ชัยอนันต์ สมุทวณิช

เลาะรั้ววชิราวุธวิทยาลัย เปิดวิสัยทัศน์ใต้ปีกหมวกใบสบาย ของ ชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย

หากมองอย่างเปรียบเทียบจากสายตาคนภายนอก บทบาทและภาระอันหนักอึ้งภายใต้หมวกหลายใบที่ ศาสตราจารย์ ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช เคยแบกรับไว้ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาของอดีตผู้นำประเทศในยุคสมัยต่างๆ วุฒิสมาชิก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ฯลฯ ทั้งในฐานะนักบริหาร นักวิชาการ นักคิดระดับปราชญ์ของสังคมไทย ตำแหน่งผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัยซึ่ง ศาสตราจารย์ ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช ได้รับพระบรมราชานุมัติแต่งตั้งมาเมื่อหลายปีก่อน และยังคงเป็นตำแหน่งปัจจุบัน ดูเหมือนจะเป็นหมวกใบที่ผู้สวมใส่แบกน้ำหนักและรับแรงเสียดทานจากรอบด้านน้อยกว่าบทบาทใต้หมวกใบอื่นๆ

ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของสังคมไทยจะบันทึกบรรยายรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ของสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงปลายทศวรรษนี้เอาไว้ได้ละเอียดถี่ถ้วนเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับว่าใครหรือฝ่ายใดเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์นั้น ภายใต้ความร้อนแรงเบื้องหลังสภาวะอึมครึมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่กำลังมีปัญหารอบด้าน HI-CLASS ขออนุญาตเร้นกายมาหลบร้อนใต้ปีกหมวกผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย เปิดวงสนทนาลีลานุ่มๆ คุยเรื่องเบาๆในรั้วโรงเรียนสวนกระแสความหนักอกหนักใจของบ้านเมืองที่ยังมองไม่เห็นทางออกในอนาคตอันใกล้ ท่ามกลางบรรยากาศขรึมขลังของสถาบันการศึกษาที่มีประวัติอันยาวนานบนเส้นทางที่น่าภาคภูมิใจ รายล้อมด้วยเหล่าสุภาพบุรุษรุ่นเยาว์ในเครื่องแบบเกียรติยศแห่งวชิราวุธวิทยาลัย และแม่พิมพ์ของพวกเขา

และเพื่อไม่ให้ผู้อ่านเสียความรู้สึก HI-CLASS คงต้องออกตัวว่า ถ้อยคำในบทสนทนานี้เป็นส่วนหนึ่งของสกู๊ปเลาะรั้วโรงเรียนที่มีเครื่องแบบนักเรียนเท่ที่สุดในประเทศไทย จึงอย่าได้ขัดอกขัดใจกับประเด็นคิกขุมากมายในบทสัมภาษณ์นักปราชญ์นักคิดคนสำคัญ เพราะเป็นอีกหนึ่งความจริงของ ศาสตราจารย์ ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช ใต้หมวกใบนี้

ไฮคลาส : คุณลักษณะเด่นที่ภาคภูมิใจของลูกวชิราวุธ จากวันที่เป็นนักเรียนมาสู่ตำแหน่งผู้บังคับการศาสตราจารย์ ดร. ชัยอนันต์ : ลักษณะเด่นของนักเรียนวชิราวุธประกอบด้วยคุณสมบัติ ๓ ประการคือ ๑ . ทางด้านการศึกษา ๒ . ทางด้านดนตรี และ ๓ . ทางด้านกีฬา

การเข้ามาอยู่ในรั้ววชิราวุธฯ สิ่งแรกที่นิสัยเราถูกดัดแปลงไปก็คือ เราต้องรู้จักแบ่งปันกับคนอื่น อยู่ได้ด้วยการแบ่งปันกัน เด็กทุกคนก็จะมีความเห็นแก่ตัว ยิ่งอยู่นานไปก็ไม่มีความเห็นแก่ตัว จนกระทั่งมากเกินไป คือไม่เห็นแก่ตัวมากเกินไปจนกระทั่งถูกเอาเปรียบได้ง่ายถ้าออกไปอยู่ในสังคมข้างนอก สมัยผมเด็กๆ พ่อแม่เอาของมาให้เราก็เอาไปแบ่งให้เพื่อน

