้ ต่อไปมันก็จะเปลี่ยนไป เวลานี้คนจ้องมองเยอะ แต่ถ้าเราค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ พัฒนาวิธีคิด แล้วแปรออกมาเป็นรูปการกระทำของคนองค์กร ให้มุ่งสู่คำๆ เดียวได้ ซึ่งคำๆ นั้นก็คือ ‘ ผลประโยชน์แห่งชาติ ‘

บางครั้งเราต้องยอมเสี่ยง เพื่อให้คนได้เกิด ถ้าคนไม่เกิด ธุรกิจมันก็ไม่เกิด ตรงนี้ก็เหมือนกัน ถ้าเราเอาผลประโยชน์ของการท่าฯ อย่างเดียว โดยที่ไม่คำนึงผลประโยชน์ของแอร์ไลน์ ของประชาชน ของคนค้าขาย ของ Cargo สินค้า เราก็นั่งกินนอนกิน นั่งเก็บไปเรื่อย ตุ๊ยตุ่ยไปวันๆ แล้วปลาก็ไปตายคาสนามบินดอนเมือง เพราะมันขึ้นเครื่องบินไม่ทัน นอนตากแดดตายอยู่ในถุงเกลื่อนสนามบินน่ะ เคยเห็นเปล่า ใช่ไหม

ผมบอกเลยนะ ว่าผมจะไม่ยอมให้แอร์ไลน์มานั่งบีบให้ผมลดราคา ไม่ใช่เรื่อง ต้องแฟร์กัน แต่ผมจะทำให้เม็ดเงินที่เขาจ่ายให้ผมคุ้มค่า เพราะฉะนั้นผมก็ต้องเข้าไปดูแลให้บริการ พวกแอร์ไลน์บางคนทำตัวให้มีสำคัญกว่าคนอื่นเขา ผมคิดว่ามันไม่แฟร์ เขาลงชัดเจน คุณไปอ่านดูสิ เราเก็บ 1,740 สิงคโปร์เก็บ 2 พันกว่า ฮ่องกงเก็บ 3 พันกว่า เกาหลีเก็บ 4 พันกว่า ญี่ปุ่นเก็บ 8 พันกว่า อย่างเดียวกัน แล้วมาบอกเราแพง เราก็มีค่าใช้จ่ายอะไรเหมือนกัน แต่ว่าขณะที่เขาค้าขาย เราทำยังไงให้เขาสะดวกรวดเร็ว เขามาเสร็จแล้วไม่ต้องดีเลย์ เสียเวลา เขาก็เป็นเงิน เครื่องบินบินอยู่ เผาผลาญน้ำมันไปเท่าไร เราต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้มันดีขึ้น เขาจะได้ประหยัด รวดเร็ว กระเป๋าไม่หาย เราพยายามบริการให้ดี นี่คือปรัชญาและวิธีคิด

ไฮคลาส : จำเป็นไหมที่ต้องมีจำนวนสนามบินให้มาก
จำนวนไม่ใช่ตัวสำคัญ ความเชื่อมโยงต่างหากที่สำคัญ เมืองไทยมีสนามบินที่เกินความจำเป็นตั้งหลายสนาม เพราะจริงๆ แล้ว สนามบินมันใช้กับการเดินทางที่ระยะทางที่ยาวพอสมควร อย่างน้อยก็ต้อง 300-400 กิโลเมตรขึ้นไป ถ้าเรามีติดๆ กันเกินไป มันก็เปล่าประโยชน์ มันก็ทำให้การตลาดไม่เพียงพอที่จะทำให้คุ้มค่ากับสายการบินที่จะมาลง

