สมศักดิ์ อ่อนศรี

จะกี่ดีกรีก็อยู่ที่ใจ

ในมุมมองของผู้ที่ทำธุรกิจสถานบันเทิงชื่อดังอาทิ The forte, The piano, The place และ Tango อย่างสมศักดิ์ อ่อนศรี มีเหตุผลของการดื่มที่ต่างออกไปจากนักดื่มทั่วไป

“ คำว่าเหล้านี่คือสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่ยุคสมัยอดีตกาลมา การที่เอาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีแป้งและน้ำตาลมาถนอมอาหารด้วยวิธีต่างๆ และวิธีการหนึ่งก็คือเอาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมาทำแป้ง นำแป้งและน้ำตาลมาทำเป็นแอลกอฮอล์ใช้ดื่มกันตามวาระของการชนะสงครามบ้าง ของการประกาศอิสรภาพบ้าง อะไรทั้งหมดที่คน ที่ประชากรในกลุ่มสังคมนั้นมีเทศกาล มี festival มีประเพณีกรรมที่เค้าเฉลิมฉลองกันก็ตรงนี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนสนุกสนานตามประเพณีกาล

“ และท้ายที่สุดเมื่อสังคมมันเริ่มเติบโตขึ้นมาอยู่ในสังคมเมือง อาจจะมีมาตรฐานกำหนดเอาไว้ให้ไม่สามารถที่จะ… under control คือเราไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้เพราะความสนุกเกินพิกัด ความมีจริยธรรมของมนุษย์ซึ่งไร้การศึกษา มันก็อาจจะทำให้เกินขอบเขตหรือเกินหลักสุนทรีย์ไป ในขณะที่สังคมเราให้การศึกษากับประชาชนไม่เต็มที่แต่ก็มาห้ามกันมันก็…ไม่รู้ล่ะแต่ผมก็ไม่มองตรงนั้น แต่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องของความอุดมสมบูรณ์และมันเป็นเรื่องหลักของสุนทรียศาสตร์ที่มันจะควบคู่กันไปตามวีถีของมนุษย์ ”

ความร้ายแรงของฤทธิ์สุราจากมุมของผู้หยิบยื่นความเมา

“ มันขึ้นอยู่ว่าคนโง่หรือฉลาดล่ะ ถ้าคนโง่เสพย์เพราะความมึนเมา เพราะความปลดทุกข์ชั่วระยะเวลา หรือติดพันมันเป็นเหมือนกับยาเสพติดที่ขาดไม่ได้ มันก็สมควรที่จะต้องถูกลงโทษด้วยสุขภาพนะครับ ด้วยตับแข็ง ด้วยวิธีการอะไรทั้งปวง ซึ่งมันก็มีกฎธรรมชาติเค้าลงโทษกันอยู่แล้ว อะไรที่มันเกินเลยไปน่ะ กินข้าวเยอะมันก็มีปัญหาใช่มั๊ยครับ ทุกอย่างมันเกินเลยไปมันก็จะมีปัญหาทั้งหมด

“ เพราะฉะนั้นคนที่เสพย์ในหลักของมันผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับความฉลาดของคน ที่จะเสพย์ที่จะเลือกใช้โดยเฉพาะทางตะวันตก ตะวันออกมันก็ต่างกัน ทางตะวันตกนี่มันดื่มไวน์ควบคู่กับอาหาร โอเคเราก็บอกว่าภูมิประเทศ ภูมิอากาศของเค้ามันเป็นโซนหนาวเค้าจำเป็นที่ต้องกระตุ้นให้หัวใจทำงานเพื่อเพิ่มความอบอุ่นของร่างกาย ”

กับสถิติที่ตนเองเคยสร้างไว้ เมื่อกาลเวลาผ่านไปภาคภูมิใจไม่เคยมี

“ ขวดหนึ่งนะ คนเดียว อันนี้เป็นการแข่งกัน โง่ๆ คนโง่ๆ เขาทำกัน(หัวเราะ) ต้องการวัดผลทางขีดสุดของร่างกายว่า เออ! คุณรับแรงขนาดไหนประเมินขีดสุดกำลังกาย ”

เหตุผลของคนชอบ drink

“ ตามพระคัมภีร์ไบเบิล สวนเอเดน มีสวนองุ่นด้วยเพราะฉะนั้นการสร้างสวนองุ่นขึ้นมาก็ผลิตไวน์นั้นถือว่าเป็นการเริ่มต้น ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าความฉลาดของมนุษย์นี่ที่ทำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มานี่ อย่างน้อยสุดเขาต้องการให้สุขภาพของมนุษย์ในยุคนั้นให้มีสุขภาพที่ดี แล้วแก้ปัญหากับภูมิอากาศมากกว่า แล้วมันก็ผสมผสานกับวิถีชีวิตไป แล้วมันก็จะเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ตกมาจนถึงทุกวันนี้

