สาลินี ปันยารชุน

วันหยุดในเมืองใหญ่

วันหยุดของใครบางคนอาจจะไม่ใช่วันที่คนทั่วไปได้หยุดพักผ่อน อาจเพราะอาชีพความรับผิดชอบที่แตกต่างออกไปจากธรรมดา หากแต่ความสุขของวันหยุดคือการได้ทำกิจกรรมกับคนที่รัก และสร้างดีกรีความสุขเหล่าให้ให้อยู่ในระดับที่หล่อเลี้ยงชีวิตเพื่อจะมีพลังต่อไปในวันทำงาน และรอที่จะได้กลับมามีความสุขเช่นนี้อีกครั้งเมื่อเวลาเวียนมาถึง

เช่นเดียวกับดีเจสาว กับบุคลิกมาดมั่น เนื้อเสียงแน่น และสไตล์การนำเสนอต่อผู้ฟังอันเป็นเอกลักษณ์ แบบฉบับของคุณเอื้อง สาลินี ปันยารชุน การกลับมาครั้งใหม่ในตำแหน่ง Executive PR & Promotion Director แห่งคลื่นวิทยุ Click VR 1 radio อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอให้กลับมีตารางชีวิตแน่นขนัดขึ้นอีกครั้ง แต่เธอก็สามารถบริหารวันหยุดให้เป้นวันพักผ่อนและเกิดเป็นความสุขแก่น้องริว ด.ญ.นพมนต์ ปันยารชุน ลูกสาววัย 5 ขวบ ควบคู่กันไป

“ วันหยุดส่วนใหญ่ก็แล้วแต่นะคะ เป็นวันหยุดที่น่าขำคือเป็นมันหยุดของคนเมืองจะไปอยู่แต่ในห้าง เสาร์อาทิตย์นี่ก็จะเข้ามาดูว่าแต่ละห้างเขามีกิจกรรมความเป็นไปอย่างไรบ้าง แล้วก็ตอนเช้าๆ วันเสาร์วันอาทิตย์นี่จะพาน้องเขาไปโรงเรียนก่อน วันเสาร์ก็จะพาไปเรียนภาษาอังกฤษ กับดนตรี ศิลปะ วันอาทิตย์ก็พาไปเล่นบัลเล่ต์ พอเสร็จปั๊บนี่ก็จะไปดูว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง ก็พาลูกไปดูบ้าง พาขึ้นรถไฟฟ้าบ้าง รถใต้ดินบ้าง เพราะบางทีมันอยู่นอกเมืองไงคะ ก็ใช้เวลาว่างทำอาหารบ้าง อาจจะเน้นว่าเป็นเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่กี่ชั่วโมงแต่จะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ”

“ พอเรามีเวลาให้กันกิจกรรมร่วมกันก็คืออีกหน่อยก็อาจจะเรียนภาษาจีนเพิ่มขึ้น เราก็จะมีอะไรที่เรียนแล้วแบบว่าใหม่ๆ ก็เรียนเป็นเพื่อนน้อง และอีกอันหนึ่งที่จะชอบก็คือว่าชอบดูกิจกรรมการทำอาหาร พี่ก็จะเรียนบ้าง ตอนนั้นก็จะมีกิจกรรมที่เริ่มย้ายเข้ามาทำร่วมกันได้ แล้วอย่างเช่นไปงานที่เกี่ยวกับพวกอาหาร และก็ดูวีดีโอเกี่ยวกับการทำอาหารแล้วมันก็สนุก เขาก็จะชอบ เอ๊! ดูซิม้าน่ากินจังเลย มาม้าทำอย่างนี้ได้หรือเปล่า (ทำเสียงเล็กๆ) อันนี้ก็เป็นการคุยกันแล้วก็พามาทานอาหาร ก็โชคดีที่เขาเป็นคนชอบในการทำอาหาร ชอบไปดูงาน ชอบไปดูงานการทำพวก event อย่างนี้ ก็จะแนะนำพิธีกร ว่าพิธีกรคนนี้พี่เตย คนนี้เป็นอย่างไร อะไรแบบนี้เขาก็จะเริ่มดูกล้าพูด กล้าพูดขึ้นนะคะ ”

นอกจากสนุกในวันหยุดกับครอบครัวแล้ว สิ่งที่ได้รับนอกจากความสุขและผ่อนคลาย คือกลายเป็นเพื่อนเล่นของลูกสาวโดยไม่รู้สึกถึงช่องว่างระหว่างวัย