ไฮคลาส : ความท้าทายในการทำงานในตำแหน่งนี้คืออะไรบ้าง
ถ้าไม่นับเรื่องของการทะเลาะเบาะแว้งก็คือปัญหาจากภายนอก ที่มีความพยายามจะดึงให้สนามบินสุวรรณภูมิเปิดได้ช้าลง เป็นความพยายามจากภายนอกประเทศด้วยนะ เพราะสนามบินของเราอาจไปกระทบคนอื่นเขา รายได้เขา ผลประโยชน์เขา แล้วก็มีความพยายามของพวกที่อยากจะสร้างความสำคัญให้ตัวเอง ในแอร์ไลน์อะไรพวกนี้ ด้วยการก่อความวุ่นวาย คอมเมนต์โน่นนี่ มันก็ต้องใช้เวลาในการจัดการ เวลาส่วนที่จะใช้คิดถึงอนาคต การพัฒนาอะไรแบบนี้มันก็ลดน้อยไป ความเป็นรัฐวิสาหกิจที่เคยชินกับกฎระเบียบ มันก็ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเยอะ ซึ่งต้องใช้ความพยายามมาก แต่เป็นเรื่องที่ท้าทาย

ไฮคลาส : เคล็ดลับในการจัดการกับสารพันปัญหา
ก็มีเคล็ดลับหลายข้อ ผมไม่ได้เปลี่ยนคนนะ ผมไม่ต้องการจะเปลี่ยนใคร เพราะผมก็ไม่เปลี่ยนตัวผมเอง ผมเป็นยังไงผมก็เป็นอย่างนั้น ติดดิน กินข้าวแกง การเปลี่ยนคนมันไม่ใช่ประเด็น แต่ผมเอาความเก่ง ความสามารถที่มีอยู่ มาหมุนให้มันเกิดประโยชน์สูงขึ้น ในส่วนที่เขาไม่ดี และขาดแคลนอยู่ ผมก็ไปเติมให้เต็ม เพราะฉะนั้นผมจะไม่ Change ผมใช้คอนเซ็ปต์ คือเอาประสบการณ์ที่ดีของเขามา refine ให้เกิดประโยชน์ตามที่เราต้องการ อันนี้ก็เป็นวิธีคิดที่ไม่เหมือนคนอื่น

ของดีๆ มีอยู่เยอะในบ้านเรา มีคนทำงานหนึ่งคนมันก็ต้องมีอะไรดี แต่จะทำยังไงถึงจะเอาความเก่งของเขามาเป็นจิ๊กซอว์ที่จะต่อให้ภาพใหญ่เราขึ้นไปได้ เราต้องมีแนวร่วม มีวิธีคิด สิ่งสำคัญคือเราต้องทำเป็นตัวอย่าง

ความคิดเร็ว ใจร้อน เอาจริงเอาจังของผมอาจจะเป็นอุปสรรคบ้าง แต่ความจริงใจ ตรงไปตรงมา มีเหตุผล คิดแต่งานอย่างเดียว ไม่มีเรื่องอื่นที่เป็นส่วนตัวมาปะปน ทำให้คนที่อยู่ไปๆ แล้วเข้าใจผมทุกที่ พอคุยกันด้วยเหตุด้วยผล เขาก็ยอมรับได้ พอไม่ใช่เรื่องงาน ผมเองก็เป็นคนที่ Friendly กับเพื่อนฝูง ช่วยได้ช่วย ทุกคนก็รู้หมด มันต้องใช้เวลา

แรกๆ ที่ผมมาที่นี่คนก็ตกใจ แต่เดี๋ยวคนเขารู้ว่าผมทำงานเอาจริงเอาจัง เจ็ดโมงหกโมงครึ่งผมถึงที่ทำงานแล้ว วันเสาร์ทำงาน วันอาทิตย์ทำงาน ผมทุ่มเทให้องค์กรนี้ดี องค์กรนี้ดีแล้วยังไง คนที่อยู่ในองค์กรเขาก็ดีไปด้วย มั่นคงไปด้วย มีรายได้ไปด้วย ประเทศก็ดีไปด้วย ฉะนั้น เขาก็รู้ว่า ความเชื่อถือศรัทธา มันต้องใช้เวลาในการปลูกสร้าง กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่ผมสร้าง ทุกวินาที ทำอย่างตรงไปตรงมา จริงใจ ผมไม่ Fake ใครก็รู้ว่าผมจริงใจ