เรื่องที่สองก็คือ เราถูกสอนให้รู้จักแบ่งเวลา และตรงเวลา ชีวิตของเราควรจะแบ่งเวลาให้ได้สมดุลทั้งดนตรี กีฬา เรียน และมีเวลาเป็นส่วนตัว มีเวลาเป็นของส่วนรวม เพื่อคณะ เพื่องานโรงเรียน เพราะว่าโรงเรียนนี้จะมีกิจกรรมมากต่างจากโรงเรียนอื่น คือจะมีพระราชพิธี จะมีงานโรงเรียน เพราะฉะนั้นนักเรียนทุกคนก็ต้องให้เวลาของตัวเองกับกิจกรรมของโรงเรียนด้วย มีความเสียสละ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว

โรงเรียนนี้สอนให้เด็กเห็นชีวิตหลายด้าน เพราะฉะนั้นเราจึงรู้ว่าชีวิตมีหลายด้านไม่ได้มีด้านเดียว สมมติว่ามีนักการเมืองบางคนเห็นชีวิตมีด้านเดียว ยึดติด เราจึงเห็นว่าบางคนไล่เท่าไหร่ไม่ไป แต่ของเราเห็นว่าชีวิตเรามีหลายด้าน ถ้าเราไม่ได้เป็นแบบใดแบบหนึ่งเราก็ยังอยู่ได้ในสังคม เพราะว่าเรามีสิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิตมากกว่าหนึ่งด้าน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ

อีกเรื่องก็อาจจะเป็นเรื่องความใฝ่ดี ทำดีที่จะหวังอะไรในชีวิตที่ดีๆ แต่ว่าไม่ผิดหวังง่ายๆ เพราะฉะนั้นถ้าเด็กวชิราวุธฯ สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ก็จะไม่ผิดหวังมากเท่าไหร่

เรามีระเบียบวินัยมากกว่าที่อื่น แต่สำหรับผมยังไม่พอใจ แต่ถ้าเด็กคนไหนรู้จักคิดมันก็จะช่วยได้มาก เพราะว่าการแบ่งเวลา การที่โรงเรียนมีตารางเวลาที่แน่นอน ทั้งการเรียนและกิจกรรมทำให้เรามีระเบียบวินัยในตนเอง ระเบียบวินัยในตนเองก็คือการควบคุมตนเอง เช่นเด็กเล็กๆ ทำการบ้านไม่เสร็จ ก็ยังทำงานส่วนตัวไม่ได้ แล้วแต่เราจะพัฒนา อย่างผมนี่ผมจะมีวินัยในตนเองมาก อย่างผมถ้าเกิดยังทำอะไรไม่เสร็จจะไม่ไปทำอย่างอื่น เช่น ตอนอยู่จุฬาฯ มีงานปีใหม่ อาจารย์และนักศึกษาฉลองเอะอะเลี้ยงกันอยู่ข้างล่าง ผมนี่นั่งทำงานตลอด เพราะงานยังไม่เสร็จ เราก็รู้สึกว่า…เอ๊ะ เราทำไมนั่งอยู่ที่นี่ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมคิดว่าเราน่าจะได้จากโรงเรียน

ไฮคลาส : ความรักในหมู่คณะที่เราปลูกฝังมากเป็นพิเศษนี้ จะเป็นดาบสองคมที่ส่งผลไปถึงการเกิดระบบพวกพ้อง ระบบอุปถัมภ์ ติดตามไปไม่ว่าจะในระบบการเมืองหรือระบบอื่นต่อไปหรือไม่ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ที่เราถูกสอนมานั้นเป็นการรักความสามัคคีประเภทที่อยู่ในระดับสูง ถ้าในระดับต่ำก็คือสัตว์นะ เป็นหมาหมู่กัดเขา หรือไปทำในสิ่งที่ไม่ดีเพื่อช่วยเพื่อน อย่างเช่น เพื่อนเราเลวแต่เราไปให้ตำแหน่งดี อย่างผมเป็นผู้บังคับการ แต่เชื่อไหมว่าเพื่อนที่อยู่ชั้นเดียวกับผมจะไม่กล้ามาฝากเด็กกับผมเลย แต่ละคนจะมีความยับยั้งชั่งใจ รู้อะไรถูกอะไรผิด จะไม่ไปทำให้คนเขากระอักกระอ่วนในเรื่องที่ผิดหรือในเรื่องที่เป็นพวกมากลากไป

