ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

ทุกสิ่งที่เป็นภาพเดียว

หากเอ่ยถึง ดนัย จันทร์เจ้าฉาย แล้ว ผู้คนในวงการประชาสัมพันธ์คงรู้จักผู้ชายคนนี้เป็นอย่างดี ในฐานะอดีต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอ็มดีเค คอนซัลแทนส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ที่ถือได้ว่าเป็น อันดับต้นๆ ของการประชาสัมพันธ์เมืองไทย แต่ในอีกด้านหนึ่งของผู้ชายที่มากไปด้วยความสามารถคนนี้ ยังใช้เวลาที่มีแบ่งให้งานไปถึง 60% จนแทบจะไม่มีเวลาใช้ชีวิตเฉกเช่นคนในวัยเดียวกันแต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังแบ่งเวลาที่เหลือจากการทำงาน ให้กับสิ่งที่ตนเองศรัทธาจนแทบจะแยกออกจากเรื่องงานไม่ได้ รวมทั้งกลายเป็นส่วนผสมระหว่างเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนไปในตัว

“ ถ้าเราสามารถที่จะให้มิติต่างๆ ของชีวิตเรา เรื่องงาน เรื่องความเชื่อ อะไรต่างๆ เหล่านี้ เมื่อมันเป็นเรื่องเดียวกันมันจะทำให้เราค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตัวเรา มันก็จะทำให้เราผลิตงานหรือสร้างสรรค์ผลงานหรือแม้กระทั่งบริหารงานมันออกมาได้ เพราะมันคือเรื่องเดียวกัน อย่างเช่นว่า แกนที่สำคัญในการทำงาน ในการบริหารงาน เรื่องของธรรมะ เรื่องของพุทธศาสนา

“ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเอาตรงนั้นมา เรารู้ว่าตรงนั้นมันเป็นพื้นฐานของชีวิตเรานะครับ งานที่เราทำ เราก็เอาธรรมะเข้ามาใช้ในการทำงานถ้าเรามีโอกาสสามารถที่จะเผยแผ่พระธรรมคำสอนได้ เราก็เอาเข้ามาคือใช้ความรู้ความสามารถ ใช้ศักยภาพต่างๆ ทางการทำงานของเราที่มีอยู่เข้ามาใช้ อย่างสำนักพิมพ์ DMG เราก็ผลักดันให้มีการตื่นตัว เรื่องของหนังสือธรรมะแบบง่ายๆ ทันสมัย ”

ในสังคมปัจจุบันเรื่องการแบ่งเวลาอาจเป็นปัญหาใหญ่ที่ใครๆ มักจะจัดการกับมันไม่ค่อยได้ บางคนถึงกับไม่มีแม้แต่เวลาที่จะหันมาใส่ใจคนรอบข้าง หรือแม้กระทั่งสิ่งที่ตนเองศรัทธา หากเรานำสิ่งทั้งสองอย่างแยกออกจากกัน เราก็คงต้องพยายามจัดการกับปัญหานี้กันต่อไป

“ เราสามารถที่จะดึงเอาธรรมะ คอนเซ็ปต์ ประโยชน์ของธรรมะ เข้ามาใช้ในกิจกรรมอื่นๆ ของเรา คือแต่เดิมมันเป็นอย่างนี้ ถ้าเราจะทำงานก็งาน ธรรมะมันปฏิบัติไปด้วยไม่ได้ มันเข้ามาเป็นส่วนเดียวกันไม่ได้ ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าทุกอย่างมันเป็นธรรมะได้หมดเพราะฉะนั้นมันกลายเป็นพื้นฐานที่สำคัญของตัวเรา อย่างเช่นว่าเราไปบรรยาย ให้ความรู้คน ในเรื่องราวต่างๆ ก็มีธรรมะออกมาตลอด ”

หากคนเรามีวันว่างที่จะทำอะไรก็ได้สัก 1 วัน แน่นอนว่าแต่ละคนก็มักจะทำในสิ่งที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ความปรารถนาของคนๆ นั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันว่างของคนๆ หนึ่งจะสะท้อนให้เห็นตัวตนเจ้าของวันว่างวันนั้นได้เป็นอย่างดี

“ เราเป็นคนที่ต้องการจะพัฒนาตนเอง ต้องการที่จะเข้าถึงศักยภาพของการที่เราได้เกิดเป็นมนุษย์เพราะว่าพระพุทธเจ้าทรงเป็นแบบอย่างของการให้ประโยชน์ในการเกิดมาเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ คือเราไม่ได้หวังว่าเราจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าเราเห็นตัวอย่างและเราเห็นตัวอย่างหลายๆ ท่าน อีกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าอยู่หัว หรือใครต่อใคร อย่างนี้คือมนุษย์เหมือนกันแต่ว่าต่างกันมาก เพราะว่าการที่หันกลับเข้ามาพัฒนาตัวเราเอง

“ คือเราเห็นอย่างนั้นเราก็มีกำลังใจ เพราะฉะนั้นวันว่างของเราเราก็ยัง ไม่ใช่ว่าเราจะทำแต่เรื่องที่เป็นธรรมะ ไม่ใช่นะครับ คนจะเข้าใจผิด พี่ก็ไปดูหนังฟังเพลง ทำกิจกรรมสันทนาการเหมือนคนปรกติ เพียงแต่ว่าพอมีโอกาสปุ๊บ เราก็ไปทำอะไรที่เรามีความรู้สึกว่ามันมีความอิ่มเอมที่อยู่ในใจ มันเป็นความสุขที่มันไม่ร้อน มันเป็นความสุขที่เย็น แล้วก็เป็นความสุขที่มันเผื่อแผ่ ความสุขหลายๆ อย่างมันเป็นความสุขเฉพาะตัว สุขแล้วมันวูบขึ้นแล้วมันดับ แต่ว่าสุขทางธรรมมันเป็นความสุขที่ร่มเย็นแล้วมันแผ่ออกไปข้างนอกได้ ”

Related contents:

You may also like...