ไฮคลาส : ทำงานหนักจนเคยไปคิดฝันละเมอถึงแผนงานบ้างไหม
บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เวลาผมเครียด ผมจะนอนไม่หลับ หลังๆ นี่ผมเป็นโรคนอนไม่หลับบ่อย เพราะเรื่องมันเยอะ บางทีก็โมโห โมโหว่าบางทีทำไมมันทำอย่างนั้นน้อ…ผมยกตัวอย่างผู้รับเหมาคนหนึ่ง แค่ใช้เงินอีกแค่ไม่กี่ล้านบาท ก็จบเรียบร้อยดี ไม่ยอมให้มันจบ ไม่ติดตาม ไม่เร่งรัด ปล่อยให้ถูกปรับวันละ 7 แสน อย่างนี้มัน…เราก็เดือดร้อน ผมก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงของเขา ผมบอกเลยว่านี่คุณทำพ่อคุณล้มละลายนะเนี่ย ถูกปรับตั้งแต่เดือนกันยาฯ 48 ถึงวันนี้ วันละ 7 แสน มันคิดยังไง ผมเองยังหาคำตอบไม่เจอว่าเขาคิดยังไง หลายอย่างมันเป็นเรื่องที่มีมาในอดีต นานนมกาเลแล้ว ซึ่งเราก็เข้าใจนะว่า สังคมมันต้องตรวจสอบ

ผมเป็นคนคิดอะไรล่วงหน้าเยอะ คนในองค์กรเข้ามาใหม่ๆ กลัวผมนะ เพราะผมเสียงดัง ดุ อยู่ๆ ไปเขารู้ ผมไม่ใช่คนจิตใจชั่วร้าย ไม่คิดทำร้ายใคร

ผมเห็นหลายคนชอบอ้างพระเจ้าอยู่หัวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ผมไม่เคยอ้างเลยนะ แต่ผมทำของผมทุกวัน ผมก็กินข้าวแกงตอนเช้า นาฬิกาก็ไม่ใส่ ของใช้ก็ไม่เคยมีแบรนด์เนมแพงๆ อย่างรองเท้าผมก็ใส่ของธรรมดา พันกว่าบาท ถุงเท้าคู่ละยี่สิบ

เศรษฐกิจพอเพียงน่ะ เขามีไว้ปฏิบัติ ต้องทำถึงจะได้ผล เหมือนศีล ศีลไม่ได้มีไว้ท่อง มีไว้ปฏิบัติ ใช่ไหม? เราก็ปฏิบัติ ทำไปของเรา เดี๋ยวคนก็เห็นเองแหละ ผมมาวันแรก ผมก็กินข้าวแกงกับลูกน้องข้างล่าง ได้ฟังได้ดูลูกน้องว่าเขาเมาท์แตกกันยังไงบ้าง ( ยิ้ม )

ไฮคลาส : ธรรมะในการบริหารธุรกิจการเงินกับธรรมะในการบริหารสนามบินต่างกันไหม
ธรรมะมันคือธรรมะเดียวกันหมด ธรรมะในการดำรงชีพ คือธรรมะ ธรรมะก็คือการทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ตามเวลาและสถานที่

คุณจะไม่เคยเห็นผมเข้าโรงนวด เพราะผมห้อยพระเยอะ ผมกลัวว่าพระผมจะเสื่อม ถ้าเข้าไปถึงไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโต แต่เข้าไปก็ติดโรค เสียเงิน แล้วถ้าเป็นใหญ่เป็นโต คนเห็นก็เสียชื่อเสียง เพราะฉะนั้นโรงนวดไม่ได้เงินผมหรอก