แต่ว่าถ้าใครมาด่าเรา เราก็จะรุมด่าเขา เช่น ถ้ามีเมียเพื่อนคนไหนอยู่ดีๆ มาด่าเพื่อนเรา หรือมานั่งบ่นว่าโอ๊ยไอ้นี่แย่ มาด่าผัวตัวเอง เราก็จะด่าไอ้พวกนั้นไป เรามีความรู้สึกว่าไม่ถูก ( หัวเราะ )

ไฮคลาส : กับคำครหาว่า วชิราวุธวิทยาลัยส่งเสริมระบบชนชั้น อาจารย์มีมุมมองอย่างไรต่อคำพูดนี้ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : สมัยก่อนอาจจะใช่นะ สมัยผมน่ะ เพราะว่าสมัยผมหรือก่อนผมไปสักสิบปีหรือยี่สิบปี มาจากคนชนชั้นเดียว ก็คือพวกเจ้า พวกลูกขุนนาง เศรษฐีต่างจังหวัดเก่าแก่ บุญสูง จากภูเก็ต ตันติวิทย์ จากภูเก็ต ณ เชียงใหม่ ณ เชียงตุง บุนนาค หม่อมราชวงศ์ ปีหนึ่งมีหม่อมเจ้า ๑๑ คน แต่ตอนนี้ไม่แล้ว นักเรียนเริ่มเป็นชนชั้นกลางมากขึ้น

ไฮคลาส : ชนชั้นกลางในความหมายที่พูดนี้วัดจากอะไร
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ชนชั้นกลางก็ดูจากรายได้ของพ่อแม่นะ อยู่ในระดับ ๒ คนได้เงินเดือนรวมประมาณหนึ่งแสน

ไฮคลาส : วชิราวุธฯ เตรียมนักเรียนให้ออกไปสู่โลกภายนอกได้ดีแค่ไหน เมื่อต้องเผชิญกับกระแสทุนนิยม ซึ่งการอมบรมจากวชิราวุธดูเหมือนจะทวนกระแสสังคมทุนนิยมปัจจุบัน
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : เรื่องนี้ก็คงไม่เป็นไร เพราะว่าเรารู้เท่าทันมัน เราไม่ได้ไปหลงกับมัน เราจะสังเกตเห็นว่านักเรียนวชิราวุธที่เข้ามา เกือบจะไม่มีเลยที่มาใส่นาฬิกายี่ห้อดีๆ อวดกัน หรือมาแต่งตัวอวดกันไม่มีใครสนใจใครว่าใครรวยใครจนอย่างไร แต่ถ้าออกไปข้างนอกถามว่าเด็กจะรู้เท่าทันไหม ก็พอรู้นะ แต่ถามว่าจะไปตักตวงกับเขาไหม อันนี้ก็แล้วแต่ เพราะโรงเรียนจะสอนได้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็อยู่ที่ทางบ้านด้วย แต่ว่าโรงเรียนนี้ก็มีความพอเพียงในตัวเอง เพราะว่าอยู่ในนี้เด็กก็มีทุกอย่างหมด เราก็เหมือนกับการสอนความพอเพียงว่าแค่ไหน อย่างไร

ไฮคลาส : คาดหวังให้เด็กมีความเป็นเลิศทางวิชาการแค่ไหน อย่างไร
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : นักเรียนที่นี่เราวัด ๔ ด้าน ที่อื่นเขาจะวัดจาก ๔ แล้วได้ ๓ แต่เของเราจะวัด ๑ วิชาการ ๒ ดนตรี ๓ กีฬา ๔ ความเป็นผู้นำ

