พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน

“ ตามรัฐธรรมนูญและตามประเพณี ผมอยากให้กองทัพมีความสง่างาม และเป็นที่รักและศรัทธาของประชาชน ผมอยากให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าประชาชนมีส่วนเป็นเจ้าของกองทัพ แต่ว่าในรัฐธรรมนูญทหาร กองทัพก็คือทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ท่านทรงเป็นจอมทัพไทย ”

ประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผ่านมานั้น บทบาทของทหารแห่งกองทัพไทย กับความเป็นชาติเอกราช ดำรงอยู่ควบคู่เสมอมา แม้วันเวลาผันผ่านแต่ภารกิจของทหารยังคงดำเนินต่อไปไม่ต่างจากอดีตเท่าใดนัก นอกเหนือจากรูปแบบในการสนองคุณแผ่นดินอันทันสมัยขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก

“ โลกมนุษย์นี้เปลี่ยนไปเยอะนะครับ จากอดีตจนถึงปัจจุบันอุดมการณ์ของคนในชาติเราลดลง แน่นอนว่าอุดมการณ์ของคนในกองทัพก็อาจจะลดไปด้วยตามธรรมชาติในภาพรวม แต่กองทัพก็คงยอมให้อุดมการณ์ของความรักชาติลดลงไม่ได้ เพราะถ้าเกิดอุดมการณ์ของการรักชาติลดลงก็ส่งผลไปถึงเรื่องของการทุ่มเทอำนาจกำลังรบของกองทัพ นำไปสู่การเสียสละเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่นคง

“ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจเป็นปัญหาหลักของมวลมนุษย์ในยุคนี้ คนต้องต่อสู้เพื่อให้มีฐานะมีรายได้ เป็นเรื่องปกตินะครับ คนที่จบจากโรงเรียนนายร้อยจึงมีความรู้สึกต่างกับคนที่จบนักเรียนนายร้อยสมัยก่อน เพราะเมื่อสมัยก่อนนั้น ทุกคนที่จบมาอยากจะเป็นเหล่ารบ ราบ ม้า ปืน ทุ่มเทชีวิตอย่างมีอุดมการณ์ แต่ปัจจุบันนี้คนที่จบมาก็ต้องการไปอยู่เหล่าที่สามารถไปหารายได้ เช่น สาขาวิศวะฯ ไฟฟ้าเครื่องกล อิเล็กทรอนิคส์อะไรต่างๆ

“ ยุคสมัยทำให้คนเปลี่ยนไป อุดมการณ์เปลี่ยน โดยมีผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาจะไปบังคับให้เขาเปลี่ยนวิถีคงไม่ได้ เรามีหน้าที่ว่าทำอย่างไรให้นายทหารใหม่ๆ ที่เพิ่งจบถึงแม้ว่าจะไปอยู่ตรงไหนคุณต้องรักชาติ รักบ้านเมือง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นปรากฏการณ์ที่แปรเปลี่ยนไปตามสังคม

“ เราพยายามหาแรงจูงใจที่จะทำให้ทหารในกองทัพมีความรักในกองทัพอย่างสุดชีวิต ถามว่าจะรักกองทัพบกทำอย่างไร กองทัพก็ต้องสง่างาม ถ้าหากทุกคนในชาติไม่รัก หรือว่าเกลียดกองทัพ ทหารทั้งกองทัพคงไม่มีใครอยากที่จะมีอุดมการณ์ของการรักกองทัพ ทุกคนก็จะเหนื่อยหน่ายหลบเลี่ยง ไม่แต่งเครื่องแบบ ฯลฯ เราต้องการทำให้ทหารรักกองทัพ ก็คือต้องทำให้ประชาชนรักกองทัพ คนที่เป็นทหารก็รู้สึกถึงความมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีความสง่างาม มีความภูมิใจในความเป็นทหารแห่งกองทัพ เขาก็จะรักกองทัพ นี่คือจุดหัวใจอันหนึ่ง ”

“ สิ่งที่ทหารเป็นอยู่ในขณะนี้เราเป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราก็บอกทหารของเราทุกคนว่าเราต้องรักพระเจ้าอยู่หัว กระแสวันที่ ๙ มิถุนายน ก็คงจะเห็นได้ว่าเป็นกระแสที่ทำให้ทหารรักประเทศชาติ รักกองทัพ และรักพระเจ้าอยู่หัวมากยิ่งขึ้น นี่คือส่วนหนึ่งในอีกหลายๆ ส่วนที่เราทำอยู่ ”