ผมไม่ใช่ไฮโซนะ ผมน่ะพวกโลโซ เพราะไฮโซมีแต่ฟอร์ม ตอนที่ผมไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารระดับสูง เพราะเขาบอกว่าผมเป็นคนไม่มีฟอร์ม ผมก็เลยเขียนบทความว่า ฟอร์มกับความเป็นจริงของฟอร์มมันแตกต่างกัน ผมก็ใช้รถธรรมดา เก่าๆ คันหนึ่ง รถมีไว้ขับ เพื่อไปถึงที่หมาย ไม่ได้มีไว้ให้โก้หรู ผมไม่มีรถแบรนด์เนมเลยนะ ชีวิตเกิดมาไม่เคยซื้อรถแบรนด์เนมเลย มันก็ใช้ได้ ขับไปได้ ถึงที่เหมือนกัน ไม่เห็นจำเป็นต้องใส่นาฬิกาเรือนเป็นล้าน อยากรู้ถามเขาก็ได้ ดูในโทรศัพท์ก็มีเยอะแยะ ไม่เห็นต้องเสียเงินซื้อเลย เปลือง พอเราใช้เงินเป็น เราก็ไม่ริหาเงินในช่องทางที่ไม่ถูกไม่ควร เพราะไม่มีความเดือดร้อนที่ต้องไปหามัน ผมไม่เล่นการพนัน ผมแอนตี้คนเล่นการพนัน ผมทำชั่วอย่างมากคือกินเหล้า ถ้าเครียดก็อาจกินเหล้า พอเมาก็หลับ แต่เดี๋ยวนี้กินน้อยลงเยอะ เพราะว่ากระเพาะไม่ค่อยดี คิดว่ามันเป็นความสุขอันหนึ่งที่เรามีสิทธิ์จะแสวงหา เวลาพระสวด สุราเมรัยยะ… ผมก็ลดมือลง (หัวเราะ)

อย่างลูกผมก็ถูกสอนแบบผม กินข้าวแกง ชอบ ลูกชายผมนี่ชอบมากเลยข้าวหมูทอดเนี่ย พวกผม 2 คนนี่โซ้ย…บางทีไม่กินหมูนะ กินแต่กระเทียม (ยิ้ม) ก็อย่างนี้แหละ…ชีวิต ผมสอนคนหลายคนที่ใช้เงินไม่เป็นว่าอย่าริอ่าน เพราะถ้าใช้เงินไม่เป็น จะติดกับการใช้เงิน การใช้เงินแล้วหรูหราฟู่ฟ่า มันเป็นความสุขสะดวกสบายซึ่งเป็นยาเสพติดอีกแบบหนึ่ง ที่คุณเคยได้มาแล้วจะต้องได้มันอีก ถ้าไม่ได้ คุณจะทุรนทุราย ผมเองก็ขึ้นรถเมล์ได้ ไม่เห็นมีปัญหาเลย ไม่นานมานี้เอง ขึ้นจากดอนเมืองไปตกเอาตรงเซ็นทรัล ลาดพร้าว โมโหน่าดูเลย ( หัวเราะ )

ไฮคลาส : ใช้ชีวิตเต็มเหยียดอย่างนี้ มันไม่เกินสายกลางไปหรือ ทำงานอาทิตย์ละเจ็ดวัน
ก็ไม่ได้ว่าเกินสายกลางนะ ผมอาจจะใช้เวลาทุกวินาทีโฟกัสไปกับงานก็จริง แต่ผมก็มีบทพักผ่อน เวลาพักผ่อนของผมก็คือ อ่านหนังสือดวง ดูเรื่องดวง ผมชอบดวง ผมชอบเก็บสถิติเรื่องดวง อย่างตอนนี้ดาวราหูจะย้ายออกราศีมีน คอยดูว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงในเดือนกันยายน ทะลึ่งไปย้ายเอาวันที่ 29 กันยาพอดี๊พอดี เสี้ยวไส้อยู่ ราหูจะย้าย พฤหัสจะยก เสาร์ยก 3 ดาวใหญ่ยกนี่จะส่งผลต่อประเทศไทย