“ น้องริวเขาจะเป็นคนชอบคิดชอบดูแต่อันหนึ่งคือเขาเป็นคนที่ชอบดู ดูโชว์ ดูกิจกรรม ชอบมากดูคอนเสิร์ตนี้ก็จะดูได้หมดตั้งแต่คอนเสิร์ตเด็กคอนเสิร์ตผู้ใหญ่ คอนเสิร์ตเปียโนนี้ก็จะดู เป็นคนชอบดู มีโชว์ มีคอนเสิร์ต พวกกิจกรรมเช่นดูละครสัตว์ ไอซ์เสก็ต จะเป็นแฟนไปดูทุกแม็ตช์ จะไปดูตั้งแต่ต้นจนจบเลย เขาจะรู้คิวแล้ว เดี๋ยวคิวนี้จะมีพัก เดี๋ยวคิวนี้จะเอาดอกไม้มาให้นะ ปรบมือเขาก็จะ Enjoy กับการดูโชว์กับคอนเสิร์ต ดูหนังชอบค่ะ ”

หากแต่บางครั้งเวลางานก็กลายเป็นเวลาพักผ่อนกับครอบครัวไปโดปริยาย

“ มีเที่ยวไปทำงานไปก็คือเราไปดูงาน แล้วก็ได้มีโอกาสพาลูกไปด้วยเสร็จแล้วก็ได้ทานข้าว ทานข้าวหน่อย ทานพิซซ่าหน่อย อย่างนี้ก็ยังถือว่า เออ! เป็นความสุขที่ได้ตรวจงานแล้วก็ได้ดูงานเขาด้วย แต่ถ้าเกิดเป็นงานดนตรีอย่างนี้ที่แบบว่าไม่ร็อคมากเกินไป ไม่เฮฟวี่ มากเกินไปไม่อันตรายก็พาเขาไปด้วยได้ เขาจะได้เห็นว่า เออ! เราทำงานอะไร คนที่เพิ่งเคยมีน้องต่อให้ทำการบ้านหรือให้ทำการบ้านเป็นเรื่องแบบว่าใช้รายละเอียดตรงนั้นคืออยากให้เขามีแรงดลใจมากกว่า ”

พิสูจน์ได้จากขณะที่ให้สัมภาษณ์อยู่นั้น ลูกสาวยังคงนั่งคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง พร้อมสอดส่ายสายตาดูความสวยงามของโลกใต้ทะเลจำลองกลางกรุง ของสยามโอเชี่ยนเวิล์ด

“ ก็จะเยอะเป็นงานที่แบบว่าไปเที่ยวด้วยไปได้ด้วยอย่างเช่นบางทีบางงาน บางวันเสาร์อาทิตย์อย่างนี้ น้องริวมาแล้วนีโม่ไปเปล่าๆ นีโม่พ่อนีโม่ไงไปไหน หมัดเทวดานะจำได้เปล่าหมัดเทวดานะที่ช่วยนีโม่นะ (ทำเสียง เล็ก เสียงน้อยเมื่อหันไปคุยกับลูก)

“ อย่างนี่เป็นครั้งแรกที่พาน้องมาดูโลกใต้น้ำที่นี่ คือบอกกับเขาไว้จะพามาแล้วมาไม่ได้ก็ทีหนึ่ง มีมาถ้ามีงานเราก็ไม่สบายใจ บางทีดึกไปก็ไม่ได้ให้มา โชคดีที่เขาค่อนข้างเป็นเด็กมีวินัยในการนอนก็เลยให้เขาเป็นไปตามนั้น แล้วก็พาเขามาแล้วบอกเขาว่าพามาดูปลาฉลามนะ ดูพวกนีโม่ มาอะไรอย่างนี้ แล้วก็ต้องมีให้เป็นรางวัลอะไรแบบนี้เพราะว่าไม่ได้ให้ทุกครั้งใช่ไหมคะ พยายามให้ทุกครั้งแบบว่าถ้าเขาทำความดีอะไรแบบนี้ตั้งเป้าเป็นแบบของรางวัลเอาไว้ให้ แต่ที่สำคัญถ้าเราสัญญาแล้วนี่ก็ต้องทำตามสัญญา ”

Related contents:

You may also like...