“ เมื่อสมัยที่ผมเป็นเด็กกับปัจจุบันนี้สภาพของสถานการณ์ของประเทศแตกต่างกัน เมื่อก่อนนั้นเป็นสถานการณ์ของการสู้รบ เป็นสงคราม ในช่วงชีวิตของการเป็นเด็ก สมัยยังเป็นร้อยตรีผมก็จะมีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับศัตรูที่เป็นภัยกับชาติกับแผ่นดิน แต่พอชีวิตมาถึงตรงนี้แล้ว หากมองในระดับของการบริหารกองทัพ คงต้องการจะเห็นกองทัพของเรามีความเข้มแข็ง มีอาวุธยุทโธปกรณ์ มีกำลังพล มีทุกอย่างที่มีความสมบูรณ์ที่จะสามารถป้องกันประเทศได้ และสามารถแก้ปัญหาให้กับความไม่มั่นคงของประเทศในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีและเหมาะสม อาทิเช่น ภัยพิบัติ หรือ ภัยจากยาเสพติด ภัยจากการก่อการร้าย ฯลฯ เราจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร มุมมองเมื่อสมัยก่อนกับตอนนี้มันแตกต่างกัน ผลประโยชน์ของการมอง ความต้องการของการคิดมันคนละอย่างกัน ”

“ ชีวิตของผมก่อนจะสอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อย สมัยนั้นทุกคนต้องการเป็นทหาร เพราะมีความสง่างาม มีเกียรติ และที่สำคัญคนที่จะมาเป็นทหารได้ก็คงจะ ต้องยอมรับว่ารักชาติมาก เราอุทิศชีวิต เลือดเนื้อและชีวิตเพื่อที่จะปกป้องชาติบ้านเมือง ความมีอุดมการณ์ของทหารถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ใจอยากเป็น เมื่อเป็นแล้วก็มีความรัก ความหวงแหนประเทศมาก จะถามว่ามากกว่าสถาบันอื่นหรือไม่ เราไม่รู้ แต่เราคิดว่าเรารัก และหวงแหนประเทศชาติมากเป็นที่สุด

“ ปัญหาภัยคุกคามอันนำไปสู่ปัญหาของประเทศในขณะนี้หลายเรื่อง เห็นชัดๆ คือ ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันที่สองก็คือเรื่องของ การก่อการร้าย อันที่สามก็คือในเรื่องของ ยาเสพติด เพราะทหารมีหน้าที่สกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดไหลเข้ามาภายในประเทศ เราวางกำลังตามแนวชายแดนป้องกันยาเสพติด ภัยจากยาเสพติดมันร้ายแรงกว่าภัยจากการสู้รบโดยทั่วไป สำหรับการแก้ปัญหายาเสพติดเราก็ต้องช่วยกันทุกฝ่าย และก็ต้องเอาจริงเอาจัง ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ ผมคิดว่าทุกอย่างมันแก้ได้หมดถ้าหากว่าเราทำอย่างตรงไปตรงมา

“ อีกอันหนึ่งก็คือ ภัยจากการหลบหนีเข้าเมือง ของประชาชนจากประเทศรอบด้านที่เข้ามาขายแรงงาน ถือเป็นภัยเพราะว่าการที่เข้ามามากๆ สังคมเราจะเปลี่ยน อะไรต่อมิอะไรในบ้านเราจะเปลี่ยน ซึ่งภัยที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นสิ่งตายตัวที่เกิดขึ้นแน่นอน ไม่รวมถึงภัยอื่นๆที่เกิดขึ้นเช่นภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งทหารต้องตื่นตัวและจะต้องบำบัดให้เคลียร์ ”

“ ตอนนี้ทุกฝ่ายมีการสื่อสารออกมาชัดเจนและตรงกันว่า ปัญหาของภาคใต้ขึ้นอยู่กับปัญหาเอกภาพของการบังคับบัญชา วิธีการที่จะแก้ไขก็คือต้องปรับเรื่องของเอกภาพของการบังคับบัญชาตามที่ ฯพณฯ นายกฯ ได้มอบหมายให้กองทัพบกเข้าไปรับผิดชอบ เอกภาพในการบังคับบัญชานั้นนำไปสู่เรื่องของการกำหนดแนวความคิดที่ตรงกันและเหมือนกันทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากคิดเหมือนกันและทำไปในแนวทางเดียวกับทุกอย่างก็คงไม่ลำบาก