ถ้านักเรียนวชิราวุธคนไหนได้ ๒ . ๕ ทางวิชาการ คนนั้นดีมากเลย ถ้าได้ ๓ – ๓ . ๕๔ เรียกว่ายอดเยี่ยมแล้ว เพราะอะไรเพราะอีก ๓ ด้านได้ ๔ หมดเลย เฉลี่ยรอบด้านเราไม่เหมือนคนอื่น ถ้านักเรียนวชิราวุธคนไหนได้ ๔ . ๐๐ ก็ยิ่งไปโลด เพราะว่าด้านอื่นมันมี มีทุนอยู่แล้ว และเราก้าวไปไกลขนาดที่เราให้โอกาสกับนักเรียนสูงมาก อย่างนักเรียนของเราคนหนึ่ง ชื่อขุนเขา เพิ่งไปฝึกงานที่ ( พิพิธภัณฑ์ ) สมิทโซเนียน ( มหานครนิวยอร์ก ) จบ ม . ๔ ก็ไป โอกาสที่นี่มันมีมาก ครูที่นี่ก็ได้ไปเมืองนอกทุกปี ปีละ ๑ เดือน อเมริกา นิวซีแลนด์ ทำหลักสูตรร่วมกันที่นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ advance มาก ในเรื่องของ human right เราทำมาแยะมาก ทำก่อนคนอื่น หลักสูตรสิ่งแวดล้อมที่นี่ ทางนิวซีแลนด์ยังบอกเลยว่าดีกว่าของเขา

ลูกชายผม เพชร ( พชร สมุทวณิช ) ก็เรียนที่นี่ การศึกษาในแนวของผมก็คือการให้โอกาสมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ วชิราวุธเรามีแผนกศิลปะและการออกแบบ ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการออกแบบ หมวดศิลปะและการออกแบบของเราใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนะ พวกอเมริกาหรือที่ไหนๆ มาดูเขาก็ยังแปลกใจว่าเราทุ่มเทให้กับศิลปะมากมายเพียงนี้ เรามีทั้งภาพพิมพ์พิมพ์หิน เซรามิค ฉลุแบบไทย painting design ออกแบบรถประหยัดพลังงาน และชมรมต่างๆก็มีเยอะแยะไปหมดตั้งแต่เด็กจนโตนะ ผมว่าเป็นโรงเรียนที่ให้มากที่สุด มี International Award ด้วยให้ไปบำเพ็ญประโยชน์ ไปเขาดิน ไปโรงเรียนคนตาบอด หูหนวก เด็กไปก็ดี ไปแล้วมีความรู้สึกธรรมชาติมาก ไม่ได้ไปแล้วมีความรู้สึกมีบุญคุณต่อเขา

ไฮคลาส : เมื่อเปรียบเทียบกับระบบการศึกษาตามแนวกระทรวงศึกษาที่มีอยู่
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ทางนั้นเขาไม่มีทางทำแบบเราได้เพราะเขาเป็นโรงเรียนไปกลับ อีกด้านหนึ่งที่โรงเรียนนี้ทำคือการคัดเลือกครู ผมได้คัดเลือกครูมากขึ้น ผมเข้ามาสิบปีที่แล้วผมไม่ได้คัดเลือกครู

ครูต้องดีก่อนการศึกษาต้องไม่ใช่เด็กเป็นศูนย์กลาง ลึกๆ แล้วผมถือว่าครูเป็นศูนย์กลาง พอเป็นศูนย์กลางปุ๊บครูแต่ละคนก็แยกย้ายไปดูแลเด็ก การเอาเด็กเป็นศูนย์กลางคือเราสนใจเด็กเป็นรายบุคคล โดยรู้ว่าเด็กคนไหนชอบทางไหนถนัดทางไหนจะได้ส่งเสริมศักยภาพเขาทางนั้น แต่เราไปเรียกให้งง และการศึกษาเราหลงทางจนกระทั่งทุกวันนี้ แล้วไปใช้วิธีการวัดประเมินไปสร้างตัวชี้วัดเลอะเทอะมากไป คือไปตั้งไว้ก่อน แต่ของเรานั้นมองแบบธรรมชาติ