ในฐานะที่เป็นหมอดู บอกได้เลยว่าจะเป็นผลในทางที่ดี ตั้งแต่ราหูยกออกราศีมีน เพราะว่า ลักขณาเมืองไทยเนี่ย ดาวศุกร์อยู่ราศีมีน พอดาวเสาร์ยกออกจากราศีกรกฎ ประเทศไทยก็จะเบาลง เพราะตอนนี้ 2 ตัวนี้ขย่มประเทศไทยน่าดู ดีนะมีดาวพฤหัสอยู่ราศีตุลย์ ช่วยไว้ ถ้าไม่งั้นก็จะมีเรื่องร้ายแรงกว่านี้อีก

ไฮคลาส : เป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้ตอนทำงานแบงค์กับทำงาน AOT เปลี่ยนไปบ้างไหม
ผมยังคงยึดหลักเดิม คือผมไม่เหมาะกับการเล่นการเมือง ผมเหมาะเป็นคนทำงาน ผมเล่นเกมไม่เป็น และอีกอย่าง ผมเป็นคนหาตังค์ไม่เก่ง ผมขี้เกียจ ผมชอบทำงานสำเร็จ มีความสุข มีความภูมิใจบนความสำเร็จของงานที่ได้ทำ เหลียวไปข้างหลังแล้วได้เห็น เป็นความภูมิใจที่เราได้สร้างขึ้นมาตลอดชั่วชีวิต เราก็ดีใจ ความภูมิใจกับอดีตที่ผ่านมา มันจะเป็นกำลังใจหล่อเลี้ยงให้เรามีพลังในการที่จะเดินไปข้างหน้า

แต่ตอนนี้ อีกไม่กี่ปีผมก็เลิกทำงานแล้ว ผมจะไปใช้ชีวิตอยู่กับลูกผม ผมอยากอยู่กับลูกผมนานๆ เทียบกับคนอื่น ผมมีเวลาอยู่กับลูกน้อยกว่าคนอื่น เพราะผมมีลูกเมื่อแก่ ผมอยากจะอยู่กับลูก ไปเรียนหนังสือแข่งกับมัน ชวนมันทะเลาะบ้าง ที่คุณเห็นผมชอบแลบลิ้นๆ ก็เพราะผมติดมาจากเวลาที่เล่นกับลูกคนเล็ก แลบลิ้นใส่มัน มันก็แลบลิ้นตอบ (ยิ้ม) มันเป็นความสุขที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ

ครอบครัวผม ลูกผมไม่ติดหรู ไม่จำเป็นต้องส่งลูกไปเรียนซัมเมอร์คอร์สที่เมืองนอก ผมสอนของผมเองที่บ้าน ให้เขียนศัพท์ก็ให้เขียนในกระดาษรีไซเคิล ทำโจทย์สมการบ้าง โจทย์บวกเลขบ้าง คอมพิวเตอร์มีเยอะแยะก็ใส่เข้าไปแล้วปริ้นท์ออกมาให้ทำ ก็มีโจทย์แบบฝึกหัดมากมายไม่ต้องซื้อ สบายดีออก ภูมิใจกว่าที่ทำอะไรแล้วมัน แกร๊ก ! สำเร็จ

การทำงานด้วยมือเป็นสิ่งที่ผมชอบ ผมชอบเขียนกลอน เวลาเมาผมชอบเขียนกลอน (หัวเราะ) เวลาด่าก็ด่าเป็นกลอน ผมว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่มีเสน่ห์ สมัยอาศัยเรียนหนังสือที่สวนกุหลาบผมชอบภาษาไทยมาก แล้วผมเคยอกหักสมัยเด็ก ก็เลยมีแรงบันดาลใจเขียนกลอนเยอะ