“ส่วนภัยจากภายนอกหมายซึ่งหมายถึงภัยคุกคามจากศัตรู ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้วนะครับ การต่อสู้ขนาดใหญ่ตามแนวชายแดนคงไม่เกิดแล้ว เรามีอะไรก็เราคุยกันได้ทั้งโลก

“ประเทศที่มีความเข้มแข็งทางด้านการปกครอง จะใช้วินัยเป็นตัวตั้งในการกำหนดกรอบความคิด ในการปฏิบัติใดๆ ก็ตาม ถ้าหากวินัยของคนอยู่ในทิศทางที่ดี การจะทำอะไรก็ตามมันจะสะดวกไปหมด เหมือนอย่างทหารกับกองทัพถ้าทหารมีวินัยจะทำอะไรทำได้หมด

“ เมื่อมองภาพรวมของประเทศ ผมคิดว่าทุกคนที่เป็นฝ่ายบริหารมองเห็นด้วยมุมเดียวกันหมดว่าคนไทยเรายังขาดวินัย จะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้พยายามให้กองทัพได้เข้าไปพัฒนาคนด้านวินัย ไม่ว่าจะเอาพวกในคุก พวกที่อยู่ในเรือนจำเอามาฝึก เอาพวกที่ติดยาเสพติดมาอบรม เยาวชนเกเรมาอบรม หรือว่าให้กองทัพฝึกเยาวชนกลุ่มต่างๆเพื่อให้มีวินัย นี่คือสิ่งที่ทุกคนเห็นเหมือนกันหมดว่าวินัยเป็นส่วนสำคัญของการสร้างคนให้มีความสุข คนจะเจริญต้องมีวินัยมาก่อน ”

“อย่างไรก็ตาม ทหารก็คือประชาชนนะครับ ย่อมจะมีทั้งคนดีและไม่ดีเข้ามาอยู่ในกองทัพ บางทีตอนมาสมัครก็ดูดีนะ แต่ในใจลึกๆ ของเขาอาจจะเป็นคนที่มีอะไรอยู่ข้างในเราก็ไม่รู้ เมื่อมาอยู่แล้วเขาก็แสดงพฤติกรรมที่เป็นของแท้ออกมา ก็เป็นหน้าที่ของผู้บังคับหน่วยทุกคนที่จะต้องไปกำกับดูแล ช่วยกันดู ช่วยกันสอน ให้เขามีอุดมการณ์รักชาติ มีความรักกองทัพ เป็นคนดี ฯลฯ แต่ถ้าหากไม่ดีก็ต้องลงโทษ เอาจริงเอาจัง และถ้าหากคนพวกนี้อยู่ในกองทัพให้เกิดความเสียหายเราก็เอาออกซะ เราจะไม่อะลุ่มอล่วยกับคนที่ทำผิด กองทัพต้องมีความเด็ดขาด ถ้าเผื่อมีว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมา เช่น มีข่าวว่าทหารไประเบิดรถตู้ ไปทำอะไรที่ไม่ดี นี่คือเสี้ยนหนามหรือเหลือบที่มาอาศัยกองทัพอยู่ เราก็รีบปลิดทิ้งไปซะ มันก็จะหมดไปเอง

“ ผมจะใช้เวลาที่มีอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้ว่าจะน้อยนิด ทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพ ซึ่งการที่จะทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพเราก็ต้องมองหลายอย่าง สิ่งที่ต้องทำในขณะนี้คือทำให้กองทัพเราเล็กลง และพัฒนาการสร้างยุทโธปกรณ์ กองทัพมีการส่งผู้บังคับหน่วยทุกกองพลเดินทางไปดูงานต่างประเทศเกือบทั่วโลก เพื่อกลับมาปรับโครงสร้างของกองทัพ ให้กองทัพของเราเล็กกะทัดรัด เหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และมองดูว่ายุทโธปกรณ์อะไรบ้างที่จะมาเสริมทำให้กองทัพของเราจิ๋วแต่แจ๋ว เพราะต่อไปในอนาคต การรบจะใช้วิธีกดปุ่มแกร๊กหนึ่งสามารถทำลายข้าศึกได้ไกล เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องพยายามทำกองทัพของเราให้เป็นที่เกรงขามของฝ่ายตรงข้าม และการพัฒนากองทัพไปสู่จุดตรงนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ ”

Related contents:

You may also like...