ปัญหาการศึกษามีต้นตอมาจากคนในเมืองไทย มีคนบางจำพวกที่ไปรับความรู้มาแค่ครึ่งเดียว และคิดว่ารู้หมด นี่คือปัญหา วชิราวุธฯได้เปรียบอย่างหนึ่งที่ว่ารัชกาลที่ ๖ ท่านนำเอาแบบของโรงเรียนอังกฤษมา แต่ท่านนำมาดัดแปลงให้เป็นไทย คือเอาไทยครอบฝรั่งซะ แต่ให้ของไทยเราแรงกว่าฝรั่ง ใช้วัฒนธรรมของเราครอบปรับ และเป็นการปรับทุกให้อวัยวะไม่ขัดกัน ของเราก็ transplant ระบบอังกฤษเข้ามา คนอังกฤษเข้ามาเห็นในโรงเรียนก็รู้เลยว่าเป็น Public School เพราะที่ตั้งที่เข้ามาเป็นสนามใหญ่ข้างหน้า อาคาเรียน หอประชุมตั้งอย่างนี้ๆ รู้เลยว่าแบบอังกฤษ แต่เป็นไทย

ไฮคลาส : แล้วจะแก้ปัญหาระบบการศึกษาไทยอย่างไร
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ผมว่าต้องทำให้มันซับซ้อนน้อยลง การศึกษาไทยอย่าไปพูดว่าต้องการให้เด็กดี ๑๘ อย่าง วชิราวุธผมเอาที่ครูก่อนไง ผมเพ่งที่ครู และตัวผู้บริหารโรงเรียน นักเรียนนี่ไม่ยากเลย

ไฮคลาส : แต่ถ้าปัญหามาจากเชิงนโยบายของผู้มีอำนาจหรือจากรากเหง้าความคิด
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ก็ช่วยไม่ได้เพราะว่าเรามีตัวนายกรัฐมนตรี ที่คิดว่าตัวรู้ดีทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้อะไรมากประเทศมันถึงเฉไฉ ดูกระทรวงศึกษาสิมีกี่คน คุณเห็นไหมประเทศอื่นอย่างอังกฤษเขาปฏิรูปการศึกษา เขาดูว่าเด็กของเขาอ่อนอะไรเห็นว่าเด็กอ่อนคำนวณ อเมริกาก็เหมือนกัน เขาก็ตั้งเป้า ๓ อย่าง ในปีนี้ต้องการโรงเรียนเรื่องคณิตศาสตร์ แต่ของเราตั้งเป้าต้องการให้เด็กเป็นเด็กดี ไอ้เป้านี้มันวัดยากคุณจะไปวัดอะไร ต้องทำให้คนหายงงทั่วประเทศก่อน

ไฮคลาส : ถ้าสมมติอาจารย์ได้เป็นผู้นำของประเทศ ๑ วัน หรือมีอิทธิพลในการปฏิรูปการศึกษา ๑ วัน สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่เมืองไทยต้องทำคือสิ่งใด
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ก็เรื่องที่เราต้องทำความเข้าใจกับครูทั้งประเทศซะก่อน และเราก็ตั้งเป้าที่ไม่ซับซ้อนนัก ทำง่ายๆ และตั้งเป้าหมายที่มีความหลากหลาย ให้สอดคล้องกับสภาวะของโรงเรียน โรงเรียนนี่จะมีความพร้อมไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นก็ต้องให้กำลังใจเขา ไม่ใช่ไปตั้งเป้าแบบรวมเยอะแยะไปหมดและให้ทุกโรงเรียนต้องทำ บางโรงเรียนเขามีครูน้อย มีครูประจำวิชาไม่หมดก็ทำไม่ได้ ง่ายๆ ที่สุดก็อาศัยมาตรฐานที่ไม่ใช่มาตรฐานเดียว แต่ให้ทำสัก ๓ มาตรฐานและเริ่มจากการสำรวจสภาวะดูว่าก่อนหลัง ขณะนี้เขาเป็นอย่างไร ต้องการอะไรมากที่สุด และเราก็จะรู้ ก็ทำอย่างนั้นไปก่อน อย่างเพิ่งไปบอกเขาให้ทำ ๑๐ อย่าง

ไฮคลาส : แล้วถ้าให้เป็นนายกฯ จริงๆ เอาไหม
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ได้…(ลากเสียง) ไม่มีใครรู้ (หัวเราะ) ถ้าให้ผมเป็นผมก็ทำได้ แต่ผมยังไม่อยากเป็น แต่ถ้าอยากก็คงได้ (ยิ้ม)