ไฮคลาส : เขียนกลอนให้สุวรรณภูมิบ้างหรือยัง
มีคนถามสโลแกนของสุวรรณภูมิ ผมบอกว่า สุวรรณภูมิไม่ใช่ที่ผมจะทำที่เดียว ผมทำทั้งประเทศนะ สโลแกนของผมก็คือว่า

‘ สนามบินใช่แต่เพียงบันไดขึ้นลงเครื่องบิน หากแต่เป็นประตูเปิดสู่ขุมทรัพย์ของคนไทยทั้งชาติ ‘

แค่นี้ผมก็กินขาดแล้ว (หัวเราะ) ผมพูดในวันที่กรรมการสัมภาษณ์ด้วยนะ นี่คือวิธีคิดที่มันสะท้อนออกมาจากจิตสำนึกและวิญญาณที่เป็นตัวตนของผมจริงๆ ซึ่งผมมันจิตนาการสูงมั้ง ผมไม่อยากใหญ่อยากโต เพราะมันต้องทะเลาะกัน ผมเห็นคนที่ทะเลาะกันเพื่อจะให้ได้มาซึ่งตำแหน่งหน้าที่การงาน ถ้าใครอยากได้ตำแหน่งกับผมนะ บอกผมดีๆ ผมจะให้เลยจริงๆ เพราะว่าเราทำอะไรก็ได้ และเราสำเร็จเราก็ภูมิใจ อย่างผมนี่แค่ผมผัดข้าวอร่อยกว่าคนอื่นผมก็ภูมิใจ ผมทำแกงเขียวหวานอร่อยกว่าทุกคนก็แล้วกัน ยิ่งถ้าเป็นเขียวหวานเนื้อ ผมทำแกงเขียวหวานอร่อยจนคนกินจะเป็นลมแล้วกันคิดดู…แค่กินของผมน่ะ (หัวเราะ)

ที่บ้านผมก็ทำซาลาเปาขาย ซาลาเปาผมอร่อย ใครกินก็ต้องบอกว่าอร่อยรับรองได้ ซาลาเปาของผมฟังสโลแกนแล้วเป็นลมเหมือนกัน ‘ ซาลาเปาบ้านคุณกบ ซาลาเปาที่นุ่มกว่าแก้มเมียคุณ ‘ (หัวเราะ) ผมกล้าพูดได้เลยว่า ผมมีความสุข หลายคนเขาบอกว่า โหย…เป็นถึง president มาขายซาลาเปา ก็…มันผิดกฎหมายไหมเล่า อีกอย่างที่คนไม่รู้ คือผมมีเจตนาเพื่อที่จะทำธุรกิจนี้เพื่อให้เมียผมยุ่งๆ ไว้เมียจะได้ไม่ยุ่งกับผม (หัวเราะ)

อย่างตอนผมแต่งงานผมก็มี vision statement ก็คือ keep my wife busy เพราะฉะนั้นผมแต่งงานถึงมีลูก 3 คนติด ปั๊บๆๆ มาทิ้งห่างเอาคนที่ 4 พอมีลูก 4 คนมันต้องกินต้องใช้ ก็ต้องหาเงิน เวลาหาเงินเราไปหาสุจริตก็ต้องขยัน เลยต้อง modify vision statement ของผม จากเดิมที่ผมต้องการให้เมียผมยุ่งๆ ด้วยการมีลูก มาเปลี่ยนให้เมียผมยุ่งๆ ในทางอื่น ก็เลยเปลี่ยนจาก keep my wife busy ก็เลยเปลี่ยนเพิ่มเติมเข้าไปว่า keep my wife busy with earning ก็เลยหางานให้เมียทำ เมียเขาก็ยุ่ง ไม่มายุ่งกับผม ไม่มาจุกจิกงอแง ไม่โทรจิกตามผม เขาก็มีเงินทองของเขาใช้พอสมควรแก่เหตุ เราก็ไม่ได้หวังจะรวยอะไรมากมายเพียงแต่อย่ามาขอเราก็แล้วกัน (ยิ้ม)