“ แต่ทุกวันนี้มันเป็นเรื่องของธุรกิจนะครับ แล้วก็บทบาทของเหล้าที่เดินทางมาตามยุคสมัยนี่ก็คือมันก็จะเป็นเรื่องราวของธุรกิจที่มั่งคั่ง ที่สร้างความมั่งคั่งได้ มีมาเฟียทุกยุคยิ่งประเทศอมเมริกาเปิดใหม่นี่ ยุคนั้นคนที่ได้สิทธิในการต้มกลั่นเหล้านี่จะเป็นเรื่องของกลุ่มมาเฟียกลุ่มอิทธิพลเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นรัฐก็จะไปผูกขาดเก็บภาษีอย่างผูกขาดวันนี้แอลกอฮอล์ที่ผลิตเหล้าผลิตที่เป็นเครื่องดื่มนี่มันเป็นยุทธปัจจัยนะครับ ในบ้านเราถือว่าเป็นยุทธปัจจัย ”

“ เหล้าแต่ละชนิด เหล้าโรง เหล้าต้มเอง เหล้าเถื่อน มันก็อยู่ในสังคมหนึ่งนะ เหล้าโรงมันก็อยู่ในระดับสังคมหนึ่ง เหล้าที่มันเป็นทั้งราคา ทั้งสีสันทั้งกระบวนการการผลิต พิถีพิถันออกมาจากน้ำ ต้องน้ำอย่างนี้นะ ต้องมาจากน้ำที่นี่แผ่นดินตรงนี้ปลูกข้าวพันธุ์นี้ต้องพิถีพิถันมันก็ขึ้นกับลำดับชั้นของรสนิยมของคน แล้วก็ผ่านกระบวนการของการเดินทางของเวลา การยอมรับของการสร้างแบรนด์…….ที่ยอมรับกันทั่วโลกอะไรอย่างนี้เป็นสินค้า อินเตอร์เนชั่นแนล อะไรอย่างนี้

“ บ้านเราติดวิสกี้ บรั่นดีก็ใช้ได้ไม่รู้สินะผมไม่ได้พิสมัยกับเรื่องเหล้าเท่าไหร่แต่ก็ดื่มได้ทุกยี่ห้อนะครับ เพราะเมาแล้วคล้ายๆ กันหมดนะครับ ”

เหล้า ‘ น้ำเปลี่ยนนิสัย ‘ จากผลประโยชน์มหาศาลเมื่อผ่านคนก็เปลี่ยนคน เมื่อผ่านธุรกิจก็เปลี่ยนสถานะ

“ ผลิตผลทางการกลั่นสุรานี่บ้านเราถือว่าเป็นยุทธปัจจัย ถือเป็นปัจจัยยุทธศาสตร์นะครับเป็นกระทรวงกลาโหมมั้งครับจะเป็นคนดูแลเรื่องนี้ หรือกรมสรรพสามิตหรืออะไรพวกนี้ หรืออะไรเป็นต้นผมไม่ทราบครับ คือเขาให้ความสำคัญขนาดนี้ว่ามันเป็นตัวแปรสำคัญถ้ารัฐควบคุมได้มันก็เป็นเรื่องที่ดี ”

“ วันนี้ขวดเหล้าที่หมดแล้วยังตั้งอยู่ข้างโบสถ์ได้ ทุกงานไม่มีงานใดหรอกครับ งานเป็นงานบันเทิงเป็นงานเฮฮางานบวชงานแต่งงานศพผ้าเป่า กฐิน โกนจุก สังคมบ้านเราหมายถึงเหล้า เหล้าหมายถึงสังคมบ้านเรามันแยกจากสังคมไม่ออก มันอยู่ตามวิถีทางสังคมเมื่อไหร่มีการฉลอง เฮ้ย!มากินข้าวกันหรือ เฮ้ย!มากินข้าวกินน้ำเปล่า กินน้ำเปล่าแล้วกลับบ้านเลยเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก คนที่มานั่งเฝ้าศพอยู่จะมาให้มานั่งอยู่เฉยๆ มันไม่ได้หรอกมันเป็นเรื่องของการผิดธรรมชาติของสังคมที่มันเป็นอยู่ ”

“ พูดถึงว่ากินเหล้าเมาแล้วขับรถไปชน แต่เราไม่ได้พูดถึงวิศวกรรมจราจรเลยว่าถนนขรุขระคุณปิดหรือยัง ขุดท่อปิดหรือยัง ทำขุดถนนปิดไหม ถึงทางเลี้ยวไม่เลี้ยวตรงนี้น่าจะมีไฟแดงทางแยก มันไม่ได้พูดถึงตรงนั้นพูดถึงเมาแล้วขับแล้วเกิดอุบัติเหตุทำให้รณรงค์กันไม่กินเหล้า ผมว่ามัน …(sensor)”

Related contents:

You may also like...