ไฮคลาส : มองว่าตอนนี้บ้านเมืองเราต้องการนายกฯ แบบไหน
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ต้องการนายกฯ ที่รู้ตัวเองก่อน รู้ตัวว่าตนมีความสามารถและรู้ข้อจำกัดของตนเองสำคัญที่สุด เมื่อรู้ข้อจำกัดของตนเองก็ฟังคนที่รู้ ต้องฟังคนอื่นเยอะแยะ นักเรียนวชิราวุธทุกคนเป็นนายกรัฐมนตรีได้ทั้งนั้น เพราะว่าถูกฝึกให้เห็นแก่คนอื่นมากกว่าตัวเอง ( หัวเราะ ) สำคัญที่สุด ถามว่าเป็นนายกฯ คืออะไร คือเป็นคนที่ไปทำงานให้คนอื่นเขา เพราะฉะนั้นก็ต้องคนที่นิสัยดีหน่อย เอาไอ้พวกเห็นแก่ตัวไปไม่ได้ จะเอาแต่เข้าตัวกับพรรคพวกอย่างนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่ train มาแบบนี้ทำได้ ๒ ปี การฝึกแค่ในโรงเรียนเตรียมทหารไม่พอ มันต้อง ๑๐ ปีนะ ต้องฝึกกันตั้งแต่เด็ก

ไฮคลาส : การเมืองไทยยึดติดกับตัวบุคคลมากไป
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ยึดติดกับตัวบุคคล เพราะว่าเรามีความเคยชินอย่างนั้น ลองดูคนรัฐบาลนี้ก็ได้เมื่อ ๓ – ๔ ปีที่แล้ว ก็ไม่มีใครคิดว่าคนนี้เขาจะทำอะไรได้ดี เวลานี้ก็ทำได้ดี อาจารย์สมคิดแต่ก่อนแกก็สอนธุรกิจเฉยๆ แต่เดี๋ยวนี้พอไปเป็นรัฐมนตรี คนก็บอกว่าน่าจะเป็นได้ดี มีคนอีกเยอะแยะ คนไปยึดติดตัวบุคคลเพราะว่าคนที่ไปมีตำแหน่งเป็นนายกฯ หรือมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าไปสร้างความเคยชินให้กับคนอื่น ให้เขาติดยึดตัวบุคคล

ผมอยู่ที่นี่ ผมจงใจ ผมมาวชิราวุธ ๓ , ๔ , ๕ ปีแรก ผมก็ทำทุกอย่างแต่คนไม่รู้ ทำทุกอย่างตั้งแต่วางแผน คิดงบประมาณ การเสาะหาคน เขียนรายงาน ทำมันทุกอย่างโดยไม่มีคนช่วย และผู้บังคับการวชิราวุธคนก็จะถือว่าเป็นแบบคล้ายๆ ผู้นำเชิงเด็ดขาดพูดอย่างไรก็อย่างนั้น ผมไม่ต้องการสร้างความเคยชินให้กับคน พอ ๘ ปีปุ๊บ ผมก็ทำเลย ปรากฏตัวให้น้อยลง ไม่ทำให้คนมีความรู้สึกว่าถ้าผมไม่อยู่แล้วโรงเรียนจะอยู่ไม่ได้ สร้างระบบขึ้นมาแทนผม เวลานี้ถ้าผมไปผมก็รู้สึกเฉยๆ แต่ถ้าผมทำให้ทุกคนต้องมาถามผมก่อนว่า … อะไรทำยังไง อย่างนี้ไม่ได้ เดี๋ยวนี้ผมก็ลองให้คนอื่นทำผ่อนไปเรื่อยๆ

ไฮคลาส : การสร้างระบบเป็นเรื่องยาก และต้องใช้เวลานาน อาจารย์คิดว่าการเมืองไทยจะเริ่มอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญที่ร่างมาฉบับประชาชนดูเหมือนจะใช้ไม่ได้
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : มันเสีย…เสียไปหมดแล้ว เป็นโดมิโน ตัวโดมิโนคือวุฒิสภา เพราะวุฒิสภาคนไปให้อำนาจ ไปเลือกสรร คนเข้าไปอยู่ในองค์กร อย่างกกต . ไม่ควรจะให้อำนาจให้ใบแดงใบเหลืองหรอก ให้แค่กำกัดการเลือกตั้งก็พอ ทีนี้ไปให้ไปแดงใบเหลืองมันก็ยิ่งไปกันใหญ่ เราก็ต้องล้างให้หมด ล้างให้หมดคือไม่ใช่ให้เริ่มใหม่