เมียผมเขาไม่ยุ่งกับใครนะ เขาไม่เคยมายุ่งกับผม ไม่เคยมาที่ทำงานผม เขาไม่เคยมาสนใจมาวุ่นวายกับผม ขออย่ามีอีหนูเป็นใช้ได้ อ้อ..มีอีกเรื่องหนึ่งเขาไม่ยอมเด็ดขาดก็คือบุหรี่ กินเหล้ายังโอเค…แต่ถ้าสูบบุหรี่ที่บ้านหัวแตกโดนสกรัมแน่นอน (หัวเราะ)

ไฮคลาส : เป็นที่กล่าวขวัญว่า ‘ พี่กบ ‘ มักเป็นที่พึ่งของพี่น้องเพื่อนฝูงอยู่เสมอ เคยมีปัญหาหนักใจกับเรื่องการพึ่งพาบ้างไหม
ก็มีนะ แต่น้อยมาก ผมเป็นคนที่ทำอะไรให้ได้ผมก็ทำ ผมถือว่านั่นเป็น saving เป็นกุศลที่สะสมไว้ ผมไม่มีเงิน saving เยอะ ผมก็สะสมบุญกุศลไว้ ชาติหน้าผมก็คงสุขสบายเหมือนชาตินี้ เพราะฉะนั้นชาติที่แล้วผมทำอะไรสะสมบุญไว้เยอะ ชาตินี้ผมจึงทำอะไรผมแข่งขันกับคนอื่นเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นที่แบงก์หรือที่นี่นะผมได้มาโดยที่ไม่ต้องเคยวิ่ง (เต้น)ใครนะ

ไฮคลาส : มีคนเขาบอกว่าคุณเป็น boss ที่ไม่มีศัตรู
มี (เสียงสูง) ปากผมเป็นศัตรูจะตาย แต่คนไม่เกลียดผมจริงหรอก มันแค่รำคาญ คนรำคาญปากผมเพราะผมปากร้าย แต่เขารู้ว่าใจผมไม่ชั่วร้าย ช่วยเหลือได้ก็ช่วยเหลือ งานลูกน้องบางทีมันทำแล้วจะเป็นจะตายทำไม่ได้ ผมบอกมานี่กูทำเอง (หัวเราะ) เยอะแยะไป

ผมไม่เคยให้อะไรใครนะ ผมไม่มี ผมไม่เคยให้อะไรเจ้านายผมเลย แต่ผมทำงานให้เขาเต็มที่ ให้ความจริงใจ ให้ความเคารพนับถืออย่างสุจริตใจ มีแต่เจ้านายต้องดูแลผม ไม่ใช่ผมดูแลเจ้านาย ผมภูมิใจมากเลยนะ

ก่อนเศรษฐกิจดาวน์นะมีคนเอากระเช้ามา มีแบล็ค มีนั่นมีนี่เยอะแยะในห้องทำงาน พอเศรษฐกิจดาวน์นะ โอ้โห…คุ้กกี้เต็มห้องเลย ผมก็คิดว่า… คุ้กกี้มันไม่ได้มีความหมายต่างกับแบล็คหรอก เพราะความหมายมันไม่ได้อยู่ที่วัตถุ มันอยู่ที่จิตใจนะ ถึงเศรษฐกิจจะแย่ แต่เขายังคิดถึงเรา ตรงนั้นสำคัญกว่า ผมถึงได้ชื่นชมคนที่จิตใจ

ใจเท่านั้นบันดาลงานทุกสิ่ง ใจท้อนิ่งเหมือนเก่าก็เศร้าศรี

ถ้าปีใหม่มีใจใหม่ไว้ทำดี ใครจะมีทางแหยมได้ฉันใด

Related contents:

You may also like...