ผมยังคิดว่าประชาธิปไตยของไทยผมจะเน้นระดับท้องถิ่นมากกว่าระดับชาติ เท่าที่ผ่านมาเราสังเกตไหมว่าการเมืองไทยเราเน้นให้ระดับชาติเป็นประชาธิปไตยและระดับท้องถิ่นเราคุมหมดเลย ผลเป็นยังไง เพราะฉะนั้นผมไม่แคร์แล้วสมัยนี้

สมัยก่อนผมก็คิดว่าวุฒิฯ น่าจะมาจากการเลือกตั้งหมดนะ แต่ตอนนี้ผมคิดแล้วว่าถ้าองค์กรปกครองท้องถิ่นถึงอย่างไรก็ดีกว่า ใครจะไปสู้เสียงประชาชน ท้องถิ่นมันอยู่ใกล้ชิดความเดือดร้อนประชาชน ห้วย หนอง คลอง บึง ถนน สะพาน เสีย หรือโรงเรียนไม่ดี คนเห็น เห็นใกล้กว่า แต่คนที่จะดูการเมืองระดับชาติให้เอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งมันไม่มี จะมีก็ต่อเมื่อสายเสียแล้ว ต้องมาประท้วงเขา เพราะตอนแรกตัวไม่ได้สนใจ ผลประโยชน์ของตนไม่ได้ถูกกระทบโดยตรง คนกรุงเทพฯ ทุกอย่างสบายหมดแล้วนี่ มีน้อยรายที่ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อก็อยู่ไกล

ไฮคลาส : ในสังคมวชิราวุธฯ มีกลิ่นอายของระเบียบวินัยแบบทหาร ในสายตาของอาจารย์มองว่าทหารในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ผมว่าวชิราวุธเป็นทหารมากกว่าทหาร เพราะว่าของเราเริ่มฝึกตั้งแต่ ๙ ขวบ ทหาร ๑๖ – ๑๗ เพราะฉะนั้นความเป็นทหารในตัววชิราวุธฯ กับความจงรักภักดีในตัวสถาบันมันถูกปลูกฝังตั้งแต่ ๙ ขวบ ก่อนหน้านั้นก็ ๖ ขวบ ทหารมีความหมายมากกว่าการถืออาวุธไปรบ แต่หมายถึงการต่อสู้เพื่อป้องกันประเทศในทุกวิถีทาง ทั้งทางวัฒนธรม เศรษฐกิจและสังคม

ไฮคลาส : อาจารย์เคยเขียนบทความหนึ่งน่าจะชื่อ Soldiers never die but they just by passed it คิดว่าทหารในปัจจุบันยังเหมือนกับที่อาจารย์เขียนไว้หรือเปล่า หรือว่ามีความเป็นอาชีพมากขึ้น
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ใช่ครับ เดี๋ยวนี้ทหารมีความระมัดระวังตัวมากขึ้น โลกก็เปลี่ยนแปลงไป ก็เหมือนอย่างที่ผมเขียนนะเขาก็ถูก by pass คือถูกผ่านไป สถาบันอื่นเกิดมีความสำคัญมากขึ้นเยอะแยะไปหมด

ไฮคลาส : ในฐานะที่เป็นนักคิด นักวิชาการที่วิพากษ์สังคมมาโดยตลอด มีผลกระทบทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมอย่างไรกับชีวิตในวชิราวุธ
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : มีผลกระทบก็โดนด่าแค่นั้นแหละ ไม่ได้กะว่าจะเขาจะด่าเพราะเขามีความคิด ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าเขานะว่าผู้บังคับการของวชิราวุธเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ ไม่ควรจะออกไปพูดอะไรที่ให้คนอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์เราได้ เพราะถือว่าเป็นตำแหน่งที่สูงส่ง ไปแล้วให้คนอื่น … ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาว่าเขาก็รู้สึกไม่ดี ไม่อยากให้เราทำ นอกจากนั้นก็ไม่มีผลกระทบอะไร

ไฮคลาส : ในชีวิตก็ผ่านหมวกหนักๆมาหลายใบ เมื่อได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการความรู้สึกแตกต่างอย่างไร
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : ผมอยากเป็นผู้บังคับการวชิราวุธฯ มากกว่าการเป็นนายกฯ นะ (หัวเราะ) คิดว่าถ้าจะเป็นนายกฯ ก็ขอเป็นผู้บังคับการก่อนแล้วถึงค่อยเป็นนายกฯ ลำดับความสำคัญ รู้สึกว่าเป็นที่นี่ยาก ต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้เด็กที่มีเด็กเล็ก วัยทีน เด็กโต ทำอย่างไรถึงจะไม่ให้เราไปยุ่งกับเขามากเกินไป หรือน้อยไป เราจะวางบทบาทของเราอย่างไรที่จะไม่ไปยุ่งกับเขามาก เหมือนอย่างลูกเราไม่ค่อยอย่างให้เราไปยุ่งมาก แต่ไม่ไปยุ่งเลยเขาก็รู้สึกไม่ค่อยดี เพราฉะนั้นเราก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเด็กแต่ละคน เด็กคนไหนเป็นอย่างไร

ไฮคลาส : หากมองว่าชื่อวชิราวุธวิทยาลัยก็คือแบรนด์อย่างหนึ่ง ซึ่งแบรนด์ก็มีวงจรชีวิตของมัน ขณะนี้แบรนด์วชิราวุธอยู่ในช่วงไหน
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : เหมือนเครื่องลายครามนะคับ ไม่ใช่แบรนด์ใหม่ ค่อนข้างจะเก่าแก่ แต่ว่ามันเป็นความเก่าแก่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อาจจะกล่าวได้ว่ามีลักษณะเฉพาะของตัวเอง และมีกลุ่มคนที่จะเลือกใช้แบรนด์นี้เอง ด้วยความศรัทธา ด้วยความเชื่อมั่น เป็นแบรนด์ที่หาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาดนะครับ แต่ต้องมาก่อนนับพบเพื่อดูของ เพราะว่าจะสังเกตดูว่าเราไม่มีการโฆษณาโรงเรียน มีแต่ แม็กกาซีนมาโฆษณาให้เรา

ไฮคลาส : ในสังคมวชิราวุธมีการควบคุมการรับรู้ข่าวสารข้อมูลหรือไม่อย่างไร
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : สมัยผมมาเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว มีทีวีเขาเอามาเก็บไว้ที่บ้านผม เขาไม่ให้เด็กดูทีวี อดดูทีวี แต่ตอนนี้ก็ได้ดู ก็พยายามจะให้ได้ดูมากขึ้น โดยตอนนี้ผมก็คัดกำลังคัดเลือกหนัง โอเปร่า และคอนเสิร์ต ที่ดีที่สุดในโลกนะที่คนในโลกเขาดูกัน ก็ได้มาเกือบ ๒๐๐ เรื่อง แล้ว เดี๋ยวก็จะจัดเป็นรายการให้นักเรียน ก็ทำห้องฉายหนังไว้ห้องหนึ่ง แต่ว่าพื้นไม่ดี เสียงไม่ดี ก็เพิ่งเสร็จเมื่อเดือนที่แล้ว ครูก็จะได้ดูเรื่องดีๆ

ไฮคลาส : ดูเว็บโป๊ได้ไหม
ศาสตราจารย์ ดร . ชัยอนันต์ : เว็บโป๊…โอ๊ย … ผมอยากให้ดูนะ แต่ไม่รู้เขาดูกันหรือเปล่า (หัวเราะ) แต่ถ้าไม่ดูผมว่าผิดปกติ ( หัวเราะ ) ควรจะมาแบ่งให้ผมดูบ้าง เพราะผมก็ไม่รู้ว่าจะไปดูที่ไหน ไม่เป็นไรหรอกเว็บโป๊เด็กผู้ชายทั้งน้าน

Related contents:

You may also like...